วันนี้ (20 กรกฎาคม) ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้สนธิกำลังร่วมกับ กองกำลังบูรพา, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.), ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นจากศาลจังหวัดสระแก้ว เข้าทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายต้องสงสัยรวม 3 จุด ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากการเข้าตรวจค้นจับกุมผู้กระทำความผิดในพื้นที่เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบอุปกรณ์เครื่องแม่ข่าย (Server) หลายรายการถูกติดตั้งและเชื่อมต่อในลักษณะพร้อมใช้งาน โดยผลการตรวจสอบชั้นต้นพบว่า มีการนำบริการอินเทอร์เน็ตไปจัดทำระบบ VPN Server เพื่อปล่อยเช่าใช้งานภายในคาสิโน Galaxy Casino ประเทศกัมพูชา โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการอย่างเป็นระบบ
จากการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้ง 3 จุด ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจพบพฤติการณ์ลักลอบพาดสายเคเบิลอินเทอร์เน็ต ออกจากอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น แห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ โดยลากผ่านแนวสายไฟฟ้าไปยังพื้นที่ส่วนบุคคลเพื่อส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา
นอกจากนี้ เมื่อนำเครื่องมือพิเศษวัดระยะความยาวสายออปติกไฟเบอร์ (OTDR) มาตรวจวัดทางเทคนิค พบสายไฟเบอร์ขนาด 60 Core จำนวน 2 เส้น และขนาด 24 Core จำนวน 1 เส้น ซึ่งเป็นสายสัญญาณที่มีสมรรถนะในการรับ-ส่งข้อมูลปริมาณมากและมีความเร็วสูงกว่าระดับการใช้งานของประชาชนทั่วไปหลายเท่า เพื่อใช้ในการให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตข้ามประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากพยานหลักฐานดังกล่าว เชื่อได้ว่าการลักลอบพาดสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนมีวัตถุประสงค์เพื่อเอื้อประโยชน์ และสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อใช้หลีกเลี่ยงมาตรการตรวจสอบและการจับกุมของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดฐานประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดพร้อมนำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยปัจจุบัน สำนักงาน กสทช. อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเทคนิค และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลไปถึงผู้บงการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป







