×

Morning Brief (11 ม.ค. 2564)

11.01.2021
  • LOADING...
Morning Brief (11 ม.ค. 2564)

Morning Brief (11 ม.ค. 2564)

 

‘ตลาดเงิน’ ทั่วโลกสัปดาห์แรกปี 2021 ปรับเพิ่มขึ้น คาดหวังเศรษฐกิจฟื้น
ตลาดการเงินทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายสัปดาห์แรกของปี 2021 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่นักลงทุนยังคงมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในปี 2021 รวมถึงการเลือกตั้ง ส.ว. ในรัฐจอร์เจียได้ผู้ชนะจากพรรคเดโมแครตทำให้เกิด Blue Wave ส่งผลให้ตลาดคาดว่าจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการคลังออกมามากขึ้น การก่อหนี้ของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นตาม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 1% เป็นครั้งแรกในรอบ 10 เดือน

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดก็มีปัจจัยด้านลบเช่นกัน ได้แก่
1. สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกรวมถึงในไทยยังรุนแรงและเร่งตัวขึ้น
2. ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงตึงเครียด
3. อังกฤษและญี่ปุ่นประกาศล็อกดาวน์รอบที่ 3 และประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในยุโรปน่าจะดำเนินนโยบายขยายเวลาล็อกดาวน์ตาม
4. Blue Wave ในสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีจากประเด็นเรื่องการทำธุรกิจผูกขาด

 

‘บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ’ รุ่นอายุ 10 ปี ยืนเหนือ 1% หนุนหุ้นกลุ่มแบงก์ทั่วโลกพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่ใกล้เคียงกัน Dow Jones +1.61%, S&P 500 +1.83% และ Nasdaq 100 +1.68% โดยหุ้นในกลุ่มน้ำมัน สินค้าฟุ่มเฟือย และสถาบันการเงินเป็นกลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด ส่วนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สินค้าอุปโภคบริโภค และผู้ให้บริการสาธารณูปโภคปรับตัวลดลง

 

ความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือการเลือกตั้ง ส.ว. ในรัฐจอร์เจียที่ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตเป็นผู้ชนะทั้งคู่ ทำให้พรรคเดโมแครตสามารถคุมสภาสูงไว้ได้ ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีทรงตัวเหนือระดับ 1% ทำให้หุ้นในกลุ่มสถาบันการเงินทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

‘ตลาดหุ้นเอเชีย’ โดดเด่น กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นได้โดดเด่นที่สุด โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคเอเชียเหนือ จากกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ CSI300 ของจีน +5.45%, KOSPI ของเกาหลีใต้ +9.7%, Hang Seng ของฮ่องกง +2.38%, Nikkei ของญี่ปุ่น +2.53% และ NIFTY 50 ของอินเดีย +2.35% หุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยี และเฮลท์แคร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นกันได้ดีมาก ส่วนกลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและขนส่งมวลชนปรับตัวลดลง

 

สถาบันระดับคลังสมองจีนประเมิน GDP ปีนี้เติบโตถึง 8.5%
ดัชนีรวมหุ้นขนาดใหญ่ของตลาดหุ้นจีนเริ่มปรับฐาน หลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีมากในช่วง 4 วันทำการที่ผ่านมา ปัจจัยหลักที่เข้ามากดดันทำให้ตลาดปรับตัวลดลง มาจากการที่นักลงทุนขายทำกำไรระยะสั้น หลังดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีมากในช่วงที่ผ่านมา และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนในช่วงท้ายการบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์มีความตึงเครียดขึ้นมาก จึงเข้ามาเป็นปัจจัยเร่งให้นักลงทุนขายทำกำไร แต่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิในปริมาณที่สูงมากถึง 3,190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ช่วยให้ดัชนีไม่ปรับตัวลดลงแรงไปกว่านี้

 

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ
1. Douyin ที่เป็นชื่อของแอปพลิเคชัน TikTok ในประเทศจีนและเป็นเจ้าของโดยบริษัท ByteDance ถูกปรับในอัตราสูงสุด หลังแพลตฟอร์มดังกล่าวปล่อยให้มีการแพร่เนื้อหาลามกอนาจารและหยาบคาย
2. สถาบันวิจัย China Academy of Social Sciences ซึ่งเป็นคณะทำงานระดับมันสมองระดับสูงของรัฐบาลจีน ออกมาเผยว่าทางสถาบันคาดว่าเศรษฐกิจของจีนจะเติบโตได้ถึง 8.5% ในปี 2021 โดย GDP ในไตรมาสที่ 1 จะโตได้ถึง 16.3% และจะเติบโตได้ 7.3%, 6.3% และ 5.9% ในไตรมาสถัดๆ ไป

 

‘ราคาทองคำ’ ลดลง 2.56% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาทองคำปรับตัวผันผวน โดยปรับตัวขึ้นแรงในต้นสัปดาห์ แต่มาปรับตัวลดลงแรงกว่าในช่วงปลายสัปดาห์ หลังความเสี่ยงด้านการเมืองสหรัฐฯ ลดลงไปมาก ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีทรงตัวเหนือระดับ 1% และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปรับตัวลดลง -2.56%

 

สิ่งที่นักลงทุนจะต้องจับตาในสัปดาห์นี้
1. ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในยุโรปอาจมีการประกาศล็อกดาวน์เพิ่มตามอังกฤษและเยอรมนี
2. ค่าเงินดอลลาร์ที่คาดว่าจะอ่อนค่า แต่กลับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องมาที่ 90 จุดอีกครั้ง
3. ความเคลื่อนไหวคณะทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการบริหาร

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์  

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories