สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีความคืบหน้าในการออกหมายจับผู้ต้องหา 2 รายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) จังหวัดนราธิวาส โดยพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นบุคคลที่มีประวัติก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่และมีหมายจับคดีความมั่นคงรายละ 2 หมายติดตัวอยู่ก่อนแล้ว
ข้อมูลทางการข่าวประเมินว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลังก่อเหตุ ขณะที่ระดับนโยบายยืนยันการบูรณาการกำลังทุกฝ่ายเพื่อดูแลความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ และยังไม่มีคำสั่งโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตามกระแสข่าว
เหตุระเบิดหน้า สน. ตันหยง บาดเจ็บ 1 นาย
เหตุการณ์ลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) แรงระเบิดส่งผลให้ จ.ส.ต.อภิสิทธิ์ อนุชาติ อายุ 38 ปี ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่ปฏิบัติการป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจภูธรตันหยง ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์กระบะ 1 คัน รวมถึงทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย
พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า กระบวนการทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง
สำหรับคดีคาร์บอมบ์ที่โรงพักเก่าตันหยง เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและตรวจสอบรถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จนนำไปสู่การขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุจำนวน 2 คน
พบผู้ต้องหาออกหมายจับมีประวัติก่อเหตุ
บุคคลที่ถูกออกหมายจับประกอบด้วย อาซมิน สะแลแม อายุ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส และ อับดุลราฮูม (สงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
จากการตรวจสอบข้อมูลทางการข่าวพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายมีหมายจับคดีอื่นติดตัวอยู่ก่อนแล้ว โดย อาซมิน สะแลแม มีหมายจับจำนวน 2 หมาย ได้แก่ คดีร่วมก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามยิงและวางระเบิดคาร์บอมบ์ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก และคดีปล้นรถยนต์ ลอบยิง วางระเบิด และปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก
ส่วน อับดุลราฮูม มีหมายจับจำนวน 2 หมาย ได้แก่ คดีลอบก่อเหตุยิงนายมะรอสปี หะยีสือแม บริเวณบ้านฮูมอลานัส หมู่ 6 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และคดีวางระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์บริเวณบ้านพักนายอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าหลังการก่อเหตุที่โรงพักเก่าตันหยง ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว
เผยความคืบหน้าเหตุกราดยิงภาคใต้
พล.ต.อ. สำราญ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุกราดยิงด่านตรวจของตำรวจในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิตและมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้กฎอัยการศึกในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยนำเข้าสู่ศูนย์ซักถาม ปัจจุบันตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายจับในคดีดังกล่าว
เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุทั้งสองกรณีมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.ต.อ. สำราญ ระบุว่าต้องนำข้อมูลและพยานหลักฐานไปตรวจสอบเทียบเคียงกับฐานข้อมูลเดิมเพื่อยืนยันประเด็นนี้ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำถึงมาตรการเฝ้าระวังและการทำงานบูรณาการร่วมกันของทั้งสามฝ่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเด็นกระแสข่าวเกี่ยวกับการเตรียมสั่งย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 นั้น พล.ต.อ. สำราญ ชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่ได้รับสัญญาณหรือข้อสั่งการใดจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในเรื่องดังกล่าว


