กระทรวงสาธารณสุขเตรียมจัดงาน ‘มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23’ ภายใต้แนวคิด ‘เชิดชูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดเศรษฐกิจใหม่ ก้าวไกลสู่สากล’ และแนวคิดย่อย ‘จากธรรมชาติ สู่การสร้างเศรษฐกิจ’ ระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารอิมแพ็ค ฮอลล์ 11-12 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยชูสมุนไพรไทยเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ คาดตลอด 4 วันของการจัดงานจะมีเม็ดเงินสะพัดมากกว่า 200 ล้านบาท จากการจับจ่ายใช้สอยและการจับคู่เจรจาธุรกิจกว่า 200 คู่ค้า

วานนี้ (25 มิถุนายน) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เศรษฐกิจสุขภาพของโลกมีมูลค่าราว 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 222 ล้านล้านบาท ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 1.39 ล้านล้านบาท อยู่อันดับ 24 ของโลก ส่วนตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมีมูลค่ากว่า 45,882 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของประเทศในการนำภูมิปัญญาและความหลากหลายทางชีวภาพมาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ

พัฒนาระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้านโยบาย 7 เสาหลัก MOPH PLUS+ ภายใต้แนวคิด ‘สุขภาพดีทุกช่วงวัย ด้วยนวัตกรรมภูมิปัญญา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยั่งยืน’ โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญคือการยกระดับสมุนไพรไทยให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง เช่น ขมิ้น ไพล และกระชายดำ พร้อมผลักดันการใช้ยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน สนับสนุนการแพทย์แผนไทย และส่งเสริมเมืองสมุนไพรเพื่อสร้างเศรษฐกิจสุขภาพในระดับชุมชน
“มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสมุนไพรไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทั้งยังช่วยผลักดันสมุนไพรไทยและภูมิปัญญาไทยสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน” พัฒนากล่าว

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านสมุนไพรและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งสอดคล้องกับกระแส Wellness ที่เติบโตทั่วโลก โดยการขับเคลื่อนของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจะเน้น 3 ด้าน ได้แก่ การเชิดชูภูมิปัญญาไทยด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การต่อยอดสมุนไพรและธุรกิจเวลเนสสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง และการผลักดันผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยสู่ตลาดโลก พร้อมคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานทั้งแบบ Onsite และ Online มากกว่า 300,000 คน
ขณะที่ ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า งานปีนี้จัดแสดงศักยภาพสมุนไพรไทยครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่องค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม ไปจนถึงโอกาสทางธุรกิจ โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 9 โซน ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและนวัตกรรมสมุนไพร, ห่วงโซ่การผลิตจากฟาร์มสู่โรงงาน, งานวิจัยและเทคโนโลยี, ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร, ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม, ผลิตภัณฑ์ด้านกลิ่นบำบัด, ศูนย์บริการและจับคู่ธุรกิจ, โซนสมุนไพรสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก และเวทีกลางที่รวบรวมองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 คน

ภายในงานยังมีการประชุมวิชาการประจำปี เวทีเสวนาจากผู้ประกอบการ การมอบรางวัล หมอไทยดีเด่นแห่งชาติ การมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ประกอบการและเครือข่ายที่มีผลงานโดดเด่น รวมถึงการเปิดอบรมระยะสั้นฟรีตลอดทั้ง 4 วัน โดยประชาชนและผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 2-5 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารอิมแพ็ค ฮอลล์ 11-12 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี









