ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตราคาน้ำมันที่กระทบค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์ มีมติยกระดับบัญชีสินค้าควบคุมจาก 59 เป็น 71 รายการ
ประเด็นสำคัญ
- สินค้าจ่อขึ้นราคา! พาณิชย์ยกระดับคุม 59 รายการ เป็น 71 รายการ
- ‘ค้าปลีกภูธร’ เผยของแพงขึ้นยกแผง
- มู้ดจับจ่ายสงกรานต์ ‘กร่อย’ กังวลน้ำมันแพง คนรัดเข็มขัด งดการเดินทาง
- 3 จังหวัดชายแดนใต้ ราคาสินค้าขยับแล้ว 10% แม้รัฐยังตรึงราคา
- ส.ค้าปลีกเร่งดันสินค้า ‘House Brand’ กดต้นทุน แนะเคาะราคาน้ำมันใกล้เคียงเพื่อนบ้าน
- ‘ยักษ์ค้าปลีก’ ย้ำ…ยังตรึงไหว
- บิ๊กน้ำอัดลมยังยืนราคาเดิม รับหากต้นทุนชนเพดาน จำเป็นต้องปรับขึ้น
ขณะที่ ผู้ประกอบการ ยอมรับว่า นาทีนี้ ‘อั้นราคาไม่ไหว’ หากน้ำมันยังสูง สินค้าจ่อขึ้นต่อเนื่อง เพราะต้นทุนบีบทุกทาง แม้สินค้าขึ้นราคาคือทางรอด แต่ผู้บริโภคคือคนแบกรับ
วิกฤตรอบนี้ไม่ใช่แค่แพง แต่คือ ‘กำลังซื้อที่จะหายไป’ หากเผชิญการ ‘ขึ้นราคาน้ำมันแบบกระชาก’ ยิ่งทำให้ต้นทุนค่าครองชีพสูง ทั้งค่าเดินทางและราคาสินค้า อาจเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจทั้งระบบ
ล่าสุด (25 มี.ค.) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)
โดย ‘วิทยากร มณีเนตร’ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กกร.ได้มีมติ ‘ทบทวน’ เพิ่มมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าที่อยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม 13 รายการ และเพิ่มรายการสินค้าควบคุมใหม่ ซึ่ง ‘ยังไม่สามารถเปิดเผยรายการสินค้า’ ได้ เนื่องจากกังวลว่าจะมีการ ‘กักตุน’ สินค้า
สินค้าจ่อขึ้นราคา! พาณิชย์ยกระดับคุม 59 รายการ เป็น 71 รายการ
อย่างไรก็ตาม จะเพิ่มมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้า จะมีการประกาศบังคับใช้ ‘ภายในอาทิตย์นี้’ ขณะที่การเพิ่มสินค้าควบคุมใหม่ จะมีการเสนอ ครม.ให้เห็นชอบจึงจะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
“ยอมรับว่า ปัจจุบันมีสินค้าบางรายการปรับราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาด และเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย”
ด้วยเหตุนี้จึงเห็นควรพิจารณาสินค้าควบคุมเพิ่มอีก 12 รายการ ตั้งแต่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ เช่น น้ำขวด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนซึ่ง จากเดิม 59 รายการ รวมเป็น 71 รายการ
โดยสินค้าที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนที่จะขึ้นราคา ซึ่งแต่เดิมมี 8 รายการ จะเพิ่มอีก 13 รายการ รวม 21 รายการ อาทิ กระดาษชำระ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน สบู่ แชมพู

ทั้งนี้ หากได้รับการอนุมัติภายใต้ กกร.ก็จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้งใน วันที่ 31 มีนาคมนี้
‘ค้าปลีกภูธร’ เผยของแพงขึ้นยกแผง
มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งรายใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ขณะนี้สินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกกลุ่ม มีแนวโน้มปรับขึ้นราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นผงซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน หรือกระดาษทิชชู โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ภาระตกอยู่ที่ผู้บริโภคโดยตรง
ขณะเดียวกัน สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เริ่มทยอยปรับราคาขึ้นแล้ว โดยผู้ผลิตบางรายขยับราคาเล็กน้อย และมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ส่วนตลาดน้ำดื่ม พบว่า สินค้า House Brand มีการปรับราคาสูงขึ้นจนแซงแบรนด์ใหญ่ไปแล้ว

มิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ จำกัด
มิลินทร์ มองว่า กำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในต่างจังหวัดยังคงทรงตัวหรืออาจลดลง เมื่อราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น จึงยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ ทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย
จากนั้นก็จะทำให้ยอดขายของร้านค้าลดลงตามไปด้วย และอาจกระทบต่อผู้ประกอบการบางรายจนถึงขั้นต้องลดต้นทุน หรืออาจต้องเลิกจ้างพนักงานในที่สุด
ในส่วนของร้าน ‘ตั้งงี่สุน’ ยืนยันว่า ‘จะไม่ฉวยโอกาส’ ในช่วงวิกฤต โดยจะพยายามจำหน่ายสินค้าในราคาสต็อกเดิมให้นานที่สุด เพื่อช่วยบรรเทาภาระของผู้บริโภค และจะปรับราคาก็ต่อเมื่อมีสินค้าล็อตใหม่ที่มีต้นทุนสูงขึ้นเข้ามา พร้อมสื่อสารกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา
มู้ดจับจ่ายสงกรานต์ ‘กร่อย’ กังวลน้ำมันแพง คนรัดเข็มขัด งดการเดินทาง
สำหรับ บรรยากาศการจับจ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มิลินทร์ ประเมินว่า ‘มีแนวโน้มซบเซา’ เนื่องจากผู้บริโภคกังวลต่อความไม่แน่นอนของราคาน้ำมัน
ทั้งในแง่ราคาที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงของการขาดแคลน ส่งผลให้หลายคนลังเลที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา เพราะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
“ทิศทางนโยบายพลังงานของภาครัฐ หลังเริ่มมีสัญญาณปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนค่าครองชีพปรับเพิ่มขึ้นอีก ทั้งค่าเดินทางและราคาสินค้า สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันมีความรุนแรงในเชิงผลกระทบไม่ต่างจากสงครามโลกครั้งที่ 3 ทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างใกล้เคียงกับวิกฤตโควิด”
ทั้งนี้ ย้ำว่าทุกภาคส่วนต้องตั้งสติและร่วมกัน ประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้

3 จังหวัดชายแดนใต้ ราคาสินค้าขยับแล้ว 10% แม้รัฐยังตรึงราคา
ด้าน ‘ประวิทย์ ศิริไชย’ เจ้าของร้านค้าส่ง ‘ศรีสมัย’ ภายใต้ บริษัท ศรีสมัยค้าส่ง จำกัด เป็นร้านค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค รายใหญ่ที่มีชื่อเสียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า แม้ในเชิงนโยบายภาครัฐจะยังยืนยันว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า และยังคงอยู่ภายใต้เพดานเดิม
“ในทางปฏิบัติ ราคาสินค้าในตลาดปรับขึ้นแล้วราว 10% จากการที่ผู้ประกอบการบางส่วนเริ่มปรับรายการสินค้าและทยอยยกเลิกโปรโมชัน ทำให้ราคาขายเพิ่มขึ้นโดยปริยาย”
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีสต็อกสินค้าเดิมที่สามารถตรึงราคาได้อย่างน้อยจนถึงเดือนเมษายน แต่ปัจจัยที่น่ากังวลที่สุดยังคงเป็น ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มผันผวนและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในแง่บรรยากาศการใช้จ่าย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่ดังกล่าวอาจไม่คึกคัก เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ขณะที่เทศกาลฮารีรายอปีนี้ก็มีแนวโน้มซบเซาลงอย่างชัดเจน เพราะมีการเดินทางลดลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- 18 สินค้าเสี่ยงแพง มีอะไรบ้าง? ‘ค้าภายใน’ เตือนห้ามกักตุน ขึ้นราคา…
- วิกฤตน้ำมัน! ทำไมของไม่พอขาย ประชาชน ‘Panic Buy’ แห่ซื้อตุน…
- หอการค้าไทยวิเคราะห์ 4 แรงกระแทกเศรษฐกิจ ‘ปิดช่องแคบฮอร์มุซ’
ส.ค้าปลีกเร่งดันสินค้า ‘House Brand’ กดต้นทุน แนะเคาะราคาน้ำมันใกล้เคียงเพื่อนบ้าน
สอดคล้องกับความเห็นของ ‘สมชาย พรรัตนเจริญ’ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์และอดีตนายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย แสดงความเห็นกับ THE STANDARD WEALTH ว่า สถานการณ์ต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบ กำลังสร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติก และราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้นแล้วถึง 2 รอบ รวมถึงสินค้าอาหารสด เช่น เนื้อไก่ และหมู ที่ปรับขึ้นจากกิโลกรัมละ 60-65 บาท เป็นราว 90 บาท ภายในเวลาเพียง 20 วัน
ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน วิกฤตราคาน้ำมันและปัญหาการขาดแคลนยังซ้ำเติมสถานการณ์

“แม้ภาครัฐจะยังคงอุดหนุนราคา แต่การตรึงราคาที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย กลับเปิดช่องให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศ จึงเสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง หรืออย่างน้อยให้ใกล้เคียงประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดปัญหาดังกล่าวและช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุนได้ชัดเจนขึ้น”
กลุ่มที่กระทบหนักสุด คือกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาน้ำมันขาดแคลน ต้องต่อคิวเติมน้ำมันเป็นเวลานาน ในบางพื้นที่ เช่น เส้นทางพิษณุโลก-พิจิตร พบว่ามีรถต่อคิวยาวหลายชั่วโมงเพื่อเติมน้ำมันเพียง 500 บาท
อีกทั้ง ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งและซัพพลายเชน โดยรถขนส่งสินค้าประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ทำให้ระยะเวลาจัดส่งล่าช้าจากเดิม 2-3 วัน เป็น 5-6 วัน
ส่งผลให้สินค้าบางรายการเริ่มขาดตลาด และอีกปัจจัยที่น่ากังวลคือ เมื่อราคาสินค้าแพงขึ้นตามต้นทุน แต่กำลังซื้อของผู้คนยังเท่าเดิม อาจนำไปสู่ภาวะการบริโภคชะลอตัว และจะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมแน่นอน
พร้อมประเมินว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ บรรยากาศการเดินทาง ‘มีแนวโน้มไม่คึกคัก’
“ประชาชนยังต้องแบกรับภาระค่าครองชีพและหนี้สิน ส่งผลให้บางส่วนตัดสินใจไม่เดินทางกลับภูมิลำเนา ขณะที่ผู้ประกอบการค้าปลีกเริ่มปรับตัว หันมาผลักดันสินค้าแบรนด์ทางเลือก (House Brand) มากขึ้น เช่น น้ำปลา กะปิ และปลากระป๋อง ที่ผลิตในต้นทุนต่ำกว่า แต่ยังคงคุณภาพใกล้เคียงแบรนด์ชั้นนำในตลาด”
‘ยักษ์ค้าปลีก’ ย้ำ…ยังตรึงไหว
ด้านแหล่งข่าวจากยักษ์ใหญ่ค้าปลีกรายหนึ่ง เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า แม้ยอดขายในช่วงนี้จะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติของพฤติกรรมผู้บริโภค โดยภาพรวมกำลังซื้อยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สำหรับราคาสินค้า ปัจจุบันผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดทุกรายยังคงตรึงราคาสินค้าไว้โดยไม่มีการปรับขึ้น
ส่วนหนึ่งมาจากการที่กรมการค้าภายในมีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มงวดและสุ่มตรวจสอบในทุกๆ วัน ขณะเดียวกันแต่ละรายเองก็ทำโปรโมชันส่งเสริมการขายควบคู่กันไปเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภค
“ขณะนี้ยังไม่มีแผนปรับราคาสินค้า โดยเราประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวันเพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด”
บิ๊กน้ำอัดลมยังยืนราคาเดิม รับหากต้นทุนชนเพดาน จำเป็นต้องปรับขึ้น
ขณะที่ ‘พลตรี พัชร รัตตกุล’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจมีความท้าทายมากขึ้นจากความ ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อต้นทุน
“การขนส่ง การผลิต รวมถึงพลังงาน พลาสติก และบรรจุภัณฑ์ บริษัทจึงติดตามต้นทุนอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารความเสี่ยงผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในวัตถุดิบบางรายการ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการกระจายสินค้าเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวน”

อีกหนึ่งจุดแข็งคือการเป็นสมาชิกเครือข่าย Strategic Sourcing ระดับโลก ทำให้สามารถต่อรองราคาวัตถุดิบได้ดีจากการสั่งซื้อในปริมาณมาก แม้ปัจจัยภายนอกอย่างสงครามและราคาน้ำมันจะควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือการบริหารต้นทุนภายในอย่างเข้มงวด
“ตราบใดที่ยังบริหารต้นทุนได้ ในไตรมาส 2 บริษัทจะยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าน้ำอัดลม เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภคและยอดขายในภาพรวม แต่หากต้นทุนสูงขึ้นจนรับไม่ไหวจริงๆ ก็อาจต้องพิจารณาการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้” หัวเรือใหญ่ หาดทิพย์ ย้ำ

