×

เห็ดแดง กระดองน้ำเงิน Mario Kart และความในใจของ Mad Max

13.03.2026
  • LOADING...
แม็กซ์ แวร์สเตปเพน นักแข่ง F1 พร้อมภาพรถแข่งและตัวละครจากเกม Mario Kart

“ผมว่าผมเจอทางที่ประหยัดกว่าแล้ว” แม็กซ์ แวร์สเตปเพนให้สัมภาษณ์ในช่วงก่อนการลงแข่งในรายการไชนีส กรังด์ปรีซ์ ที่เซี่ยงไฮ้ เกี่ยวกับเรื่องการฝึกซ้อมด้วยเครื่อง ‘ซิม’ หรือซิมูเลเตอร์ ที่จำลองการขับรถที่เป็นหนึ่งในสิ่งที่แชมป์โลก 4 สมัยทำเสมอในเวลาที่ว่างหรือแม้แต่คืนก่อนแข่งขัน

 

“ผมเปลี่ยนจากซิมูเลเตอร์มาเล่นเกม Mario Kart บน Nintendo Switch แทน” เจ้าของสมญา ‘Mad Max’ บอกก่อนจะหยอกซ้ำ “ผมใช้เห็ดเก่งนะ แต่ยังไม่ถนัดกระดองสีน้ำเงินเท่าไร”

 

เห็ด (Mushroom) ที่แวร์สเตพเพนพูดถึงหมายถึง “ไอเทม” ที่ผู้เล่นเกม Mario Kart ไม่ว่าคุณจะเลือกตัวละครไหนและรถแบบใดก็ตาม ถ้าขับผ่านกล่องไอเทมปริศนาแล้วสุ่มได้เห็ด จะสามารถกดใช้เพื่อเร่งความเร็วขึ้นมาได้ชั่วครู่

 

ส่วนกระดองสีน้ำเงิน (Blue shell หรือชื่อจริงๆ Spinny shell) อันนี้ถือเป็นทีเด็ดเพราะถ้าได้มาแล้วกดใช้จะเป็นการปล่อย “เต่าบิน” ลอยไปเพื่อเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือเล่นงานรถที่นำเป็นอันดับ 1 ในเวลานั้นเท่านั้น

 

แนวคิดการใช้ไอเทมแบบสุ่มนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ชิเงรุ มิยาโมโตะ ในฐานะ ‘บิดาแห่งวิดีโอเกมสมัยใหม่’ ร่วมกับทีมพัฒนาเกมที่รู้ใจกันของค่าย Nintendo ช่วยกันคิดเพื่อให้เกมรถแข่งใหม่ของพวกเขาสนุกยิ่งขึ้นไปอีก และกลายเป็นหนึ่งในหัวใจของเกม Mario Kart ที่ออกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1992 บนเครื่องซูเปอร์แฟมิคอม (Super Famicom ในญี่ปุ่น และ Super Nintendo Entertainment System หรือ SNES ในสหรัฐอเมริกา)

 

นับจากนั้นมาแม้จะไม่ได้เป็นเกมที่นำเสนอการแข่งรถที่จริงจังแต่ Mario Kart ก็เป็นหนึ่งในเกมรถแข่งของทุกคนตลอดมา เพราะเป็นเกมที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แค่ได้หยิบเกมนี้มาเล่นกันก็สนุกเสมอ

 

โดยเฉพาะการเล่น “แข่งกับเพื่อน” ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักที่ Nintendo สร้างเกมนี้ขึ้นมา เพราะเกม F-Zero ที่เปิดตัวพร้อมเครื่องเกมรุ่นใหม่ ไม่สามารถทำได้

 

การได้ปาเต่าใส่เพื่อนที่เสียหลักตกข้างทางเป็นความสุขและเรียกเสียงหัวเราะลั่นได้เสมอ

 

แต่การที่สุดยอดนักขับแห่งทีม Red Bull พูดว่าเขาจะหันมาใช้การเล่นเกม Mario Kart เพื่อเตรียมตัวแทนเครื่องซิมูเลเตอร์นั้นอาจจะไม่ได้มาพร้อมกับรอยยิ้มสักเท่าไร

 

จริงอยู่ เราต่างรู้กันว่าเขาคงไม่ได้จะเล่น Mario Kart แทนเครื่องซิมจริงๆ หรอก (หรือจะจริงก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ไม่มั้ง…) แต่มันก็เป็นเครื่องสะท้อนถึงความรู้สึกบางอย่างที่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจของหนึ่งในนักแข่งรถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเอฟวัน

 

ถึงในรายการออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่สนามอัลเบิร์ต พาร์ค แม็กซ์จะสำแดงเดชจากการออกสตาร์ตในอันดับสุดท้ายเพราะรถประสบเหตุจนไม่ทันได้ขับทำเวลาในรอบคัดเลือก แต่ก็มาได้ไกลถึงอันดับที่ 6

 

แต่ในความรู้สึกของเขา รถแข่งรุ่นใหม่มันไม่จอยสักเท่าไร และความจริงก็บ่นเรื่องนี้มาก่อนแล้วในช่วงของการทดสอบรถว่าเหมือนรถ “ฟอร์มูลาอีที่ฉีดสเตียรอยด์”

 

สำหรับเขา มันเหมือนไม่ใช่รถแข่ง ขับไม่สนุก อาจจะสู้กับการเล่นเกม Mario Kart ไม่ได้ด้วยซ้ำไป

 

เรื่องนี้ไม่ใช่เขาพูดอยู่คนเดียว เพราะแลนโด นอร์ริส แชมป์โลกคนปัจจุบันเองก็บ่นว่ารถแข่งในปีนี้ของ McLaren เปลี่ยนแปลงจากรถแข่งที่ดีที่สุดคันหนึ่งในประวัติศาสตร์กลายมาเป็นรถแข่งที่แย่ที่สุดแทน

 

อย่างที่รู้ครับ ด้วยการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบจากทาง FIA ทำให้ฤดูกาล 2026 เป็นฤดูกาลที่มีการเปลี่ยนแปลงกันมากที่สุดในรอบนับสิบปี

 

ไม่ใช่แค่ตัวถังแต่รวมถึงเครื่องยนต์และระบบพลังงาน ซึ่งในปัจจุบันเครื่องยนต์แทบจะไม่ต่างจากรถยนต์แบบไฮบริดที่ใช้พลังงานน้ำมันและพลังงานไฟฟ้าอย่างละ 50-50 (และเป็นเหตุผลที่แม็กซ์เปรียบรถใหม่กับฟอร์มูลาอี ซึ่งเป็นการแข่งขันรถพลังงานไฟฟ้าล้วน)

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารนี้ทำให้ไม่ใช่แค่ทีมวิศวกรที่ต้องหาทางสร้างรถแข่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดและเร็วที่สุดให้ได้

 

นักแข่งเองก็ต้องปรับตัวมหาศาล และเราได้เห็นกันค่อนข้างชัดแล้วว่ามันมีผลต่อเรื่องของการแข่งขันมากพอสมควรสำหรับนักแข่งหลายคน

 

โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียกพลังงานไฟฟ้ากลับมาในแบบที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ‘รีเจน’ ผ่านการเบรก ซึ่งก็เป็นหลักการเดียวกับรถยนต์ไฮบริดหรือรถ EV ทั่วไปที่ถ้าเราผ่อนคันเร่งหรือเหยียบเบรก เครื่องยนต์จะได้พลังงานไฟฟ้ากลับมา

 

ผมในฐานะคนขับรถน้ำมันมาก่อน และเพิ่งเปลี่ยนมาขับรถ EV พอจะเข้าใจในเรื่องของการรีเจนพลังงานกลับมาอยู่บ้าง และถึงจะเป็นแค่รถบ้านธรรมดา เรื่องการรีเจนมีผลต่อการคำนวนในการขับขี่พอสมควร แค่เรื่องระยะเบรก โหมดของการเรียกพลังงานคืน ฯลฯ

 

นับประสาอะไรกับนักแข่งรถในสนาม พวกเขาคิดเยอะกว่านี้ร้อยเท่าแน่ๆ ในระดับมิลลิวินาที

 

จุดนี้กำลังกลายเป็น ‘ภาระทางความคิด’ ของนักแข่งที่ต้องปรับตัวไปสู่การขับขี่ในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมมากเกินไปหรือไม่? เพราะต้องพะวงกับเรื่องของการดึงพลังงานกลับมาให้เพียงพอ มากกว่าที่จะคิดถึงการทำความเร็วสูงสุดหรือการคิดหาทางแซงคู่แข่ง

 

ยิ่งสำหรับหลายทีมที่รถแข่งยังจูนกันไม่เข้าที่เข้าทาง ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ที่นักแข่งจะรู้สึกผิดหวัง เฟลกับรถแข่งและเฟลกับกฎกติกาใหม่ที่เปลี่ยนแปลง ที่พาลทำให้คิดว่ามันกำลังทำให้ ‘เสน่ห์’ ของการแข่งรถ F1 หายไปหรือเปล่า

 

รถแข่งสุดเท่ เสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม ความกล้ากล้าบิ่น ทักษะการควบคุมรถของนักขับ การตัดสินใจในเสี้ยววินาที การวิเคราะห์สถานการณ์ของทีมงาน การถอดและเปลี่ยนล้อใน 2 วินาทีของทีมใน Pit stop กำลังถูกแทนที่ด้วยการคิดและคำนวนซ้ำแล้วซ้ำอีก ความพะวง ความรอบคอบ เพราะการตัดสินใจผิดพลาดนิดเดียวอาจหมายถึงต้องออกจากการแข่งขันได้เลย

 

อย่างไรก็ดีหากสังเกตจะมีนักแข่งหลายคนที่สนุกกับรถแข่งแบบใหม่เช่นกัน ซึ่งหลักๆ คือ 2 ทีมที่เปิดฤดูกาลมาได้ค่อนข้างสวยงามอย่าง Mercedes และ Ferrari ที่จบอันดับ 1-2 และ 3-4 ตามลำดับในออสซี จีพี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

 

ชาร์ลส เลอแคลร์ ซึ่งจบด้วยการเป็นอันดับ 3 เองก็พูดถึงเกม Mario Kart เหมือนกันและพูดก่อนแม็กซ์ด้วย แต่ในแบบที่แตกต่าง เพราะเขารู้สึกชอบใจกับปุ่ม ‘Boost’ บนแป้นพวงมาลัยที่เมื่อกดแล้วรถจะเร่งความเร็วขึ้นทันที

 

เสียงในวิทยุสื่อสารระหว่างนักขับสุดหล่อที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ที่มีการเปิดเผยออกมา “พอผมกดไป มันเหมือนกับได้เห็ดใน Mario Kart เลย”

 

ก่อนที่ไบรอัน บอสซี วิศวกรประจำทีมจะบอกว่า “เยี่ยมเลย”

 

เช่นกันกับเซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน ที่กลับมามีความสุขกับรถอีกครั้งหลังจากที่มีปัญหาหนักจนแทบจะซัดกับวิศวกรประจำทีมตลอดทุกเรซ ซึ่งหมายความว่าในขณะที่แวร์สเตพเพน และนอร์ริส อาจจะไม่มีความสุขมากนักกับรถของตัวเองเวลานี้

 

ถ้ารถของพวกเขาถูกปรับจูนให้เข้าที่เข้าทางและทำความเร็วได้มากอย่างที่หวัง มันก็เป็นไปได้ที่พวกเขาจะกลับมาสนุกกับการแข่งขันอีกครั้ง

 

ว่ากันจากใจก็หวังว่าทุกอย่างมันจะเข้าที่เข้าทางกันอีกครั้ง และหากไม่มองในแง่ร้ายเกินไปในเรซแรกหนึ่งในสิ่งที่ดีคือเราได้เห็นว่านักขับปรับตัวและเรียนรู้กับรถใหม่ของพวกเขาในการแข่งจริงได้มากกว่าในช่วงการลองรถก่อนเปิดฤดูกาลได้ไวพอสมควร

 

เป็นไปได้ที่เรซ 2 มันจะดีขึ้นไปอีก เข้าใจรถมากขึ้น และรีดศักยภาพของมันออกมาได้เต็มที่มากกว่าเดิม

 

เพราะสำหรับแวร์สเตพเพน (และอาจรวมถึงนอร์ริสด้วย)​ เขาไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าการอยากขับรถแข่งสนุกๆ ในสนามอีกครั้ง

 

ถึงจะเคยบอกให้ทุกคนรู้ว่าเขาคิดถึง Bucket list ของนักแข่งรถไม่ว่าจะเป็น นูร์เบิร์กริง (ซึ่งไปมาแล้วในนาม ฟรานซ์ เฮอร์มาน), สปา และเลอ มังส์

 

แต่คำพูดจากใจของแม็กซ์เขาตอบคำถามที่ทุกคนสงสัย

 

“ผมไม่ได้อยากจะไปไหนหรอกจริงๆ แล้ว”

 

ก็ถ้ารถมันขับสนุก แข่งขันกันสนุก แข่งกันในแบบรถแข่งและนักแข่งรถจริงๆ เขาจะตีจากรักแรกของเขาไปทำไม?

 

ระหว่างนี้ก็เล่น Mario Kart แก้เบื่อไปพลางๆ ก่อนนะ

 

เราก็อยากเห็นนายกลับมาสนุกอีกครั้งเหมือนกัน เพราะมีนายก็หมายถึงความสนุกของ F1 ด้วย

 

.

 

#TheStandardSport #F1 #MaxVerstappen

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising