×

เยือน MWC Shanghai 2024 ชมบูธ HUAWEI ที่ยกเทคโนโลยี 5.5G มาให้ดู เพราะวันนี้แค่ 5G ไม่พออีกแล้ว

09.07.2024
MWC Shanghai 2024

ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา THE STANDARD WEALTH ได้เป็นหนึ่งในสื่อที่บินลัดฟ้าไปยังมหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เพื่อร่วมงานมหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก Mobile World Congress Shanghai 2024 (MWC Shanghai 2024)

 

หมุดหมายของงานครั้งนี้เป็นการเข้าร่วมชมบูธ HUAWEI ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘เร่งผลักดันโลกอัจฉริยะ’ (Advancing the Intelligent World) ผลิตภัณฑ์และโซลูชันล่าสุดที่รองรับทั้งการใช้งาน 5G-A เชิงพาณิชย์ และอุปกรณ์ AI

 

เราอาจคุ้นเคยกับการใช้งาน 5G ซึ่งวันนี้ไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอินเทอร์เน็ตมือถือที่เร็วที่สุดในโลก โดยผู้บริหารระดับสูงของโอเปอเรเตอร์รายหนึ่งบอกกับ THE STANDARD WEALTH ว่า “วันนี้ 5G ของไทยตามหลังจีนแค่ 6 เดือนเท่านั้น”

 

แต่ในมุมมองของ HUAWEI นั้น การพัฒนาแต่ละ G จะใช้เวลาราว 10 ปีด้วยกัน แม้วันนี้ 5G จะตอบโจทย์ในหลายๆ เรื่องแล้ว แต่สำหรับ HUAWEI มองว่าอาจจะไม่เพียงพอที่จะตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงอุตสาหกรรมที่กำลังพัฒนารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

 

เพราะฉะนั้นแทนที่จะรอเวลาอีก 5-6 ปีกว่าที่ 6G จะมาถึง HUAWEI เลยมองว่าควรจะปูโครงการพื้นฐานให้รองรับกับสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนไป จึงได้เริ่มเปิดใช้งาน 5.5G หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าบริการ 5G-A เชิงพาณิชย์ เป็นครั้งแรกในปีนี้ และได้ยกตัวอย่างของการนำ 5.5G มาใช้ รวมถึงนำเสนอในงาน MWC Shanghai 2024

 

ภายในงานได้ระบุถึงเทคโนโลยียุคใหม่ที่การสื่อสารไร้สายกำลังจะมาถึงแล้วด้วยเทคโนโลยี 5G-A หรือ 5G ขั้นสูง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการอัปเกรดจาก 5G เท่านั้น แต่ยังเป็นการปฏิวัติวงการเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ที่จะพลิกโฉมประสบการณ์ผู้ใช้และอุตสาหกรรมไปอย่างสิ้นเชิง

 

ด้วยความสามารถที่เหนือชั้นและประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน 5G-A กำลังจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ตั้งแต่การสื่อสารที่รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้น ไปจนถึงการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

 

ที่น่าสนใจคือ 5G-A ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูลที่สูงขึ้นถึง 10 เท่าเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ในทุกมิติ ตั้งแต่การสตรีมสดแบบ 3D ที่สมจริงราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง ไปจนถึงการโต้ตอบกับ AI แบบเรียลไทม์ที่ลื่นไหลราวกับคุยกับคนจริงๆ

 

นอกจากนี้ 5G-A ยังเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การควบคุมอุปกรณ์ IoT ซึ่งจะเพิ่มจำนวนการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ในภาคอุตสาหกรรมจาก 1 หมื่นล้านการเชื่อมต่อ เป็น 1 แสนล้านการเชื่อมต่อ ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวเราเชื่อมต่อกันได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อุปกรณ์ภายในบ้าน หรือแม้แต่อุปกรณ์ทางการแพทย์

 

นอกจากนี้ 5G-A ยังจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจระดับต่ำด้วยเครือข่าย 5G-A ที่ผสานความสามารถในการสื่อสารและการตรวจจับเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งสินค้าด้วยโดรนระยะไกลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองนึกภาพอาหารทะเลสดๆ ที่จับได้จากทะเลในตอนเช้า ถูกส่งตรงถึงบ้านคุณภายในไม่กี่ชั่วโมงด้วยโดรนที่ควบคุมด้วย 5G-A นี่คืออนาคตที่ 5G-A กำลังจะทำให้เป็นจริง

 

ในปี 2024 นับเป็นปีแรกของการนำ 5G-A มาใช้ในเชิงพาณิชย์ โดยมีแนวโน้มการพัฒนาที่น่าจับตามองใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

  • Enhanced Mobile Broadband (eMBB) ที่จะยกระดับประสบการณ์บรอดแบนด์ไร้สายด้วยความเร็ว 10 Gbps เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการสร้างรายได้จากประสบการณ์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้ใช้แต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมมิงวิดีโอความละเอียดสูงสุด การเล่นเกมออนไลน์ที่ไร้ความล่าช้า หรือการใช้งาน VR/AR ที่สมจริง
  • Ultra-Reliable and Low-Latency Communications (URLLC) ที่จะเข้าถึงเครือข่ายการผลิตทางอุตสาหกรรมด้วยค่าความหน่วง 4 มิลลิวินาที และมีความเสถียรถึง 99.999% ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล เช่น การควบคุมหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม หรือการผ่าตัดทางไกลที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง
  • Massive Machine-Type Communications (mMTC) ที่จะรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT จำนวนมหาศาล ช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เช่น การติดตามและจัดการสินค้าคงคลังในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ หรือการตรวจสอบสภาพเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมแบบเรียลไทม์

 

จีนเป็นผู้นำในการใช้งาน 5G-A โดยมีเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองแรกที่มีเครือข่าย 5G-A เชิงพาณิชย์ ครอบคลุมพื้นที่สำคัญและถนนหลักในย่านใจกลางเมืองด้วยไซต์มากกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่สำคัญและถนนหลักในระยะทาง 200 กิโลเมตร ในย่านใจกลางเมือง

 

เป้าหมายของเซี่ยงไฮ้คือการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเมือง Dual 10G ระดับโลก ที่มีเครือข่ายออปติก 5G-A ที่มีความเร็ว 10 Gbps ภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในอนาคต

 

นอกจากนี้เมืองอื่นๆ ในจีน เช่น หางโจว และเมืองต่างๆ ในเขตลุ่มแม่น้ำแยงซี ก็กำลังเร่งพัฒนา 5G-A อย่างเต็มที่ โดย China Mobile ได้ประกาศรายชื่อ 100 เมืองแรกที่ทำเทคโนโลยี 5G-A มาใช้ในเชิงพาณิชย์ และวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนเป็น 300 เมืองภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีนในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี 5G

 

ในขณะเดียวกัน ประเทศในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็กำลังผลักดันการใช้ 5G-A เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ผู้ใช้และการใช้งานในวงกว้าง ครอบคลุมถึง 3.7 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ และมีเทคโนโลยี 5G ครอบคลุมกว่า 90% ของประชากร ซึ่งรวมถึงผู้คนในพื้นที่ห่างไกลด้วย

 

ขณะเดียวกันสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์วางแผนที่จะส่งมอบประสบการณ์เครือข่ายความเร็วตั้งแต่ 5-10 Gbps ทำให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับความเร็วการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการดาวน์โหลดภาพยนตร์ความละเอียดสูงในเวลาไม่กี่วินาที หรือการประชุมทางไกลที่คมชัดราวกับอยู่ในห้องเดียวกัน 

 

และซาอุดีอาระเบียได้ร่วมมือกับ HUAWEI ในการพัฒนาสังคมความเร็ว 10 Gbps ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า 5G-A คืออนาคตที่สดใสของการสื่อสารไร้สาย ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนานวัตกรรม การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ และการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง 5G-A จะเป็นรากฐานสำคัญของสังคมอัจฉริยะที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกันอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน 5G-A จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่ง และทำให้โลกของเราเปลี่ยนไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 


READ MORE





Latest Stories