ผ่านมาแล้ว 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ได้แสดงอารยะขัดขืนปฏิเสธการเข้าร่วมจับใบดำ-ใบแดง และการตรวจเลือกทหาร ที่สถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ เทศบาลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ 5 เมษายน 2567 โดยให้เหตุผลว่าการบังคับเกณฑ์ทหารขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานและมโนธรรมสำนึก ของตนเอง เขายืนยันว่า ยอมรับผลทางกฎหมายทั้งหมดที่จะตามมา
ประเด็นสำคัญ
ต่อมาในปี 2567 เนติวิทย์ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 เขาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ. บางปู โดยให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน
เนติวิทย์ค้านบังคับเกณฑ์ทหาร สู้คดีตามขั้นตอนกฎหมาย
ช่วงกลางปี 2568 พนักงานอัยการได้สั่งฟ้องเนติวิทย์ต่อศาลแขวงสมุทรปราการ (คดีหมายเลขดำที่ อ 3118/2568) ในข้อหาหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 โดยศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์
ในช่วงเดือนกันยายน 2568 ศาลแขวงสมุทรปราการดำเนินการสืบพยาน ฝ่ายจำเลย (เนติวิทย์) ได้นำพยานขึ้นเบิกความเพื่อยืนยันว่า พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ มีบทบัญญัติที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพทางมโนธรรมสำนึก ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศ
ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายเกณฑ์ทหารละเมิดสิทธิหรือไม่
หลังการสืบพยาน ทนายความของเนติวิทย์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงสมุทรปราการ ตามมาตรา 212 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยชี้ขาดว่า พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 นั้น ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 ว่าด้วยการจำกัดสิทธิเสรีภาพ และมาตรา 31 ว่าด้วยบุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนาและเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน หรือไม่
ศาลแขวงสมุทรปราการพิจารณาแล้วเห็นควรส่งคำร้องดังกล่าวไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาคดีของเนติวิทย์ออกไปก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดลงมา
ช่วงเดือนมกราคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณา และได้มีคำสั่งเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชี้แจงประเด็นดังกล่าวภายใน 15 วัน
12 พ.ค. นี้ นัดชี้ชะตา เนติวิทย์บอก “เพื่อประโยชน์แก่คนรุ่นต่อไป”
ล่าสุดวันนี้ (30 เมษายน) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารระบุว่า ศาลมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้ว จึงยุติการไต่สวน และได้ นัดลงมติพร้อมแถลงด้วยวาจาในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น.
ในวันเดียวกัน เนติวิทย์ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านเพจเฟซบุ๊กของตนเองว่า “เพื่อประโยชน์แก่คนรุ่นต่อๆ ไป อะไรจะเกิดก็เกิด”
ต้องจับตากันต่อไปว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาในแนวทางใด และคำตัดสินนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญต่อกฎหมายการเกณฑ์ทหารของไทยในอนาคต


