×

โดมิโนความสัมพันธ์ที่ ‘พัง’ เพราะความหวังดี ในซีรีส์ One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ

03.02.2020
  • LOADING...

**เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์**

 

สิ่งที่เราสัมผัสได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ จากซีรีส์ One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ มาจนถึงอีพี 9 คือ One Year เป็นซีรีส์ที่ ‘อบอุ่น’ แต่ ‘ใจร้าย’ กับตัวละครและคนดูมากเหลือเกิน

เพราะตัวละครทั้งหมดในจักรวาลนี้ล้วนขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้าด้วยความ ‘หวังดี’ ที่มีให้กับทุกคนในครอบครัว แม้ว่าพฤติกรรมในบางช่วงของ ไพลิน (วี-วีรยา จาง) และแพรวพราว (มิวนิค-นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล) อาจคาบเกี่ยวกับความไม่น่ารักอยู่บ้าง แต่ก็เป็นความไม่น่ารักที่มีเหตุผลมากพอที่จะให้อภัย และสุดท้ายพวกเธอก็ผ่านปัญหาทั้งหมดมาได้ด้วยดี เพราะมีครอบครัวคอยช่วยเหลือ

แต่ยิ่งเรารับรู้ความรักความปรารถนาดีที่พวกเขามีให้กันมากเท่าไร เราก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น เมื่อรู้ว่าสมาชิกในบ้านอย่าง แม่มุก (แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช) และลุงตั้ม (ดู๋-สัญญา คุณากร) ไม่สามารถฝ่าเงื่อนไขทดลองอยู่ร่วมกันเป็นเวลา 1 ปี และไม่อาจอยู่ด้วยกันได้อีกต่อไป

เหมือนเราเห็นสมาชิกทุกคนช่วยกันเรียงตัวต่อโดมิโนจากพื้นที่ว่างเปล่าจนมีขนาดใหญ่เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นจนเกือบจะสมบูรณ์ แล้ววันหนึ่งก็ล้มครืน ไล่ลำดับพังทลายลงไปในพริบตา 

และยิ่งน่าเศร้าเมื่อได้รู้ว่าบางครั้งคำว่า ‘ความรักคือการให้’ ก็เป็นเพียงข้อความสวยหรูที่ไม่สามารถใช้การได้จริง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ทุกคนพร้อมเป็น ‘ผู้ให้’ แต่ไม่มีใครยอมอยู่ในสถานะ ‘ผู้รับ’

เพราะเมื่อเกิดปัญหาขึ้น แทนที่จะหันหน้าคุยกัน ทุกคนเลือกที่จะ ‘คิดแทน’ อีกฝ่าย โดยมีแกนกลางคือความ ‘หวังดี’ ที่ทำให้ไม่มีใครเป็นคนผิด ทุกคนแค่ตัดสินใจในสิ่งที่ ‘คิดว่า’ ดีที่สุดกับคนในครอบครัวเพียงเท่านั้น

โดยเฉพาะกับ เพชร (เฌอปราง อารีย์กุล) พี่สาวคนโตที่ควบสถานะหัวหน้าครอบครัวซึ่งน่าเห็นใจที่สุด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดมีเธอเป็นจุดเริ่มต้น

ตั้งแต่เป็นผู้นำน้องๆ แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากให้แม่มุกและลุงตั้มแต่งงานกัน, เป็นผู้ตั้งเงื่อนไขทดลองอยู่ด้วยกัน 1 ปีขึ้นมา, มีเสน่ห์ น่ารัก เป็นคนดีจนบูมตกหลุมรัก, แม้ตอนแรกจะพยายามใจแข็ง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับเสียงหัวใจจนหลงรักบูมด้วยเหมือนกัน

แต่อย่างที่บอกไปว่า One Year เป็นซีรีส์ที่ใจร้าย เพราะสร้างให้เพชรเป็นตัวละครที่แบกรับอะไรไว้มากเหลือเกิน เพชรมีเหตุผลที่ไม่อยากให้แม่แต่งงานใหม่เพราะกลัวแม่เสียใจ, เพชรไม่ได้ทำอะไรผิด นอกจากเป็นคนดีและน่ารักจนบูมมาชอบ, เป็นคนธรรมดาที่ไม่แปลกอะไรหากจะตกหลุมรักใครสักคน แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย ถ้าเธอคิดอยากเก็บความรักนี้เป็นความลับเอาไว้ก่อน

เมื่อถึงเวลาเธอก็เป็นพี่สาวใจดีที่พร้อมเสียสละตัดสินใจบอกเลิกคนรัก เมื่อรู้ว่า ตะวัน (จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน) รักบูมเหมือนกัน, เธอไม่ควรถูกต่อว่าในช่วงเวลาสับสนจนต้องโกหกตะวันว่าปวดประจำเดือน และเธอก็ไม่ได้ผิดอะไรที่ ‘ใบเสร็จรูปวาด’ ของเธอกับบูมจะไปอยู่ในกล่องเก็บความทรงจำของเธอกับตะวัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

เพชรไม่ได้ผิดอะไร เธอเพียงแค่คิดถึงคนอื่นมากเกินไป และคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะแบกรับความรู้สึกแทนทุกคนเอาไว้ได้ จนอาจจะลืมไปว่าไม่ได้มีเธอคนเดียวที่เป็นจุดศูนย์กลางของความรักครั้งนี้

ในสถานการณ์ที่เปิดเผยตามปกติ เรามักจะเปรียบเทียบความรักเหมือนการช่วยกันต่อจิ๊กซอว์ขึ้นมาสักภาพหนึ่ง ที่ประกอบด้วยจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ หลายเหลี่ยม หลายมุม จำนวนมากเป็นอุปสรรค (หรือบางครั้งชิ้นส่วนก็ไม่ครบมาตั้งแต่แรก)

หากช่วยกันต่อจนสมบูรณ์ได้ก็ดี แต่ถ้าไม่สำเร็จเราก็แค่เก็บจิ๊กซอว์ลงกล่อง (บางคนก็กวาดหรือโยนทิ้งถังขยะไปเลย) เสียความรู้สึก เสียใจ เสียดายเวลากันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็แยกย้ายไปหาจิ๊กซอว์ชิ้นใหม่ในอนาคต

แต่การเลือกปิดบัง ไม่บอกความจริงกับคนในบ้าน ถึงแม้จะเป็นเพราะความหวังดี แต่ก็ทำให้ความรักของเพชรและบูมเปลี่ยนสถานะการต่อจิ๊กซอว์แนวราบ มีกรอบชัดเจน กลายเป็นการช่วยกันต่อโดมิโนที่ไม่รู้ว่าภาพที่สมบูรณ์เป็นแบบไหน

พวกเขาทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการวางตัวต่อทีละชิ้นแบบไม่รู้จุดหมาย เมื่อเจอกำแพงก็หลบเลี่ยง เปลี่ยนเส้นทางไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีเส้นทางนี้ก็ลากผ่านและเกาะเกี่ยวสมาชิกทุกคนในบ้านให้เข้ามาอยู่ใน ‘โดมิโนความสัมพันธ์’ ที่ขยายตัวเต็มพื้นที่จนไม่อาจหลบเลี่ยงได้อีกต่อไป

ตั้งแต่วันที่เพชรตัดสินใจบอกเลิกกับบูมเพื่อเปิดทางให้ตะวัน นั่นกลายเป็นโดมิโนตัวแรกที่ทำให้หัวใจของเธอกับบูมพังทลายลงไป และมีใบเสร็จภาพวาดที่ถูกบรรจุในกล่องความทรงจำเป็นสเตปถัดมาที่ทำให้หัวใจของตะวันลงไปกองอยู่ที่พื้น

ตะวันไม่ได้เจ็บปวดที่อกหัก แต่ไม่อาจรับไหวเมื่อรู้ว่าความรักของเธอทำให้พี่สาวที่เธอรักมากที่สุดต้องเสียใจ

ความรู้สึกผิดที่คิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้เพชรกับบูมเลิกกัน ทำให้ตะวันตัดสินใจกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด พยายามเบี่ยงตัวไปทางอื่นเพื่อไม่ให้ชนโดมิโนตัวอื่นๆ ล้มลงไปด้วย แต่ก็ไม่เป็นผล

โดมิโนความสัมพันธ์นี้ส่งแรงสะเทือนลามไปถึงแม่มุกและลุงตั้มที่ความสัมพันธ์กำลังไปได้สวย แต่ก็ต้องตัดสินใจแยกทางกัน เพราะรู้สึกว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขได้ ในขณะที่บูม เพชร และตะวันต้องอยู่ในความทุกข์แบบนี้

ประโยคที่มุกถามว่า “เรากลับไปเป็นเพื่อนกันได้ไหม” และตั้มตอบกลับมาว่า “แก่ๆ กันแล้ว เป็นแฟนหรือเป็นเพื่อนก็เหมือนกัน ผมก็รักคุณเหมือนเดิม” พร้อมกับน้ำเสียงๆ ที่ค่อยๆ หายไป กลายเป็นอีกหนึ่งฉากที่เจ็บปวดที่สุดในซีรีส์เรื่องนี้

ในช่วงนี้เราเห็นความพยายามของเพชรที่ขอให้บูมกลับไปบอกทุกคนว่าทั้งคู่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าพี่น้อง กระทั่งบูมที่หัวใจถูกผลักให้ล้มยอมทำตามที่เพชรบอกมาครั้งแล้วครั้งเล่าพูดให้เพชรยอมรับความจริงว่า

“เมื่อไรพี่จะเลิกเจ้ากี้เจ้าการ เลิกพยายามทำให้คนอื่นเขาตัดสินใจแบบที่พี่อยากให้เป็นสักที ถ้าวันนั้นเราไม่โกหกตัวเองแล้วบอกทุกคนในบ้าน ทุกอย่างจะเละแบบนี้ไหม พี่ยอมรับเถอะ เราอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้วล่ะ”

เมื่อมาถึงจุดนี้ พวกเขา (และคนดู) ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ามองดูขบวนโดมิโนล้มชิ่งไปถึงสมาชิกคนอื่นๆ สร้างแรงสั่นสะเทือนมากขึ้นอย่างเงียบเชียบและเจ็บปวดเพียงเท่านั้น

“แม่กับลุงตั้มเล่นอะไรกันวะ” ไพลินที่เปลี่ยนจากเด็กเคยมีปัญหา เมื่อมีลุงตั้มที่เคยเป็นชายแปลกหน้ามาเป็นที่พึ่งในหัวใจต้องเปล่งเสียงออกมาด้วยความโมโห

“จะแยกกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ” เบบี้ (ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา) ที่ยอมอดทนเพื่อความสุขของพ่อมาตลอดก็ต้องเจ็บปวดอีกครั้ง หลังจากปรับความเข้าใจกับแพรวพราวจนกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

“แม่เคยถาม เคยสนใจความรู้สึกของพวกหนูบ้างไหม” แพรวพราวเอ่ยถามด้วยประโยคเดียวกับครั้งแรกที่แม่มุกตัดสินใจแต่งงานกับลุงตั้มโดยที่พวกเธอไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน

จริงอยู่ที่มุกไม่เคยถาม เพราะเธอคิดว่าการตัดสินใจครั้งนี้ดีที่สุดกับทุกฝ่ายแล้วจริงๆ และกลายเป็น พลอย (ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร) ‘คนธรรมดา’ ที่แสนพิเศษที่รับรู้เรื่องราวทั้งหมดแต่ไม่เคยเอ่ยปาก มาเป็นคนช่วยอธิบายให้น้องๆ ได้เข้าใจว่าทั้งพ่อและแม่เองก็เสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ไม่น้อยไปกว่ากัน

เหลือเวลาอีก 1 อีพีที่เราจะได้รู้ว่าบทสรุปสุดท้ายในซีรีส์ One Year 365 วัน บ้านฉัน บ้านเธอ จะเป็นอย่างไร หลังจากขบวนโดมิโนความสัมพันธ์สิ้นสุดแรงสั่นสะเทือน และทั้งสองบ้านแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตตามปกติ 

พวกเขาอาจจะเลือกเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยเก็บชิ้นส่วนโดมิโนที่พังทลายไว้ในกล่องความทรงจำ หรืออาจจะกลับมาเปิดใจพูดคุยเพื่อค่อยๆ ช่วยกันตั้งชิ้นส่วนเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ แล้วแปะ ‘กาว’ ชิ้นส่วนของความสัมพันธ์ให้แน่นหนา

พร้อมกับบทเรียนครั้งสำคัญที่ว่า ต่อให้รักและหวังดีต่อกันมากเท่าไร แต่จะไม่มีใคร ‘คิดแทน’ กันอีกต่อไป

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories