Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2027 (กุมภาพันธ์ 2026 – มกราคม 2027) กว่า 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% จากปีก่อน หนุนโดยธุรกิจ Data Center พร้อมส่งสัญญาณว่าการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ AI จะยังไม่แผ่วไปถึงปี 2028 แต่บริษัทก็เตือนว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะถูกบีบจากต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูง
ประเด็นสำคัญ
เมื่อวานนี้ (26 สิงหาคม) Nvidia Corp. (NVDA) รายงานรายได้ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2027 สิ้นสุดวันที่ 26 กรกฎาคม 2026 ที่ 9.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 106% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 4.67 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 9.22 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ LSEG
กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) ตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 2.46 ดอลลาร์ และแบบ Non-GAAP ที่ 2.22 ดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.10 ดอลลาร์ โดยธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งเป็นหัวใจของบริษัท ทำรายได้ 8.90 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 117% จากปีก่อน และสูงกว่าประมาณการเฉลี่ยที่ 8.58 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์ (Hyperscaler) ซึ่งรวมถึง Amazon.com Inc. และ Google ของ Alphabet Inc. เป็นผู้สร้างรายได้ส่วนใหญ่ ขณะที่ธุรกิจ Edge Computing ทำรายได้ 7.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 27%
“AI มาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว มันกำลังทำงานที่มีประโยชน์จริง โทเคนของมันสร้างผลผลิตและสร้างกำไร ตอนนี้พลังประมวลผลคือรายได้” เจนเซน หวง ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Nvidia ระบุ “และดีมานด์กำลังเร่งตัวขึ้น ช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว มีแล็บเพียงแห่งเดียวที่ขับเคลื่อนการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่วันนี้เรามียุคทองของแล็บ AI และสตาร์ทอัพหน้าใหม่ มีแล็บระดับแนวหน้าหลายรายขยายตัวไปพร้อมกัน มีระบบนิเวศโมเดลเปิดที่เติบโต และมี Physical AI ที่กำลังเริ่มใช้งานจริง”
ด้าน โคเล็ตต์ เครสส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Nvidia กล่าวว่า “เราคาดว่ารายได้จะเติบโตราว 70% ในปีบัญชี 2028” ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ราว 44-45% อย่างมีนัยสำคัญ
เครสส์ยังชี้ว่า Nvidia จะเติบโตได้เร็วกว่านี้อีกหากมีอุปทานเพียงพอ โดยยังเห็นดีมานด์เร่งตัวขึ้น แม้จะอยู่ในขนาดธุรกิจระดับนี้แล้วก็ตาม ประมาณการของลูกค้าชี้ว่าการเติบโตของเราจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในปีหน้า
สำหรับไตรมาส 3 ปีบัญชี 2027 Nvidia คาดรายได้ที่ 1.08 แสนล้านดอลลาร์ บวกลบ 2% สูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ โดยตัวเลขคาดการณ์นี้ ไม่ได้รวมรายได้จากธุรกิจ Data Center compute ในจีนเลย
ต้นทุนหน่วยความจำกำลังบีบมาร์จิ้น
จุดที่ต้องจับตาคืออัตรากำไรขั้นต้น บริษัทคาดว่าไตรมาส 3 จะอยู่ที่ 74.0% บวกลบ 50 เบสิสพอยต์ ลดลงจาก 75.0% ในไตรมาสล่าสุด และเตือนว่ามาร์จิ้นจะแคบลงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยจะลงไปแตะจุดต่ำสุดในไตรมาส 4 ปีบัญชี ซึ่งสิ้นสุดเดือนมกราคม ที่ระดับ 71-72% ก่อนจะฟื้นกลับมาที่ 72-73% ในปีบัญชี 2028 หลังบริษัทปรับขึ้นราคาสินค้าของตัวเอง
ต้นทุนที่พุ่งขึ้นมาจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลก ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย การฝึกและรันซอฟต์แวร์ AI ต้องใช้หน่วยความจำมหาศาล ทำให้ผู้ผลิตอย่าง Samsung Electronics Co., SK Hynix Inc. และ Micron Technology Inc. เป็นกลุ่มเดียวในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีอัตราการเติบโตของรายได้ทัดเทียม Nvidia แต่แม้จะเร่งขยายกำลังการผลิต ทั้งสามรายก็ไม่คาดว่าจะตามดีมานด์ทันไปอีกหลายปี
ภาวะดังกล่าวกระทบ Nvidia โดยตรง เพราะหน่วยความจำถูกประกอบเข้ากับชิปของบริษัท ซึ่ง Nvidia ได้แจ้งลูกค้าแล้วว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อรองรับต้นทุนที่สูงขึ้น
ราคาหุ้นปีนี้โต 13% แม้ธุรกิจโตเกินคาด 16 ไตรมาสติด
ณ ราคาปิดวันที่ 26 สิงหาคม 2026 หุ้น NVDA อยู่ที่ 209.66 ดอลลาร์ ลดลง 3.39 ดอลลาร์ หรือ -1.59% คิดเป็นมูลค่าตลาด (Market Cap) ราว 5.08-5.09 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังคงสถานะบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก โดยหลังตลาดปิดและมีการเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ปี 2028 ราคาหุ้นดีดขึ้นไปกว่า 4-5% แตะระดับราว 220 ดอลลาร์
ที่น่าสนใจคือ แม้ธุรกิจจะเติบโตแรง แต่ราคาหุ้นกลับปรับขึ้นเพียง 13% นับตั้งแต่ต้นปี ณ ราคาปิดวันพุธ ดีกว่าดัชนี Nasdaq เพียงเล็กน้อยเท่านั้น สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มเย็นชาลงหลังราคาหุ้นพุ่งแรงติดต่อกันมาสามปี
Nvidia ทำรายได้เหนือประมาณการของวอลล์สตรีทมาแล้ว 16 ไตรมาสติดต่อกัน แต่นั่นไม่ได้ช่วยราคาหุ้นเสมอไป เพราะผู้ถือหุ้นมองว่าการเติบโตสูงเป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงในวันถัดจากการประกาศงบ 5 ครั้ง จาก 6 ครั้งหลังสุด
แม้ตัวเลขจะแข็งแกร่ง แต่ Nvidia กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากคู่แข่งที่จ้องตลาดทำกำไรของบริษัทอย่าง Advanced Micro Devices และ Google รวมถึงลูกค้าของ Nvidia เองที่หันไปพัฒนาชิปภายในองค์กรมากขึ้น ซึ่งอาจลดการพึ่งพา Nvidia ลงในระยะยาว โดยเมื่อสัปดาห์นี้เอง OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ระบุว่าชิป Jalapeno ตัวใหม่ของตนทำผลงานได้ดีกว่าไลน์สินค้าปัจจุบันของ Nvidia ในการทดสอบ
อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ ดีลการลงทุนจำนวนมากที่ Nvidia ทำกับบริษัทในระบบนิเวศ AI ตลอดปีที่ผ่านมา ทั้งฝั่งผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในทางทฤษฎีทำให้ Nvidia มีภาระผูกพันหลายหมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงความร่วมมือกับ Apollo, BlackRock, Blackstone, Brookfield, Goldman Sachs และ KKR เพื่อจัดตั้งแพลตฟอร์มระดมทุนอิสระ ตั้งเป้าดึงเงินทุนจากภายนอกกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทระบุชัดว่ายังต้องขึ้นอยู่กับการทำสัญญาฉบับสมบูรณ์
ฝ่ายที่มองต่างกังวลว่าการจัดหาเงินทุนแบบหมุนวน (Circular Financing) จะสร้างดีมานด์เทียมขึ้นมา แต่เครสส์อธิบายว่าดีลเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มอุปทานของบริษัท โดยภาระผูกพันด้านการใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ในรูปสัญญาซื้อระยะยาวกับซัพพลายเออร์
“สิ่งสำคัญที่สุดที่เราเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่นในแง่ของข้อผูกพัน คือเรื่องเดียวเท่านั้น นั่นคืออุปทาน” เครสส์กล่าว
Vera Rubin เข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบ
ในไตรมาสที่ผ่านมา Nvidia ประกาศว่าแพลตฟอร์ม Vera Rubin เข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบแล้ว โดยมีแร็กที่ติดตั้งใช้งานกับพันธมิตรอย่าง CoreWeave, Google Cloud, Microsoft Azure, Oracle Cloud Infrastructure และ Nebius
“การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังเดินหน้าเต็มกำลัง Vera Rubin ซึ่งขณะนี้อยู่ในการผลิตเต็มรูปแบบแล้ว ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ” หวงระบุ
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว NVIDIA Vera ซีพียูตัวแรกที่สร้างมาเพื่อ AI Agent โดยเฉพาะ, ระบบสวิตช์ Spectrum-6, ตัวเร่งการประมวลผล Groq 3 LPX ที่เข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบ และแพลตฟอร์ม NVIDIA DSX สำหรับผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI Factory ขณะที่ฝั่ง Edge Computing มีการจับมือ Microsoft เปิดตัว NVIDIA RTX Spark ซูเปอร์ชิประดับ 1 เพตาฟล็อปสำหรับ Windows PC และการขยายระบบนิเวศแพลตฟอร์มโรโบแท็กซี่ DRIVE Hyperion ร่วมกับ Foxconn, VinFast, Uber และ HUMAIN
ภาพ: Woohae Cho/Getty Images
อ้างอิง:
- https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-announces-financial-results-for-second-quarter-fiscal-2027
- https://www.cnbc.com/2026/08/26/nvidia-nvda-earnings-report-q2-2027-live-updates.html
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-08-26/nvidia-estimate-topping-forecast-fails-to-wow-investors?srnd=homepage-asia

