×

ผ่าดีล MK ซื้อ ‘แหลมเจริญซีฟู้ด’ เมื่อร้านสุกี้อยากขายอาหารทะเลบ้าง!

09.09.2019
  • LOADING...
MK ซื้อ แหลมเจริญซีฟู้ด

เย็นวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมามีดีลใหญ่เกิดขึ้น เมื่อ MK แบรนด์สุกี้คุ้นหู แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าได้ใช้เงิน 2,060 ล้านบาทเข้าซื้อหุ้นของ ‘แหลมเจริญซีฟู้ด’ โดยหลังจากนี้จะเข้าเป็นหุ้นใหญ่ด้วยสัดส่วน 65% ว่ากันว่านี่ถือเป็นดีลซื้อกิจการร้านอาหารเป็นครั้งแรกของ MK หลังจากเข้า IPO ไปเมื่อ 6 ปีก่อน พร้อมเงินทุนหลักหลายพันล้านบาท

 

MK แจ้งว่าเป้าหมายของการซื้อก็เพื่อ ‘ขยายธุรกิจร้านอาหาร’ คาดว่าดีลนี้จะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม ปี 2562 หลังทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เมื่อได้  ‘แหลมเจริญซีฟู้ด’ เข้ามาอยู่ในพอร์ตจะมีขนาดเท่ากับ 12.2% ของสินทรัพย์รวมของบริษัทฯ และเมื่อนับรวมขนาดรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6 เดือนก่อนวันที่เข้าทำรายการนี้ ขนาดของรายการนี้จะเท่ากับสัดส่วน 13.5%

 

ทุกสายตาจดจ้องไปที่ดีลนี้ เพราะ MK เป็นเชนร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ขายแค่ ‘สุกี้’ เพียงอย่างเดียว แต่มีทั้งร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้แบรนด์ Yayoi, ร้านอาหารไทย ณ สยาม และเลอ สยาม, ธุรกิจร้านข้าวกล่อง Bizzy Box, ร้านกาแฟและเบเกอรี Le Petite, ร้านขนมหวาน MK Harvest ไม่นับรวมธุรกิจให้บริการจัดส่งถึงบ้านและรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ ร้านอาหารในต่างประเทศ และธุรกิจแฟรนไชส์อีก รวมๆ กันมีสาขา 686 สาขาในทุกแบรนด์

 

ที่ผ่านมารายได้ของ MK เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ปี 2559 มีรายได้ 15,498.36 ล้านบาท กำไร 2,099.76 ล้านบาท, ปี 2560 รายได้ 16,457.74 ล้านบาท กำไร 2,424.85 ล้านบาท, ปี 2561 รายได้ 17,233.76 ล้านบาท กำไร 2,573.53 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีแรก 2562 รายได้ 8,822 ล้านบาท เติบโต 6.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรก็ไม่น้อยหน้า 1,398 ล้านบาท เติบโต 8.3%

 

จะเห็นได้ว่าเพียงแค่ธุรกิจในมือ MK ก็เติบโตโดยมีรายได้ทะลุหมื่นล้าน พ่วงด้วยกำไรในมืออีกหลักพันล้าน ดังนั้นการเข้าไปถือหุ้นใหญ่ของ ‘แหลมเจริญซีฟู้ด’ ในครั้งนี้ นอกจากการที่ร้านสุกี้อยากขายอาหารทะเลบ้างยังจะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ในกลุ่มของครอบครัวแข็งแกร่งขึ้นไปอีก เพราะฐานลูกค้าของแหลมเจริญซีฟู้ดก็เป็นกลุ่มครอบครัวเช่นเดียวกัน แถมยังกระเป๋าหนักเสียด้วย

 

นอกเหนือจากราคาหุ้นปรับขึ้นมา 4.42% หรือคิดเป็นราคา 76.75 บาทต่อหุ้น (ตัวเลขเมื่อเวลา 16.20 น.) ชี้ให้เห็นถึงความมั่นใจของผู้ถือหุ้นแล้ว แต่ฝั่งนักวิเคราะห์ก็มองว่าดีลนี้วิน-วินทั้งคู่

 

โดยหลักทรัพย์กสิกรไทยประเมินว่าดีลนี้จะก่อให้เกิดการ Synergy โดย MK จะใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการซัพพลายเชน ซึ่งจะลดต้นทุนของแหลมเจริญซีฟู้ดได้ ที่สำคัญยังสามารถร่วมมือกันในการหาวัตถุดิบเพื่อความสามารถในการต่อรอง และเพิ่ม Economies of Scale อีก MK ยังสามารถใช้ความชำนาญในร้านอาหารทะเลคิดค้นเมนูใหม่ๆ ไปขายในร้านสุกี้และอาหารญี่ปุ่นได้ รวมไปถึงการทำโปรโมชันร่วมกันจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับแหลมเจริญซีฟู้ด

 

ขณะเดียวกันสถานการณ์การเงินที่แข็งแกร่งของ MK ซึ่งมีเงินสดอยู่ในมือ 9,700 ล้านบาท หลังจากจ่ายเงินสำหรับดีลนี้ 2,060 ล้านบาท ทำให้ MK ยังเหลือเงินสดในมืออีก 7-8 พันล้านบาท เปิดโอกาสให้สามารถทำข้อตกลงในการควบรวมกิจการได้อีก เพื่อเป็นการขยายพอร์ตร้านอาหารให้ใหญ่ขึ้น

 

สำหรับภาพรวมของธุรกิจในปี 2562 ก่อนหน้านี้หลักทรัพย์ฟินันเซียเชื่อว่า MK จะมีกำไรรวมประมาณ 2,900 ล้านบาท เติบโต 12.7% แต่ก็มีโอกาสปรับลงได้เล็กน้อย เพราะแผนที่จะเปิดร้านใหม่รวม 45-50 สาขาทั้งปีอาจจะไม่ได้ตามนั้น ด้วยผู้ประกอบการค้าปลีกอาจมีการเลื่อนเปิด

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories