สงครามในตะวันออกกลาง ระหว่างอิหร่าน กับ สหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ปะทุขึ้นมาล่าสุดตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะแผ่ขยายความขัดแย้งปกคลุมไปทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลให้โลกเผชิญกับสถานการณ์ที่ องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) นิยามว่า ‘การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก’
รายงานตลาดน้ำมันโลกประจำเดือนมีนาคม 2026 จาก IEA ระบุว่า ปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เคยขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สูงถึงเกือบ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 20% ของการบริโภคทั่วโลก ได้ลดลงจนแทบจะหายไปทั้งหมด วิกฤตนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างตั้งแต่ปริมาณน้ำมันที่เริ่มขาดแคลน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น นำไปสู่ต้นทุนที่สูงขึ้นของภาคธุรกิจ ลามไปถึงการบริโภคที่ลดลงของประชาชน
โลกของเรากำลังรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร?
น้ำมันโลกจะหายไปแค่ไหน?
เมื่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก คลังเก็บน้ำมันในประเทศผู้ผลิตแถบอ่าวอาหรับก็เต็มอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กลุ่มประเทศตะวันออกกลางต้องประกาศปรับลดหรือหยุดการผลิตน้ำมันลงอย่างน้อย 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน
IEA ประเมินว่าอุปทานน้ำมันโลกในเดือนมีนาคมจะดิ่งลงถึง 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันที่โหลดสินค้าแล้วถึง 238 ลำ บรรทุกน้ำมันรวมกว่า 186 ล้านบาร์เรล ต้องลอยลำติดค้างอยู่ในอ่าวอาหรับเนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกไปได้
ผลกระทบไม่ได้มีแค่การสูบน้ำมันดิบ เพราะกำลังการกลั่นน้ำมันมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ต้องปิดตัวลง จากการถูกโจมตีและขาดช่องทางการส่งออก ทำให้การส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และก๊าซ LPG อีก 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องหยุดชะงัก
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และแม้จะลดลงมาแล้วแต่ก็ยังยืนอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลกระทบไปยังหลายประเทศและหลายธุรกิจ
อย่างกลุ่มประเทศในเอเชียพึ่งพา LPG จากตะวันออกกลางเกือบ 100% การขาดแคลนนี้กระทบอย่างหนักต่อประเทศอินเดียที่ต้องใช้ LPG เพื่อการหุงต้มในครัวเรือน และจีนที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก
ส่วนอุตสาหกรรมการบินถูกกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากในตะวันออกกลางทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเครื่องบินหดตัวลงอย่างรุนแรง โดยคาดว่าจะลดลงถึง 40% ในภูมิภาคช่วงเดือนมีนาคมและเมษายน
ขณะที่ค่าขนส่งกำลังพุ่งขึ้น อย่างอัตราค่าเช่าเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก (VLCC) จากอ่าวอาหรับไปเอเชียพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 600% เทียบกับปีก่อนหน้า รวมถึงเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
แนวทางการรับมือของประชาคมโลก
หนึ่งในวิธีการในการพยายามบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นล่าสุดคือ การปล่อยคลังน้ำมันสำรองฉุกเฉินครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 กลุ่มประเทศสมาชิก IEA มีมติเป็นเอกฉันท์ ในการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินจำนวนมหาศาลถึง 400 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาด ซึ่งถือเป็นการปล่อยคลังสำรองที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการก่อตั้ง IEA มา
ก่อนเกิดวิกฤตคลังน้ำมันทั่วโลก (Global observed inventories) อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงถึง 8.2 พันล้านบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021
ขณะที่ประเทศผู้ผลิตพยายามเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซโดยใช้เส้นทางอื่น ซาอุดีอาระเบียได้เร่งเพิ่มการส่งน้ำมันผ่านท่อ East-West pipeline ความจุ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปยังท่าเรือ Yanbu ทางฝั่งทะเลแดง โดยสามารถทำสถิติส่งออกสูงสุดที่ 5.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็เพิ่มการส่งน้ำมันผ่านท่อ ADCOP ไปยังท่าเรือ Fujairah ความจุ 1.5-1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้จะชดเชยไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ช่วยระบายน้ำมันออกสู่ตลาดโลกได้บางส่วน
ฟากกลุ่มผู้ซื้อในเอเชียพยายามหาแหล่งน้ำมันทางเลือกจากแอฟริกาตะวันตก ละตินอเมริกา และสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราวเป็นเวลา 30 วัน ให้อินเดียสามารถกว้านซื้อน้ำมันรัสเซียที่ลอยลำอยู่กลางทะเล เข้ามาประทังความต้องการในประเทศได้
และเพื่อฟื้นฟูการขนส่งทางเรือ สหรัฐฯ กำลังจัดเตรียมระบบประกันภัยทางทะเลและกองกำลังคุ้มกันเรือสินค้า ในขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสก็ได้ประกาศจัดตั้งกองกำลังผสมเพื่อนำเรือรบและเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าคุ้มกันเรือพาณิชย์ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง
ผลกระทบในประเทศไทย และแผนรับมือ
ภายหลังมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลระยะสั้นของรัฐบาลครบกำหนดในวันที่ 16 มีนาคม สัญญาณผลกระทบจากต้นทุนพลังงานเริ่มปรากฏในตลาดค้าปลีก โดยช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจตลาดย่านวงเวียนใหญ่ พบว่า ผู้ค้ารายย่อยบางส่วนเริ่มเผชิญต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น เช่น ไข่ไก่หน้าฟาร์มที่มีการประกาศราคาแนะนำใหม่อยู่ที่ฟองละ 3.40 บาท
ขณะที่บรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างถุงร้อน ถุงแกง และถุงหูหิ้ว ปรับราคาขึ้นแพ็กละครึ่งกิโลกรัมประมาณ 8 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านอาหารบางรายยอมรับว่าต้นทุนเพิ่มขึ้น แม้ส่วนใหญ่ยังพยายามตรึงราคาอาหารไว้ในระยะนี้
นอกจากนี้ สินค้าขนาดเล็กที่ใช้ในร้านค้า เช่น ยางวงหรือหนังสติ๊ก ก็เริ่มมีการปรับราคาขึ้น โดยบางร้านแบ่งขายถุงละ 10 บาท พร้อมระบุว่า หากต้นทุนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจต้องลดปริมาณสินค้าที่แบ่งขายแทนการปรับราคา ภาคเอกชนประเมินว่าแรงกดดันด้านราคาส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งและการผลิตสินค้า
ขณะเดียวกัน บรรยากาศที่สถานีบริการน้ำมันบางพื้นที่สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์พลังงาน โดยการสำรวจในจังหวัดปทุมธานีพบว่าหลายสถานีติดป้ายประกาศ “ดีเซลหมด” และ “งดเติมน้ำมันใส่แกลลอน” หลังมีประชาชนจำนวนหนึ่งเร่งเติมน้ำมันกักตุน ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องการปรับราคาดีเซลหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคา ซึ่งทำให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันต้องบริหารสต็อกอย่างระมัดระวังในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีเรื่องรับมือวิกฤตพลังงาน ถึงกรณีราคาสินค้าที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นตามราคานํ้ามันว่า จะมีมาตรการออกมา แต่ขอให้รอฟังศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) พร้อมยอมรับว่า พรุ่งนี้ (17 มีนาคม) ตนจะมีการเสนอมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
ด้าน พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยในรายการเจาะลึกทั่วไทยว่า สิ่งที่จำเป็นมากที่สุดคือ การจัดหาน้ำมันดิบสำรองเพื่อให้น้ำมันไม่ขาดแคลน ขณะนี้กระทรวงพลังงานกำลังจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม ซึ่งยอมรับราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาด แต่ยังสามารถจัดหาได้
นอกจากนี้ กองทุนน้ำมันน่าจะเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนได้บางส่วน แต่ภาคอุตสาหกรรมที่โดยปกติแล้วจะจัดซื้อน้ำมันจากผู้ค้าส่ง หลังจากนี้ราคาน้ำมันอาจลอยตัวไปตามภาวะตลาด มีส่วนกระทบกับราคาสินค้าและค่าขนส่ง ในส่วนนี้จะต้องหารือว่ารัฐบาลจะรับมืออย่างไร
อ้างอิง:
- https://edition.cnn.com/2026/03/15/economy/federal-reserve-response-to-oil-crises
- https://www.iea.org/reports/oil-market-report-march-2026

