วันนี้(30 ตุลาคม) บุญยนุช แสงศรี หรือ ออยศรี เจ้าของเพจ ‘ออยศรีและผองเผือก’ พร้อมด้วย ธนาคาร น้อยพิทักษ์ หรือ ทนายวิน นำเอกสารเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับ ‘มูลนิธิองค์กรทำดี’ ซึ่งมี บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นประธานมูลนิธิ ใน 3 ข้อหาหนัก ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ฟอกเงิน
บุญยนุช เปิดเผยว่า การแจ้งความครั้งนี้มุ่งดำเนินคดีกับมูลนิธิและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเรียกร้องให้กองบังคับการปราบปรามขยายผลการสืบสวนว่ามีบุคคลอื่นนอกเหนือจากกรรมการมูลนิธิเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เนื่องจากพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคของประชาชนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น การสร้างพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมองว่าไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อสังคม พร้อมเรียกร้องให้ ปนัดดา นำหลักฐานออกมาชี้แจงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ โดยเฉพาะเส้นทางการเบิกจ่ายเงินที่เกินกว่า 500,000 บาท ซึ่งตามระเบียบต้องผ่านการประชุมและมีลายเซ็นของประธานและคณะกรรมการร่วมด้วย
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตกรณีการก่อสร้างโรงทานมูลค่า 50 ล้านบาท โดยระบุว่า ปนัดดา ให้ข้อมูลขัดแย้งกันในประเด็นของผู้รับเหมา จึงต้องการให้ผู้บริหารระดับสูงของมูลนิธิลงมาตรวจสอบการทำงานอย่างจริงจัง ส่วนกรณีที่ ปนัดดา เตรียมมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความกลับนั้น บุญยนุช ระบุว่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง เพื่อจะได้นำข้อเท็จจริงมาชี้แจงกันในกระบวนการยุติธรรม พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่าล่าสุด ทนายเปิ้ล ได้ถอนตัวจากการเป็นทนายความของมูลนิธิแล้ว
ในฐานะผู้เสียหาย บุญยนุช ระบุว่าตนเคยร่วมบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท ด้วยความเชื่อมั่นในภาพลักษณ์ของประธานมูลนิธิ แต่กลับพบว่าเงินถูกโอนไปยังบัญชีอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง จึงขอยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และมองว่าการยุติการรับบริจาค รวมถึงการที่ ปนัดดา ยุติบทบาทประธานมูลนิธิชั่วคราวนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว จนกว่าจะสามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้ทั้งหมด ส่วนกระแสข่าวเรื่อง ‘ลาสต์บอส’ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนอาวุโสสายอาชญากรรมนั้น ขอให้สังคมร่วมกันตั้งข้อสังเกต โดยทนายเดชาจะเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้
ด้าน ธนาคาร หรือ ทนายวิน ยืนยันว่าคดีนี้เป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ และจะไม่มีการมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน ล่าสุดมีผู้เสียหายทยอยเข้าให้ข้อมูลแล้ว 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็นทนายความชื่อดังจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่โอนเงินบริจาคเข้ามูลนิธิ 100,000 บาท โดยในสัปดาห์หน้าตนเตรียมเดินสายร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มตั้งแต่วันจันทร์จะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นเรื่องต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตรวจสอบการจัดตั้งมูลนิธิ วันอังคารจะเข้ายื่นเรื่องต่อ ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน และวันพุธจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการการฟอกเงินเพื่อตรวจสอบในอีกมิติหนึ่ง





