×

มท.4 สั่งย้ายเครื่องสูบน้ำพญานาค 4 เครื่อง จากคลองจั่นมุ่งหน้าร่มเกล้า เร่งระบายน้ำ ตั้งเป้าเห็นผลใน 1-2 วัน

โดย THE STANDARD TEAM
02.10.2026
  • LOADING...
เครื่องสูบน้ำพญานาคกำลังทำงานระบายน้ำ โดยมีวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบพื้นที่

วานนี้ (1 ตุลาคม) วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งเคลื่อนย้ายเครื่องสูบน้ำพญานาค หรือเครื่องสูบน้ำท่อซิ่ง จำนวน 4 เครื่อง จากเคหะชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ ไปสนับสนุนภารกิจเร่งระบายน้ำบริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง หลังสถานการณ์น้ำบริเวณแฟลตคลองจั่นเริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเป็นไปตามแผนที่วางไว้ พร้อมปรับใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็กดูแลระดับน้ำในพื้นที่เดิมต่อเนื่อง เพื่อระดมอุปกรณ์ไปช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ

 

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำพญานาคบริเวณเคหะชุมชนคลองจั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณแฟลตคลองจั่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยได้ปรับรูปแบบการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยการใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็กดูแลและระบายน้ำที่เหลืออยู่อย่างต่อเนื่อง

 

วรศิษฎ์จึงสั่งเคลื่อนย้ายเครื่องสูบน้ำพญานาคทั้ง 4 เครื่อง ไปยังเคหะชุมชนร่มเกล้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมุ่งหวังให้ภารกิจดังกล่าวเห็นผลเป็นรูปธรรมเช่นเดียวกับการดำเนินงานที่เคหะชุมชนคลองจั่น

 

วรศิษฎ์กล่าวว่า “เมื่อพื้นที่คลองจั่นเริ่มคลี่คลาย เราต้องไม่หยุดอยู่แค่นั้น แต่ต้องเร่งนำอุปกรณ์และกำลังที่มีไปช่วยพื้นที่อื่นที่ยังได้รับผลกระทบต่อทันที” โดยเป็นแนวทางการทำงานที่มุ่งบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

 

สำหรับภารกิจเร่งระบายน้ำบริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้า คาดว่าการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำพญานาคทั้ง 4 เครื่อง จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำและทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายเบื้องต้นให้เห็นความคืบหน้าอย่างชัดเจนภายใน 1–2 วัน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานยังขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบ ระดับน้ำในลำน้ำสายหลัก และปริมาณฝนที่อาจตกเพิ่มเติม

 

วรศิษฎ์กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุว่าจะติดตามสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด ประสานการทำงานและเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 

“ผมเข้าใจดีว่าพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมต่างต้องการให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด เราจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด แม้บางขั้นตอนอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากมีข้อจำกัดทางเทคนิคและปัจจัยทางธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะระดับน้ำในลำน้ำสายหลักและปริมาณฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติม แต่เราจะไม่หยุดทำงาน และจะดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเต็มกำลัง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” วรศิษฎ์กล่าวทิ้งท้าย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising