วันนี้ (6 ตุลาคม) กรมสุขภาพจิตรับข้อสั่งการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบทางจิตใจของผู้เกี่ยวข้อง จากกรณีเหตุการณ์ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิงแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมย้ำจุดยืนการปฏิบัติงานที่ต้องยึดหลักความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิของผู้รับบริการเป็นสำคัญ
นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวที่กำลังอยู่ในความสนใจของสังคม พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้กรมสุขภาพจิตเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้สถาบันกัลยาณราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิตที่ 5 ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสภาพจิตใจ ความต้องการความช่วยเหลือ และปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้เกี่ยวข้องตามมาตรฐานวิชาการ หากพบผู้ได้รับผลกระทบ กรมสุขภาพจิตพร้อมให้การดูแล เยียวยา ให้คำปรึกษา และเชื่อมต่อกับหน่วยบริการที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที
ด้าน นพ.จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลอย่างรอบด้านทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม ผู้ดูแลใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ควรมีความเข้าใจและหมั่นประเมินอาการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ พฤติกรรมบางอย่างที่ดูแปลกแยกหรือไม่เหมาะสม อาจเป็นผลจากตัวโรค ภาวะทางจิตใจ หรือความทุกข์ที่บุคคลนั้นกำลังเผชิญ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะสร้างปัญหาเสมอไป ดังนั้น การดูแลด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ ควบคู่กับการรักษาพยาบาลที่ถูกต้อง จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความทุกข์ทรมานทางใจ และส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตยืนยันความพร้อมในการดูแลประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และต่อเนื่อง สำหรับประชาชนที่ติดตามข่าวสารแล้วรู้สึกกังวลใจ ไม่สบายใจ หรือสะเทือนใจ สามารถขอรับคำปรึกษาได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือศึกษาข้อมูลความรู้เพิ่มเติมได้ที่ www.สุขภาพจิต.com


