วันนี้ (21 สิงหาคม ) กรมสุขภาพจิต ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการประชุมทางไกลยกระดับการดูแลจิตใจครูแนะแนวและครูที่ปรึกษา มุ่งเน้นการเพิ่มพูนทักษะการปฐมพยาบาลทางใจ และการให้คำปรึกษาเบื้องต้น หวังเสริมเกราะป้องกันทางอารมณ์ให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาในการดูแลตนเองและนักเรียน ท่ามกลางภาวะความเสี่ยงจากเหตุการณ์ความรุนแรงในสถานศึกษา
นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือเด็กได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ผ่านการฝึกทักษะ PFA การรับฟังอย่างเข้าใจ และการสร้างสัมพันธภาพที่เหมาะสม เพื่อให้ครูสังเกตพฤติกรรมหรืออารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของนักเรียนได้ทันท่วงที ควบคู่กับการป้องกันปัญหาการกลั่นแกล้งรังแก (Bullying) ทุกรูปแบบ
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการใช้ระบบ HERO OBEC Care เป็นกลไกหลักในการคัดกรอง เฝ้าระวัง และส่งต่อผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงสุขภาวะของครูผู้ให้การช่วยเหลือควบคู่กันไป เพื่อให้ครูมีความพร้อมในการเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเด็กโดยไม่เกิดการตีตรา
ขณะที่ วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ระบุว่า ผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์ต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน สพฐ. จึงขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่
- การกำหนดให้สุขภาพจิตนักเรียนเป็นภารกิจร่วมกันของทุกฝ่าย
- การสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบ
- การพัฒนาสภาพแวดล้อมและ ‘ห้องเรียนใจดี’ ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจ
- การส่งเสริมให้ครูร่วมสังเกต รับฟัง และประเมินความเสี่ยงเพื่อส่งต่ออย่างเหมาะสม
สำหรับช่องทางการเข้าถึงการช่วยเหลือทางจิตใจ
- ประเมินสุขภาพจิต: แพลตฟอร์ม Mental Health Check-in และระบบ ‘ต่อ-เติม-ใจ’
- สายด่วนสุขภาพจิต: โทร. 1323 (ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
- ข้อมูลเพิ่มเติม: www.สุขภาพจิต.com


