เมื่อวานนี้ (7 ตุลาคม) รางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปีนี้ ตกเป็นของ อองรี บี. คาแกน และ เคนโซ โซไอ สองนักวิทยาศาสตร์ผู้ร่วมกันไขปริศนาทางเคมีและชีววิทยาอายุกว่าศตวรรษว่าด้วย ‘ความไม่สมมาตรของชีวิต’ (Life’s Asymmetry หรือ Chirality) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตเลือกใช้โมเลกุลเพียง ‘ข้างใดข้างหนึ่ง’ เท่านั้น เหมือนกับการที่ร่างกายมนุษย์เลือกใช้เฉพาะ ‘มือซ้าย’ หรือ ‘มือขวา’ เพียงข้างเดียวในการทำงาน โดยไม่ใช้สลับกัน
ประเด็นสำคัญ
ทั้งสองได้บุกเบิกวิธีออกแบบและควบคุมปฏิกิริยาเคมีในห้องทดลองให้สามารถสร้างเฉพาะโมเลกุลในรูปแบบที่ต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรก ซึ่งนอกจากกลไกตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตแล้ว ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
ความสำเร็จระดับประวัติศาสตร์นี้นอกจากจะช่วยไขความลับของกระบวนการที่อาจนำไปสู่จุดกำเนิดสิ่งมีชีวิตเมื่อกว่า 4 พันล้านปีก่อนแล้ว ยังเป็นการปฏิวัติวงการเภสัชกรรมและการผลิตยาครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยารักษาโรคแก่มนุษยชาติ
พวกเขาคือใคร ผลงานคืออะไร
อองรี บี. คาแกน นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส วัย 95 ปี จาก Université Paris-Sud และ เคนโซ โซไอ นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น วัย 76 ปี จาก Tokyo University of Science
ทั้งสองได้รับรางวัลโนเบลเคมี 2026 จากผลงาน “การค้นพบผลกระทบแบบไม่เป็นเส้นตรงและกระบวนการตัวเร่งปฏิกิริยาอัตโนมัติในการสังเคราะห์สารอินทรีย์แบบไม่สมมาตร” ซึ่งเป็นการค้นพบวิธีออกแบบและควบคุมปฏิกิริยาเคมีให้สร้างโมเลกุลภาพสะท้อนในกระจกในแบบที่ต้องการได้
เมื่อปี 1986 คาแกนค้นพบแนวทางใหม่ในการควบคุมปฏิกิริยาเคมีที่เปิดทางให้สามารถสร้างโมเลกุลภาพสะท้อนในกระจกด้านใดด้านหนึ่งได้ใน ‘สัดส่วนที่สูงกว่า’ ที่เคยเชื่อกันว่าจะเป็นไปได้
ในปี 1995 โซไอ ได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสาร Nature นำเสนอปฏิกิริยาเคมีแรกที่มีศักยภาพในการเป็น ‘โฮโมไครัล’ (Homochiral) หรือการสร้างเฉพาะโมเลกุลแบบที่ต้องการ จนกระทั่งในปี 2003 เขาประสบความสำเร็จในการควบคุมปฏิกิริยาเคมีที่สร้างโมเลกุลภาพสะท้อนเพียงรูปแบบเดียวได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ‘Soai Reaction’ ซึ่งนอกจากกระบวนการตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตแล้ว ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
ผลงานนี้สำคัญอย่างไร
ผลงานของ คาแกน และ โซไอ มีส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจพื้นฐานเรื่อง ‘กำเนิดของชีวิต’ (Homochirality) โดยในทางเคมี โมเลกุลที่มีคุณสมบัติมือซ้ายและมือขวาเรียกว่า ‘ไครัลลิตี’ (Chirality) ซึ่งปฏิกิริยาเคมีทั่วไปในห้องทดลองมักสร้างส่วนผสมของโมเลกุลทั้งสองแบบในอัตราส่วน 50-50 แต่สิ่งมีชีวิตบนโลกกลับเลือกใช้โมเลกุลเพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น เช่น กรดอะมิโนที่เป็นหน่วยสร้างโปรตีน
งานวิจัยนี้ช่วยไขปริศนาว่า ปรากฏการณ์การเลือกโมเลกุลแบบเดียวนี้เกิดขึ้นเองได้อย่างไร และถือเป็นครั้งแรกที่มนุษย์สามารถจำลองปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 4 พันล้านปีก่อนตอนกำเนิดสิ่งมีชีวิตขึ้นในห้องทดลองได้ และอาจเป็นรากฐานที่ช่วยอธิบาย ‘ความไม่สมมาตร’ ในระดับร่างกายของสิ่งมีชีวิต เช่น การที่หัวใจมนุษย์อยู่ด้านซ้าย หรือเปลือกหอยทากที่ขดวนไปทางขวา
นอกจากนี้ผลงานของทั้งคู่ยังมีส่วนปฏิวัติวงการผลิตยาและอุตสาหกรรม โดยโมเลกุลภาพสะท้อนแต่ละด้านมีปฏิกิริยาต่อร่างกายแตกต่างกัน โดยด้านหนึ่งอาจใช้รักษาโรคได้ แต่อีกด้านหนึ่งอาจไม่มีผลใดๆ หรือเป็นพิษ
ตัวอย่างเช่น ในช่วงทศวรรษ 1950 ยาธาลิโดไมด์ (Thalidomide) ถูกจ่ายให้หญิงตั้งครรภ์เพื่อลดอาการแพ้ท้อง โดยโมเลกุลแบบมือขวามีฤทธิ์รักษา แต่โมเลกุลแบบมือซ้ายเป็นพิษและทำให้ทารกที่คลอดออกมามีความพิการรุนแรงนับพันคน
ความสำเร็จของทั้งสองคนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนายารักษาโรค การผลิตสารปรุงแต่งกลิ่น รสชาติ และวัสดุศาสตร์สมัยใหม่ ให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภาพ: Tom Little / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.nobelprize.org/
- https://www.nature.com/articles/d41586-026-03093-0
- https://www.bbc.com/news/articles/c6ly038jg0d4o


