×

สธ. เผยสถานการณ์โควิดใน กทม. แนวโน้มดีขึ้น ในอีก 4-6 สัปดาห์ ชี้ถ้าร่วมมือกันจะไม่ไปถึงอู่ฮั่นโมเดล

โดย THE STANDARD TEAM
25.07.2021
จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์

วันนี้ (25 กรกฎาคม) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิดของไทยว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 24 กรกฎาคม 2564 ในกลุ่มต่างๆ จะพบว่าในผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ตั้งเป้าหมาย 12.5 ล้านคน ต้องฉีดให้ได้ภายในปีนี้ ปรากฏว่าเราฉีดได้แค่ 2.5 ล้านคนในเข็มที่ 1 คิดเป็น 20% ส่วนเข็มที่ 2 ฉีดได้ 1.3% หรือ 1.6 แสนคน จึงต้องขอให้ลูกหลานพาท่านไปฉีดวัคซีน รวมถึงกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังก็ยังฉีดไม่มากในส่วนเข็มที่ 1 เช่นเดียวกัน

 

นพ.จักรรัฐกล่าวว่า สรุปคือสถานการณ์วันนี้ยังติดเชื้อมาก โดยเฉพาะพื้นที่ระบาดหนัก และมีการกระจายของผู้ติดเชื้อไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั้งโครงการกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา หรือกลับไปโดยไม่ทราบ พื้นที่ระบาดเป็นปัจจัยสำคัญมาก เพราะเราไม่ทราบว่าใครติดเชื้อไปบ้างแล้ว เพราะ 80% ไม่มีอาการ หากไม่ได้ตรวจ หรือตรวจแล้ววันนี้เป็นลบ พรุ่งนี้อาจติดก็ได้จากการสัมผัสคนอื่น จึงไม่ทราบอยู่ดี 

 

ดังนั้นต้องเข้มมาตรการในการป้องกันโรคที่ยังต้องทำต่อเนื่อง ทำเสมือนคนรอบข้างติดเชื้อแล้ว เพื่อป้องกันเชื้อมาสู่ตัวเอง รวมทั้งเป็นการป้องกันหากตัวเองมีเชื้อ คนที่เรารู้จัก หรือไม่รู้จักมีความเสี่ยงหมด ทั้งการออกไปซื้อของ การเดินทาง มีปัจจัยเสี่ยงหมด

 

นพ.จักรรัฐกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้มีการประกาศมาตรการตามสถานการณ์ เราพบผู้ป่วยหมื่นรายต่อวัน มาตรการสำคัญคือ งดเดินทางข้ามจังหวัด งดออกจากบ้านหากไม่จำเป็น และทำงานจากบ้านขั้นสูงสุด ซึ่งใกล้เคียงกับอู่ฮั่นโมเดลแล้ว โดยหลักการตอนนี้ คาดว่าคงจะพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในต่างจังหวัด ทั้งในครอบครัวและที่เดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พื้นที่ระบาดหนักเพื่อกลับไปรักษา

 

“หากดูสถานการณ์กรุงเทพฯ จะต่างกับปริมณฑลบ้าง เช่น กรุงเทพฯ ตัวเลขเพิ่มไม่เยอะ รวมถึงเราฉีดวัคซีนมากพอสมควร 50% โดยสรุปกรุงเทพฯ จะเริ่มเห็นความคงตัวมากขึ้น และจะเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนต่างจังหวัดจะยังพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากต่อในระยะนี้ ฉะนั้นต้องร่วมมือกันไม่ให้เราไปถึงอู่ฮั่นโมเดลที่ต้องปิดทุกอย่าง เราอยากให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตปกติ ฃอย่างเร็วที่สุด” นพ.จักรรัฐกล่าว

 

นพ.จักรรัฐกล่าวอีกว่า ประชาชนต้องร่วมมือกันลดการกระจายเชื้อ ลดการแพร่เชื้อจากครอบครัวหนึ่งไปสู่ครอบครัวหนึ่ง จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนให้มากที่สุด อยู่บ้านให้ได้มากที่สุด เพื่อคนที่เรารัก ลดการเดินทาง และซื้ออาหารอย่างระมัดระวัง สร้างความปลอดภัยให้ตัวเองตลอดเวลา


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising