×

ณัฐพงษ์วิจารณ์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภูมิใจไทย ไม่ควรอ้างเจตจำนงประชาชน เหตุขัดทั้ง 3 หลักการ

โดย THE STANDARD TEAM
21.05.2026
  • LOADING...
ภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กำลังให้สัมภาษณ์

หัวหน้าพรรคประชาชนวิจารณ์เนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย โดยชี้ว่าขัดต่อหลักการทั้ง 3 ข้อ เพราะตัดการมีส่วนร่วมของประชาชน เสี่ยงทำให้เกิดการผูกขาดกลไกการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ และมีการเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับ สว. โดยกำหนดเงื่อนไขเสียงเห็นชอบ 1 ใน 4 ของวุฒิสภา

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าของการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ (21 พฤษภาคม) โดยย้ำใน 3 หลักการ คือ 1. ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ 2. ไม่มีกระบวนการสร้างการผูกขาดอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และ 3. ไม่เพิ่มอำนาจให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

 

ณัฐพงษ์ชี้ว่า ต้องส่งข้อเรียกร้องเหล่านี้ไปให้ทุกพรรคการเมือง และพรรคประชาชนก็พร้อมที่จะลงชื่อให้กับทุกร่างของทุกพรรคที่สอดคล้องกับ 3 หลักการดังกล่าว แม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้สัดส่วนของฝ่ายค้าน 20% แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ส่วนตัวก็ไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์แทนพรรคกล้าธรรมได้ แต่ก็ขอส่งข้อเรียกร้องไปถึงพรรคกล้าธรรมเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับทุกพรรคการเมืองที่อยากให้คงหลักการ 3 ข้อนี้

 

ณัฐพงษ์ยังมองว่าไม่ถูกต้องที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่า การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเจตจำนงของประชาชน เพราะเจตจำนงของประชาชนที่ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือกติกาสูงสุดที่สร้างความโปร่งใส ประชาชนมีอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้น หากกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตาม 3 หลักการ จึงจะเป็นการเดินหน้าตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

 

นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังมองว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยตามที่เห็นรายละเอียดบ้างแล้ว ขัดกับหลักการทั้ง 3 ข้อ เช่น การที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ร่างของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือกผู้ยกร่าง ส่วนที่บอกว่าไม่มีการผูกขาด แม้จะเขียนไว้ว่าเป็นไปตามสัดส่วนพรรคการเมือง แต่ก็ยังแยกสัดส่วน สส. และ สว.

 

“ตั้งคำถามได้ว่า ตอนนี้มีกลุ่มการเมืองใดกำลังครอบครองเสียงข้างมากใน สว. อยู่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น 2 ใน 7 ก็จะเป็นคนของก็จะเป็นคนของกลุ่มการเมืองใดการเมืองหนึ่ง บวกกับเสียงของกลุ่มนั้นในสภาล่าง จาก 500 คน ซึ่งบวกเลขออกมาก็เกินครึ่ง จึงเท่ากับว่านี่เป็นการผูกขาดหรือไม่” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ณัฐพงษ์อธิบายด้วยว่า สิ่งที่ขัดต่อหลักการไม่เพิ่มอำนาจให้ สว. เพราะกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ใช่การแก้ไขร่าง ดังนั้น ไม่ใช่การตัดอำนาจ สว. แต่เป็นการปฏิเสธการเพิ่มอำนาจใหม่ ซึ่งในร่างของพรรคภูมิใจไทยตอนนี้ขัดหลักการทั้ง 3 ข้อ และกังวลว่าจะไม่ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง

 

อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่เห็นรายละเอียดของร่างแก้ไขฯ ของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด แต่กระบวนการในสภาฯ สิ่งที่สำคัญคือการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้น ในการต่อรองทางการเมือง จะทำอย่างไรให้ร่างที่มองว่า สอดคล้องกับ 3 หลักการมากที่สุดผ่านวาระ 1 เพื่อเข้าไปต่อรองกันในชั้นกรรมาธิการซึ่งเป็นวาระ 2 ดังนั้น ในส่วนการตัดสินใจลงมตินั้น ขอดูบริบททางการเมืองในอนาคตก่อนว่า การเจรจาระหว่างวิป และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่แต่ละพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามามีหน้าตาเป็นอย่างไร จึงจะตอบได้ว่าจะลงมติอย่างไร

 

“วิธีการเดียวของพวกเราคือเอาหลังอิงประชาชนให้ได้มากที่สุด นำข้อเรียกร้องสู่สาธารณะทำความเข้าใจกับประชาชน กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยการยื่นแก้ไขมาตรา 256 หมวด 15/1 สุดท้ายก็ต้องไปทำประชามติ ดังนั้น ร่างที่จะผ่านสภาฯ ส่อให้เห็นว่า จะเป็นร่างที่ผูกขาดไม่ยึดโยงกับประชาชน ประชาชนก็จะเป็นคนตัดสินสามารถคว่ำร่างได้ในอนาคต”

 

ทั้งนี้ คาดว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน จะแล้วเสร็จ และจะยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising