Menu

‘หมีน้ำ’ ผู้อยู่รอดสุดท้ายบนโลก แม้อุกกาบาตถล่มก็ไม่หวั่น!

17.07.2017
  • LOADING...
  • 156

HIGHLIGHTS

2 Mins. Read
  • ทาร์ดิเกรด (Tardigrade) หรือ ‘หมีน้ำ’ สิ่งมีชีวิตแปดขาที่มีขนาดเพียง 0.04 นิ้ว คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมสุดทรหด แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในโลกช่วงอุกกาบาตพุ่งชนจนกวาดล้างไดโนเสาร์ให้สูญพันธุ์
  • หมีน้ำอยู่บนโลกมาอย่างน้อย 10 ล้านปีแล้ว สามารถทนแรงดันภายใต้สภาวะเกือบเป็นสุญญากาศ ทนอุณหภูมิได้สูงถึง 150 องศาเซลเซียส ทนหนาวได้ -272 องศาเซลเซียส ลงน้ำลึกได้ถึง 11 กิโลเมตรใต้ระดับน้ำทะเล และมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องการอาหารถึง 30 ปี
  • มนุษย์ต้านทานการรับรังสีได้เพียง 6 เกรย์ (มากกว่านี้จะเสียชีวิต) แต่หมีน้ำต้านทานรังสีได้สูงถึง 6,000 เกรย์ หรือมากกว่านั้น!

     ราว 66 ล้านปีที่แล้ว โลกประสบภัยพิบัติร้ายแรงเมื่อครั้งอุกกาบาตพุ่งชนโลก สิ่งมีชีวิตมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของโลกถูกสังหาร แต่ทีมวิจัยค้นพบว่าแม้จะมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นบนโลกในวันนี้ แต่จะมีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่อยู่รอด

     งานวิจัยในไซแอนทิฟิกรีพอร์ตส์ (Scientific Reports) เปิดเผยว่า ทาร์ดิเกรด (Tardigrade) สิ่งมีชีวิตแปดขาที่มีขนาดเพียง 0.04 นิ้ว คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมสุดทรหดแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในโลกช่วงอุกกาบาตพุ่งชนจนกวาดล้างไดโนเสาร์ให้สูญพันธุ์

     “หากปราศจากเทคโนโลยีต่างๆ ที่มาคุ้มครองเราแล้ว มนุษย์ก็เป็นเพียงสัตว์ที่มีความเปราะบางสูงเท่านั้น” ราฟาเอล อัลเวส บาติสตา (Rafael Alves Batista) ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าว

 

 

‘หมีน้ำ’ สิ่งมีชีวิต อึด-ถึก-ทน ที่สุดในโลก

     สิ่งมีชีวิตชื่อ ทาร์ดิเกรด อาศัยอยู่ตามมอสส์ พืช ทราย น้ำจืด หรือแม้แต่ในทะเล จนได้รับฉายาว่า ‘หมีน้ำ’ (water bear) และลูกหมูมอสส์ โดยมีรูปร่างลำตัวเป็นปล้อง 4 ปล้อง พร้อมกรงเล็บติดปลายขา

     หมีน้ำเหล่านี้อยู่อาศัยบนโลกมานานอย่างน้อย 10 ล้านปีแล้ว มีความสามารถทนแรงดันภายใต้สภาวะเกือบเป็นสุญญากาศ ทนอุณหภูมิได้สูงถึง 150 องศาเซลเซียส ทนหนาวได้ถึง –272 องศาเซลเซียส และยังสามารถลงน้ำลึกได้ถึง 11 กิโลเมตรใต้ระดับน้ำทะเล อีกทั้งยังอยู่ได้โดยไม่ต้องการอาหารนานถึง 30 ปี

     นอกจากนี้ มันยังต้านทานรังสีได้สูงกว่า 6,000 เกรย์ ในขณะที่มนุษย์อย่างเรา การรับรังสีเพียง 6 เกรย์ ก็สามารถเสียชีวิตได้

     ทีมวิจัยพบว่า ภัยพิบัติทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์อย่างอุกกาบาตพุ่งชนโลก แสงวาบรังสีแกมมา และซูเปอร์โนวา ที่สามารถทำลายชั้นโอโซนบนโลกอันเป็นปรากฏการณ์ที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตมากมายไม่สามารถอยู่รอดได้ กลับไม่สามารถทำอะไรหมีน้ำได้เลย

 

 

‘หมีน้ำ’ ฆ่าได้ แต่โอกาสแทบเป็นศูนย์

     ฟังดูเหมือน ‘หมีน้ำ’ จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทนทายาดสุดๆ แต่ก็ใช่ว่ามันจะถูกทำลายไม่ได้เลย

     แล้วหมีน้ำจะถูกทำลายได้อย่างไร?

  • ภัยพิบัติทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์รุนแรงจนทำให้น้ำทะเลเดือดจนระเหย ถึงเวลานั้นทาร์ดิเกรดและสิ่งมีชีวิตบนโลกก็จะถึงคราวดับสูญ แต่ว่าเงื่อนไขที่เหมาะสมต่อการเกิดสภาวะดังกล่าว แทบไม่มีทางเป็นไปได้เลย
  • เกิดแสงวาบรังสีแกมมาในรัศมีต่ำกว่า 40 ล้านปีแสงจากโลก แต่อัตราการเกิดเหตุการณ์นี้ต่ำมาก และไม่น่าจะมีการเกิดขึ้นในช่วงหลายพันล้านปีต่อจากนี้
  • อุกกาบาตต้องใช้แรงมหาศาลราว 560,000,000,000,000,000,000,000,000 จูล พุ่งชนโลก ซึ่งยากที่จะมีหินนอกโลกก้อนใดจะทำได้
  • เกิดซูเปอร์โนวา หรือการระเบิดของดาวฤกษ์ ในรัศมี 0.14 ล้านปีแสง ซึ่งดาวฤกษ์ใกล้ที่สุด นอกจากดวงอาทิตย์อย่าง ‘พรอกซิมา เซนทาวรี’ (Proxima Centauri) นั้นอยู่ห่างจากโลก 4 ล้านปีแสง และกว่าจะระเบิดตัวเองนั้นอีกนานแสนนาน

     ส่วนเหตุการณ์ที่มีโอกาสจะเกิดมากที่สุดในการกวาดล้างทาร์ดิเกรด คือภัยใกล้ตัวอย่างการระเบิดของดวงอาทิตย์นั่นเอง

     แต่การระเบิดของดวงอาทิตย์ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เหมือนกับที่ทีมวิจัยกล่าวว่า

     “เรายังไม่เข้าใจกลไกการกำเนิดสิ่งมีชีวิตได้อย่างถ่องแท้ แต่เมื่อใดที่สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นบนดาวเคราะห์แบบโลกแล้ว

     “การกวาดล้างชีวิตออกไปทั้งหมดแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย”

 

อ้างอิง:


  • LOADING...
  • 156
READ MORE
FOLLOW US

‘หมีน้ำ’ ผู้อยู่รอดสุดท้ายบนโลก แม้อุกกาบาตถล่มก็ไม่หวั่น!

HIGHLIGHTS:

2 Mins. Read
  • ทาร์ดิเกรด (Tardigrade) หรือ ‘หมีน้ำ’ สิ่งมีชีวิตแปดขาที่มีขนาดเพียง 0.04 นิ้ว คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมสุดทรหด แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในโลกช่วงอุกกาบาตพุ่งชนจนกวาดล้างไดโนเสาร์ให้สูญพันธุ์
  • หมีน้ำอยู่บนโลกมาอย่างน้อย 10 ล้านปีแล้ว สามารถทนแรงดันภายใต้สภาวะเกือบเป็นสุญญากาศ ทนอุณหภูมิได้สูงถึง 150 องศาเซลเซียส ทนหนาวได้ -272 องศาเซลเซียส ลงน้ำลึกได้ถึง 11 กิโลเมตรใต้ระดับน้ำทะเล และมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องการอาหารถึง 30 ปี
  • มนุษย์ต้านทานการรับรังสีได้เพียง 6 เกรย์ (มากกว่านี้จะเสียชีวิต) แต่หมีน้ำต้านทานรังสีได้สูงถึง 6,000 เกรย์ หรือมากกว่านั้น!

     ราว 66 ล้านปีที่แล้ว โลกประสบภัยพิบัติร้ายแรงเมื่อครั้งอุกกาบาตพุ่งชนโลก สิ่งมีชีวิตมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของโลกถูกสังหาร แต่ทีมวิจัยค้นพบว่าแม้จะมีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นบนโลกในวันนี้ แต่จะมีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่อยู่รอด

     งานวิจัยในไซแอนทิฟิกรีพอร์ตส์ (Scientific Reports) เปิดเผยว่า ทาร์ดิเกรด (Tardigrade) สิ่งมีชีวิตแปดขาที่มีขนาดเพียง 0.04 นิ้ว คือสิ่งมีชีวิตที่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมสุดทรหดแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในโลกช่วงอุกกาบาตพุ่งชนจนกวาดล้างไดโนเสาร์ให้สูญพันธุ์

     “หากปราศจากเทคโนโลยีต่างๆ ที่มาคุ้มครองเราแล้ว มนุษย์ก็เป็นเพียงสัตว์ที่มีความเปราะบางสูงเท่านั้น” ราฟาเอล อัลเวส บาติสตา (Rafael Alves Batista) ผู้ร่วมเขียนงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าว

 

 

‘หมีน้ำ’ สิ่งมีชีวิต อึด-ถึก-ทน ที่สุดในโลก

     สิ่งมีชีวิตชื่อ ทาร์ดิเกรด อาศัยอยู่ตามมอสส์ พืช ทราย น้ำจืด หรือแม้แต่ในทะเล จนได้รับฉายาว่า ‘หมีน้ำ’ (water bear) และลูกหมูมอสส์ โดยมีรูปร่างลำตัวเป็นปล้อง 4 ปล้อง พร้อมกรงเล็บติดปลายขา

     หมีน้ำเหล่านี้อยู่อาศัยบนโลกมานานอย่างน้อย 10 ล้านปีแล้ว มีความสามารถทนแรงดันภายใต้สภาวะเกือบเป็นสุญญากาศ ทนอุณหภูมิได้สูงถึง 150 องศาเซลเซียส ทนหนาวได้ถึง –272 องศาเซลเซียส และยังสามารถลงน้ำลึกได้ถึง 11 กิโลเมตรใต้ระดับน้ำทะเล อีกทั้งยังอยู่ได้โดยไม่ต้องการอาหารนานถึง 30 ปี

     นอกจากนี้ มันยังต้านทานรังสีได้สูงกว่า 6,000 เกรย์ ในขณะที่มนุษย์อย่างเรา การรับรังสีเพียง 6 เกรย์ ก็สามารถเสียชีวิตได้

     ทีมวิจัยพบว่า ภัยพิบัติทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์อย่างอุกกาบาตพุ่งชนโลก แสงวาบรังสีแกมมา และซูเปอร์โนวา ที่สามารถทำลายชั้นโอโซนบนโลกอันเป็นปรากฏการณ์ที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตมากมายไม่สามารถอยู่รอดได้ กลับไม่สามารถทำอะไรหมีน้ำได้เลย

 

 

‘หมีน้ำ’ ฆ่าได้ แต่โอกาสแทบเป็นศูนย์

     ฟังดูเหมือน ‘หมีน้ำ’ จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทนทายาดสุดๆ แต่ก็ใช่ว่ามันจะถูกทำลายไม่ได้เลย

     แล้วหมีน้ำจะถูกทำลายได้อย่างไร?

  • ภัยพิบัติทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์รุนแรงจนทำให้น้ำทะเลเดือดจนระเหย ถึงเวลานั้นทาร์ดิเกรดและสิ่งมีชีวิตบนโลกก็จะถึงคราวดับสูญ แต่ว่าเงื่อนไขที่เหมาะสมต่อการเกิดสภาวะดังกล่าว แทบไม่มีทางเป็นไปได้เลย
  • เกิดแสงวาบรังสีแกมมาในรัศมีต่ำกว่า 40 ล้านปีแสงจากโลก แต่อัตราการเกิดเหตุการณ์นี้ต่ำมาก และไม่น่าจะมีการเกิดขึ้นในช่วงหลายพันล้านปีต่อจากนี้
  • อุกกาบาตต้องใช้แรงมหาศาลราว 560,000,000,000,000,000,000,000,000 จูล พุ่งชนโลก ซึ่งยากที่จะมีหินนอกโลกก้อนใดจะทำได้
  • เกิดซูเปอร์โนวา หรือการระเบิดของดาวฤกษ์ ในรัศมี 0.14 ล้านปีแสง ซึ่งดาวฤกษ์ใกล้ที่สุด นอกจากดวงอาทิตย์อย่าง ‘พรอกซิมา เซนทาวรี’ (Proxima Centauri) นั้นอยู่ห่างจากโลก 4 ล้านปีแสง และกว่าจะระเบิดตัวเองนั้นอีกนานแสนนาน

     ส่วนเหตุการณ์ที่มีโอกาสจะเกิดมากที่สุดในการกวาดล้างทาร์ดิเกรด คือภัยใกล้ตัวอย่างการระเบิดของดวงอาทิตย์นั่นเอง

     แต่การระเบิดของดวงอาทิตย์ก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เหมือนกับที่ทีมวิจัยกล่าวว่า

     “เรายังไม่เข้าใจกลไกการกำเนิดสิ่งมีชีวิตได้อย่างถ่องแท้ แต่เมื่อใดที่สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นบนดาวเคราะห์แบบโลกแล้ว

     “การกวาดล้างชีวิตออกไปทั้งหมดแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย”

 

อ้างอิง:

LOADING...

RELATED STORIES