วันนี้(13กันยายน) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มไอลอว์ (iLaw) เพื่อร่วมแสดงพลังและส่งเสียงเรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนที่จะมีการลงมติว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องในคดีข้อสงสัยการทุจริตและการเลือกกันเองของสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
ณัฐพงษ์ระบุว่า การเดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการมาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อส่งเสียงเรียกร้องในประเด็นที่อาจเป็นการทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งประชาชนไม่อาจนิ่งเฉยให้เรื่องจบลงโดยไม่มีผู้รับผิดชอบได้ การออกมาแสดงพลังครั้งนี้ไม่ใช่การกดดัน แต่เป็นการส่งเสียงจากพยานหลักฐานที่ปรากฏต่อสาธารณชน ซึ่งวิญญูชนทั่วไปสามารถเห็นและเชื่อได้ว่ามีความไม่สุจริตเกิดขึ้น จึงต้องการเรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในมติที่จะเกิดขึ้น
“วันนี้ผมมาในฐานะประชาชนเช่นเดียวกับทุกคน สิ่งที่เราต้องทำคือส่งเสียงเรียกร้องให้ดังที่สุด คดีที่อาจเป็นการโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เราคงนิ่งเฉยไม่ได้ที่จะไม่มีใครรับผิดชอบ เรื่องนี้องค์กรเดียวที่มีอำนาจชี้ขาดคือศาล ไม่ใช่ กกต.”ณัฐพงษ์ กล่าว
ตั้งคำถามถึงโครงสร้างอำนาจและการถ่วงดุล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม iLaw และการออกมาเคลื่อนไหวของ สนธิ ลิ้มทองกุล ว่าจะส่งผลกระทบหรือสร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลหรือไม่ ณัฐพงษ์เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือกระบวนการถ่วงดุลตรวจสอบที่ขาดความยึดโยงกับประชาชน เนื่องจาก กกต. มีที่มาจาก สว. ขณะที่ สว. ก็มีที่มาจากกระบวนการเลือกที่สังคมกำลังตั้งคำถาม
ส่วนประเด็นการออกมาเรียกร้องของกลุ่มต่างๆ ว่าจะสั่นคลอนรัฐบาลหรือไม่นั้น ณัฐพงษ์มองว่า รัฐบาลต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามสังคมเองว่ามีส่วนพัวพันกับขบวนการเหล่านี้หรือไม่ พร้อมย้ำว่า กกต. ไม่ใช่องค์กรที่มีอำนาจชี้ขาดในท้ายที่สุด แต่เป็นศาลต่างหาก ดังนั้น ก่อนที่ กกต. จะมีมติอย่างหนึ่งอย่างใด สิ่งสำคัญคือการทำหน้าที่ส่งเรื่องตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งตนขอส่งกำลังใจให้ กกต. ทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายค้านอุบรายละเอียดญัตติซักฟอก ยันเนื้อหาเข้มข้นสำหรับความคืบหน้าเรื่องมติการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการหารือและพูดคุยกรอบแนวทางร่วมกันเรียบร้อยแล้ว แม้ในชั้นนี้จะยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดหรือเนื้อหาเชิงลึกได้ แต่ยืนยันว่าข้อมูลและหลักฐานที่ฝ่ายค้านได้รับมานั้นมีความเข้มข้นและมีน้ำหนักอย่างแน่นอน


