“เก็บภาษีคนรวย!”
ประเด็นสำคัญ
“มหาเศรษฐีเพื่อโลกที่ตายแล้ว!”
เหล่านี้คือข้อความประท้วงต่อ Met Gala งานแฟชั่นที่ขึ้นชื่อว่าหรูหราและเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดประจำปี 2026 ท่ามกลางภาพ ‘ขวดปัสสาวะปลอม’ ที่ผู้ประท้วงนำมาวางเสียดสี เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon และ ลอว์เรน ซานเชซ (Lauren Sánchez) ภรรยา ที่ปรากฏตัวในฐานะเจ้าภาพและผู้สนับสนุนหลักของงาน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปรากฏการณ์นี้คือภาพสะท้อนความโกรธแค้นที่ลุกลามไปทั่วนิวยอร์กต่อประเด็นความเหลื่อมล้ำและภาพลักษณ์ของเบซอส หลังสังคมตั้งคำถามอย่างหนักว่า เขากำลังใช้ ‘พลังเงิน’ เพื่อใช้พื้นที่แฟชั่นเป็นเครื่องมือฟอกภาพลักษณ์ของตนเองจากปมข่าวฉาวขูดรีดพนักงาน การสนับสนุนนโยบายปราบปรามผู้อพยพ ไปจนถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา
เกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังพรมแดงที่โลกจับตา ทำไมมหาเศรษฐีระดับโลกถึงถูกสังคมตีตราและโจมตีรุนแรงที่สุด? THE STANDARD ชวนถอดรหัสปมประท้วง Met Gala 2026
Met Gala คืองานอะไร
Met Gala เป็นงานระดมทุนประจำปีของสถาบันเครื่องแต่งกายแห่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (The Metropolitan Museum of Art: The Met) ในนครนิวยอร์ก จัดขึ้นทุกวันจันทร์แรกของเดือนพฤษภาคม โดยมีชื่อเสียงในฐานะงานพรมแดงและปาร์ตี้คอสตูมที่มีซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก หรือแขกผู้มีอิทธิพลในทุกวงการมาเข้าร่วม
ย้อนกลับไป Met Gala เกิดขึ้นในปี 1948 เป็นเพียงงานเลี้ยงอาหารค่ำตอนเที่ยงคืน โดยเริ่มจากการหาค่าใช้จ่ายสำหรับสถาบันเครื่องแต่งกาย ก่อนจะมีธีมงานอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษ 1970
ทั้งนี้ แอนนา วินทัวร์ อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Vogue และประธานร่วมของงานมาอย่างยาวนาน เคยอธิบายไว้ในหนังสือ Vogue & The Metropolitan Museum of Art Costume Institute ว่า Met Gala คือโอกาสครั้งใหญ่ที่เหล่าดาราภาพยนตร์, นางแบบ, ดีไซเนอร์, ไฮโซชื่อดัง, ตำนานร็อค, นักกีฬา, นักการเมือง และแร็ปเปอร์ รวมถึงไอคอนทางวัฒนธรรม มารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองแฟชั่น และได้ใช้เวลาหนึ่งคืนร่วมกันในพิพิธภัณฑ์
กรณีคนดังในแวดวงการเมืองที่ปรากฏตัว เช่นในปี 1996 เจ้าหญิงไดอาน่าปรากฏตัวในชุดสายเดี่ยวผ้าซาตินสีน้ำเงิน ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการสื่อความหมายในทำนองเดียวกับชุดเดรสสีดำ หรือ ‘Revenge Dress’ อันโด่งดัง หลังจากหย่าขาดกับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (หรือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในขณะนั้น)
อย่างไรก็ดี Met Gala ถูกมองว่า เป็นหนึ่งในงานแฟชั่นที่เข้ายากที่สุดของปี โดยปี 2026 ราคาบัตรอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.6 ล้านบาท) และแขกรับเชิญต้องแต่งกายตามธีมภายใต้ Dress Code: Fashion is Art เช่น ไฮดี คลุม นางแบบชื่อดังแต่งกายเป็นรูปปั้น Veiled Vestal อันโด่งดังของ ราฟาเอล มอนติ ประติมากรชาวอิตาลี ขณะที่ เรเชล เซกเลอร์ นักแสดงชื่อดังแต่งกายในชุดสีขาว ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาด The Execution of Lady Jane Grey ในปี 1833
เพราะเหตุใด Met Gala จึงเกิดเหตุประท้วงครั้งใหญ่
หลังมีการประกาศว่า เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon และ ลอว์เรน ซานเชซ (Lauren Sánchez) ภรรยาดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ (Host Committee) ของงาน Met Gala 2026 ก็จุดชนวนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนในทันที แม้แต่ Los Angeles Times ถึงกับปล่อยบทความวิจารณ์ว่า การมาถึงของคู่รักมหาเศรษฐีนี้ ‘ทำลาย’ ทุกความน่าสนใจ แม้แต่บดบังกระแสการเปิดตัวภาพยนตร์ที่คนทั่วโลกรอคอยอย่าง The Devil Wears Prada 2 ไปเสียสนิท
ต้องเข้าใจก่อนว่า แต่เดิม Met Gala ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว ในฐานะงานที่สงวนไว้สำหรับผู้ที่มีความดัง ความรวย และต้องผ่านการ ‘อนุมัติ’ จากวินทัวร์ จนมีการประท้วงเชิงสัญลักษณ์ตามมา เช่น อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เตซ หรือ AOC สส.หญิงพรรคเดโมแครตเคยสวมชุด Tax the Rich ขณะที่สาธารณชนเปรียบเปรยแขกในงานว่า ไม่ต่างจาก ‘ชาวแคปิตอล’ หรือกลุ่มคนรวยในภาพยนตร์ The Hunger Games ที่นั่งดื่มด่ำกับความตายของเด็กและความอดอยากในสงครามกาซาปี 2024
คำถามสำคัญคือทำไมแรงต้านต่อเบซอสถึงรุนแรงนัก สาเหตุหลักมาจากภาพลักษณ์ ‘นายทุนหน้าเลือด’ หรือกลุ่ม ‘Tech Bro’ ที่ผูกติดกับเขามาตลอด โดยเฉพาะกรณีอื้อฉาวในปี 2021 ที่พนักงานโกดัง Amazon ต้องปัสสาวะใส่ขวดพลาสติกเพราะนโยบายบีบเวลาทำงานที่รุนแรง รวมถึงบทบาทของเขาในช่วงต้นปี 2026 กับการสั่งปลดพนักงานสายฟ้าแลบในสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง The Washington Post ซึ่งนักข่าวบางคนถูกเลิกจ้างขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในต่างประเทศ
นอกจากประเด็นแรงงาน เบซอสยังถูกมองว่าเป็นผู้ทำลายร้านค้าปลีกดั้งเดิมจนล้มละลายไปตามๆ กัน ดังนั้น ความย้อนแย้งที่เขากลับมานั่งแท่นเจ้าภาพงานศิลปะแฟชั่นชั้นสูงจึงสร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง
ในทางการเมือง เบซอสยังถูกมองว่า มีส่วนรู้เห็นกับการจัดการผู้อพยพของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐอเมริกา (ICE) ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง หลังมีการเปิดเผยว่า ระบบ Amazon Web Services (AWS) มีส่วนขับเคลื่อนนโยบายนี้
ข้อมูลจาก Business Insider ระบุว่า กระแสในโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มมีทัศนคติเชิงลบต่อเรื่องนี้สูงถึง 70% โดยมีผู้เห็นด้วยเพียง 6% เท่านั้น จนเกิดข้อกล่าวหาว่า เบซอสกำลังใช้ ‘พลังเงิน’ เข้าหาวินทัวร์ เพื่อใช้งานแฟชั่นเป็นเครื่องมือ ‘ฟอกภาพลักษณ์’ ให้กับตนเอง
เจนนิเฟอร์ แพรตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ PeakMetric มองว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนความกังวลของสังคมที่เห็นกลุ่ม ‘อภิมหาเศรษฐี’ เริ่มแทรกซึมเข้าสู่โลกแฟชั่นและศิลปะเพื่อสร้างบารมี เช่นเดียวกับกรณีของ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ที่เริ่มปรากฏตัวในงานแฟชั่นโชว์เมื่อไม่นานมานี้
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น Los Angeles Times ยังวิเคราะห์ว่า การขยับตัวของเบซอสไปสู่ฝั่งอนุรักษนิยมที่สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสวนทางกับจุดยืนเสรีนิยมของนิวยอร์กและแวดวงศิลปะ ยิ่งทำให้เขากลายเป็น ‘เป้านิ่ง’ ที่ถูกโจมตีได้ง่ายขึ้น
ใครประท้วงและวิจารณ์อะไรบ้าง
- ในแวดวงแฟชัน เบลคลีย์ ธอร์นตัน (Blakely Thornton) อินฟลูเอนเซอร์แฟชั่นชื่อดังวิจารณ์ว่า เขาขอ ‘ยอมโดนทรมานร่างกาย’ ดีกว่าไปร่วมงานที่เป็น ‘ละครตลก’ ที่จัดฉากโดยพวกกลุ่มอำนาจชนชั้นนำ
- เฟิร์น มัลลิส (Fern Mallis) ผู้ก่อตั้ง New York Fashion Week ให้ความเห็นว่า จากเดิมที่ Met Gala เคยเป็นงานของผู้ใจบุญที่รักศิลปะจริงๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นงานที่เน้นแต่เซเลบและผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยเดินชมพิพิธภัณฑ์จริงๆ ด้วยซ้ำ
- ขณะที่กลุ่ม Everyone Hates Elon จัดแคมเปญโจมตีเบซอส เช่น นำขวดปัสสาวะปลอม 300 ขวดไปวางในพิพิธภัณฑ์ Met เพื่อประชดประชันเรื่องพนักงาน Amazon ต้องปัสสาวะใส่ขวด ขณะที่ยังยิงเลเซอร์บนตึกเอ็มไพร์สเตตด้วยข้อความว่า “ถ้าคุณซื้อบัตร Met Gala ได้ คุณก็ควรจ่ายภาษีให้มากขึ้น”
- โซราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กประกาศว่า เขาและ รามา ดูวาจี ภรรยาจะบอยคอตต์ไม่ไปร่วมงานครั้งนี้ ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้นำในตำแหน่งนี้มักจะไปร่วมงานตามธรรมเนียม เช่น อีริก อดัม อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กที่สวมชุด End Gun Violence ใน Met Gala ปี 2022
- มัมดานีกล่าวว่า เป้าหมายของเขาคือการทำให้นิวยอร์ก เมืองที่แพงที่สุดในสหรัฐฯ เป็นเมืองที่ทุกคนเข้าถึงได้ อุตสาหกรรมแฟชันเกิดจากคนทำงานเบื้องหลังนับพันคน เช่น ช่างเย็บผ้า ช่างตัดเสื้อ พนักงานขายปลีก พนักงานส่งของ โดยย้ำว่า บุคคลเหล่านี้สมควรได้รับการยกย่อง และเขาภูมิใจที่ได้นำเสนอเรื่องราวของชาวนิวยอร์ก
- เมเรดิท ลินซ์ นักแสดงตลก และอินฟลูเอนเซอร์ TikTok โพสต์คลิปวิจารณ์ว่า เบซอสสนับสนุนทรัมป์ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ครั้งที่ผ่านมา และเป็นตัวการที่ทำให้ศิลปะถูกตัดงบ โดยย้ำว่า เป็นเรื่องบ้ามากที่งานนี้ยอมรับเงินจากคนที่ทำลายวงการศิลปะ
- นอกจากนี้ กลุ่มสหภาพแรงงานได้จัดงานประท้วง ‘Ball Without Billionaires’ โดยเป็นการรวมตัวของพนักงาน Amazon, Whole Foods และ The Washington Post ซึ่งมี เอพริล วัตสัน (April Watson) พนักงาน Amazon ออกมาเล่าประสบการณ์ว่า เธอถูกบริษัทกดดันให้แพ็กของเร็วขึ้น ถ้าช้าเกินไปจนติดกลุ่ม 5% ของบริษัท อาจถูกใบเตือนและไล่ออก
- วัตสันย้ำว่า เบซอสทำตัวเหมือนเชื้อพระวงศ์ที่กำลังฉลองความสำเร็จของตนเอง โดยไม่สนใจพนักงานชั้นล่างเลย
- อย่างไรก็ดี วินทัวร์กล่าวชื่นชมเบซอสและซานเชซว่า เป็นคนที่รักในแฟชันและเครื่องแต่งกายอย่างแท้จริง โดยขอบคุณที่เบซอสใจกว้างในเรื่องเงินบริจาค
- ขณะที่ แม็กซ์ ฮอลไลน์ ออกมาปกป้องพิพิธภัณฑ์ว่า นี่ไม่ใช่นิทรรศการของ Amazon และซานเชซ เขาย้ำว่า เบซอสสนับสนุนแผนงานของ Met และภัณฑารักษ์ รวมถึงสถาบัน
- ฮอลไลน์ยังย้ำว่า เบซอสคือผู้บริจาคเงินที่พิพิธภัณฑ์ต้องการและจำเป็นต้องมี
ภาพ: David Dee Delgado / Reuters
อ้างอิง:
- https://www.usatoday.com/story/news/2026/05/05/why-were-protesters-outside-of-the-met-gala-what-to-know-on-boycott/89943726007/
- https://www.townandcountrymag.com/society/politics/a71205136/met-gala-2026-protests/
- https://edition.cnn.com/2026/05/01/style/the-met-gala-bezos-controversy
- https://people.com/bezos-role-at-met-gala-fuels-protests-and-pee-bottles-11965286
- https://www.latimes.com/entertainment-arts/story/2026-05-05/met-gala-2026-jeff-bezos-protests-tech-billionaires-devil-wears-prada-2
- https://www.nbcnewyork.com/entertainment/the-scene/met-gala/nyc-mayor-zohran-mamdani-attend-the-met-gala/6498048/
- https://www.aljazeera.com/news/2024/5/13/why-are-social-media-users-blocking-celebrities-over-israels-gaza-war
- https://mashable.com/article/met-gala-2024-hunger-games
- https://time.com/6972918/met-gala-history/
- https://www.nytimes.com/2026/05/04/style/met-gala-jeff-bezos-backlash.html


