×
Menu
278532

ไมเนอร์เผยกำไรไตรมาส 2/2562 พุ่ง 1,786 ล้าน โตขึ้น 48% รายรับรวมครึ่งปีแตะ 6 หมื่นล้าน

โดย THE STANDARD TEAM
13.08.2019
  • LOADING...
Minor International

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เผยรายงานการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2562 พบว่าในภาพรวมมีรายได้จากการดำเนินงานตามงบการเงินอยู่ที่ 31,455 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

 

สำหรับช่วงครึ่งปีแรก ไมเนอร์มีรายได้รวม 60,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 ส่วนกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานของเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ในไตรมาส 1/2562 เนื่องจากเป็นไตรมาสนอกฤดูกาลเดินทางทางธุรกิจในทวีปยุโรป ในขณะที่ในไตรมาส 1/2561 ไม่ได้มีการรวมงบการเงินของเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ทั้งนี้การขายและเช่ากลับโรงแรมทิโวลี 3 แห่งในประเทศโปรตุเกสซึ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนกรกฎาคมได้สร้างกำไรสุทธิให้กับบริษัทประมาณ 2,100 ล้านบาท โดยบริษัทจะรับรู้กำไรสุทธิดังกล่าวในไตรมาส 3/2562

 

ด้านพัฒนาการสำคัญของบริษัทในไตรมาส 2/2562 ในรายงานระบุถึงการเปิดร้านอาหารเพิ่มขึ้น 14 สาขาเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2562 โดยส่วนใหญ่เป็นร้านเบอร์เกอร์คิงและแดรี่ควีนในประเทศไทย และริเวอร์ไซต์ในประเทศจีน, เปิดให้บริการโรงแรมทั้งหมด 10 แห่ง โดยอยู่ในสเปน, เยอรมนี, โปรตุเกส, เม็กซิโก, ชิลี, กัมพูชา, อินโดนีเซีย และเคนยา และมีการเบิกถอนเงินกู้ร่วมระยะเวลา 5 ปี จำนวน 329 ยูโร เพื่อชำระคืน Bridge Finance ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป

 

ส่วนแนวโน้มในอนาคต บริษัทคาดการณ์ว่าหลังการเข้าลงทุนในเอ็นเอช กรุ๊ป อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทในไตรมาส 2/2562 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.55 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่าเงื่อนไขการกู้ยืมของบริษัทที่อยู่ที่ 1.75 เท่า ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะลดอัตราหนี้สิ้นส่วนที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นให้อยู่ที่ 1.3 เท่าภายในสิ้นปี 2562 โดยมีแผนในการจัดหาเงินทุนและแผนการปรับโครงสร้างเงินกู้ที่เป็นรูปธรรม เพื่อเพิ่มคุณภาพของทั้งหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้นให้สูงสุด และลดต้นทุนทางการเงินในเวลาเดียวกัน 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR