×

เฟซบุ๊กกำลังจะกลายเป็น ‘สื่อ’ ที่มีฐานผู้ชม 2,000 ล้านคน?

28.06.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • เฟซบุ๊กมียอดผู้ใช้งานครบ 2,000 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรโลก
  • รายได้ 85 เปอร์เซ็นต์ของเฟซบุ๊กมาจาก ‘โฆษณา’ ผ่านโทรศัพท์มือถือ
  • เฟซบุ๊กมีสถานะกลายเป็น ‘สื่อ’ มากขึ้น เมื่อตัดสินใจเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ของตัวเอง
  • เฟซบุ๊กรุกตลาดสตรีมมิง ซึ่งเป็นตลาดเดียวกับ Netflix, Amazon Prime Video และจับมือกับ Fox Sports ในการถ่ายทอดสดฟุตบอล UEFA Champion League

     วันนี้ (28 มิ.ย.) เฟซบุ๊กมียอดผู้ใช้งานครบ 2,000 ล้านคนแล้ว หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรโลกกำลังใช้ชีวิตอยู่บนเฟซบุ๊ก

     จำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้อัตรารายได้ไตรมาสที่ 1 ปี 2017 เติบโตขึ้น 76 เปอร์เซ็นต์ มีกำไรสุทธิทะลุ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

     โดยรายได้ 85 เปอร์เซ็นต์มาจาก ‘โฆษณา’ ผ่านโทรศัพท์มือถือ

     นอกจาก ‘ตัวเลข’ ยอดผู้ใช้และโฆษณา สิ่งที่น่าจับตากว่าคือ การขยับลงมาเล่นเป็น ‘ผู้ผลิต’ และ ‘ผู้เผยแพร่’ คอนเทนต์

     เฟซบุ๊กลงทุนสร้างเนื้อหาเองและจับมือกับ Fox Sports ในการเป็นช่องทางถ่ายทอดสด UEFA Champion League ในอเมริกาและสเปน

     ทำให้เฟซบุ๊กขยับสถานะสู่การเป็น ‘สื่อ’ มากขึ้น

     แต่ความเป็นสื่อของเฟซบุ๊กมีข้อได้เปรียบมากกว่าสื่อทั่วไป เพราะเฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ชมกลุ่มใหญ่ถึง 2,000 ล้านคน!

 

รุกตลาดสตรีมมิง-แบ่งรายได้ให้ผู้ผลิต

     เฟซบุ๊กประกาศชัดตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมว่าจะบุกตลาดสตรีมมิง และจะผลิตคอนเทนต์ของตัวเอง เพื่อเป็นแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ (ซึ่งเป็นตลาดเดียวกับ Netflix, Amazon Prime Video ฯลฯ)

     โดยเน้นเนื้อหาบันเทิง, กีฬา, วัยรุ่น, เกม, ตลก, เรียลลิตี้ และพยายามหลีกเลี่ยงเนื้อหาเชิงการเมือง ข่าวสาร และโป๊เปลือย

     เนื้อหาที่เฟซบุ๊กจะผลิต (โดยจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญ) แบ่งเป็น 2 แบบ

     1. ภาพยนตร์สั้น (3-10 นาที/ตอน)

     ลงทุนตอนละ 5,000-20,000 เหรียญ (ประมาณ 1.75 – 7 แสนบาท)

     เฟซบุ๊กจ้างผลิต ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และผู้ผลิตสามารถนำคอนเทนต์ไปฉายที่อื่นได้หลังจากผ่านไป 2-3 สัปดาห์

     2. ภาพยนตร์หรือโชว์ระดับไฮเอนด์ (30 นาที/ตอน)

     ให้งบในการผลิตสูงถึงตอนละ 3 ล้านเหรียญ (ประมาณ 105 ล้านบาท) ใกล้เคียงกับงบผลิตซีรีส์ ‘House of Cards’ ของ Netflix ที่ลงทุนตอนละ 4.5 ล้านเหรียญ (ประมาณ 157 ล้านบาท)

     ถามว่า ในฐานะบริษัทที่รับจ้างผลิตคอนเทนต์ให้เฟซบุ๊กจะได้อะไร?

      นิก กรูดิน รองประธานฝ่ายหุ้นส่วนสื่อของเฟซบุ๊กตอบว่า “พวกเราจะให้ทุนโดยตรงสำหรับโชว์เหล่านี้ก่อน แต่จากนั้นเราจะให้ผู้สร้างทั้งหลายได้แบ่งปันรายได้กับเราแบบเดียวกับแอดเบรก (Ad Breaks)*”

     นอกจากนี้ เฟซบุ๊กยังรับประกันผู้ผลิตคอนเทนต์ อาทิ BuzzFeed, ATTN และ Refinery29 ว่าจะแบ่งรายได้โฆษณาที่ 5,000-20,000 เหรียญต่อตอน

 

เฟซบุ๊กถ่ายทอดสด UEFA Champion League

     ดีลล่าสุด (28 มิ.ย.) เฟซบุ๊กจับมือ Fox Sports ในการถ่ายทอดสด UEFA Champion League ฤดูกาลหน้า หรือช่วงเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

     ดีลนี้จะถ่ายทอดสดทั้งหมด 3 รอบ คือ รอบแบ่งกลุ่มวันละ 2 แมตช์, รอบ 16 ทีมสุดท้าย 4 แมตช์ และรอบ 8 ทีมสุดท้าย 4 แมตช์

     และจำกัดการถ่ายทอดสดเฉพาะแค่ 2 ประเทศคือ อเมริกาและสเปน

     โดยผู้ชมในอเมริกาสามารถดูผ่านเพจ Fox Sports  และผู้ชมในสเปนดูผ่าน Fox Deportes 

     “ผู้คนใช้เวลาบนมือถือและโซเชียลมีเดียมากขึ้นเรื่อยๆ การขยายไปแพลตฟอร์มนี้เป็นเรื่องธรรมดา” เดวิด นาธานสัน หัวหน้าฝ่ายดำเนินธุรกิจ Fox Sports กล่าว

     สถิติบนเฟซบุ๊กในรอบชิงฯ ระหว่างเรอัล มาดริดและยูเวนตุส เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ที่มีคน interaction บนเฟซบุ๊กมากถึง 98 ล้านคน ยืนยันคำพูดของเดวิดได้เป็นอย่างดี

     นอกจากดีลถ่ายทอดสด UEFA Champion League ครั้งนี้ เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กก็เพิ่งจับมือกับ Univision ในการถ่ายทอดสด Liga MX ฟุตบอลลีกสูงสุดของเม็กซิโก จำนวน 46 แมตช์ และดีลถ่ายทอดสด Major League Soccer ฟุตบอลลีกอเมริกาในอีกหนึ่งเดือนให้หลัง

 

‘สื่อ’ คำถามและความจริง (ที่ยังมองไม่เห็น)

     กลับมาดูที่จำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊ก 2,000 ล้านคน และสัดส่วนรายได้ 85 เปอร์เซ็นต์ที่มาจากโฆษณา บวกกับการพลิกบทบาทจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมาสู่การเป็น ‘สื่อ’

     ทำให้เกิดคำถามชวนคิดว่า การต่อสู้ในสมรภูมิคอนเทนต์ ระหว่างยักษ์ใหญ่คือ แพลตฟอร์มกับแพลตฟอร์ม (เช่น Facebook, Google, Netflix, Amazon ฯลฯ)

     ใครจะเป็นผู้ชนะ?

     และสื่อตอนนี้ที่กำลังถูกแพลตฟอร์มเหล่านั้นเบียดแย่งสถานะที่มีอยู่เดิม ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธแพลตฟอร์มเหล่านั้นไม่ได้ เพราะต้องอาศัยเป็นช่องทางในการเผยแพร่และจ่ายเงินบูสต์โพสต์ ไปพร้อมๆ กับเผชิญหน้ากับปัญหาส่วนตัว ซึ่งก็คือการปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป

     แม้ว่าบรรดาเจ้าของแพลตฟอร์มจะให้สัญญาว่าจะแบ่งรายได้จากโฆษณาเมื่อคอนเทนต์ของเรามีจำนวนผู้ชมมากพอ

     แต่ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า

     ในสงครามครั้งนี้ จะมีพื้นที่เหลือให้ ‘สื่อ’ ได้เป็นผู้ชนะหรือไม่?

 

Cover Photo: Justin TALLIS/AFP

อ้างอิง:

FYI
  • แอดเบรก (Ad Breaks) หมายถึง การแบ่งปันรายได้โฆษณาให้ผู้ใช้จากการฉายเฟซบุ๊กไลฟ์ เมื่อมีผู้ชมถึงระดับ 300 คน
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories