×
326238

SPALI-KBANK-CK-TPIPL ประกาศซื้อหุ้นคืน…กลยุทธ์พยุงราคาหุ้นยามตลาดขาลง

31.01.2020
  • LOADING...

เกิดอะไรขึ้น:

ด้วยภาวะตลาดหุ้นไทยที่เผชิญกับปัจจัยกดดันตั้งแต่ต้นปี ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายนอกอย่างปัญหาภัยแล้งที่มาเร็วและมีแนวโน้มรุนแรงกว่าทุกปี, ปัญหาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 ที่ล่าช้าและยังเบิกจ่ายไม่ได้ รวมทั้งปัจจัยภายนอกอย่างไวรัสโคโรนาที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี SET Index ลดลงไปเกินกว่า 3%YTD ขณะที่ดัชนี SET50 ที่รวมเอาเฉพาะหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) สูงสุด 50 ลำดับแรก กลับลงไปเกินกว่า 4%YTD 

 

ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้บริษัทขนาดใหญ่บางแห่งที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดและสภาพคล่องในมือสูง ตัดสินใจที่จะซื้อหุ้นคืนในตลาดฯ เพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่อง

 

โดยเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ของ บมจ.ศุภาลัย (SPALI) มีมติซื้อหุ้นคืนในสัดส่วนไม่เกิน 5.6% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด หรือไม่เกิน 120 ล้านหุ้น ภายในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 2 พันล้านบาท กำหนดระยะเวลาซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ถึง 11 สิงหาคม 2563

 

จากนั้น 30 มกราคม คณะกรรมการฯ ของ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีมติอนุมัติให้บริษัทซื้อหุ้นคืนจำนวน 23,932,601 หุ้น วงเงินไม่เกิน 4.6 พันล้านบาท ในระหว่างวันที่ 14-27 กุมภาพันธ์ 2563 นอกจากนี้ยังมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งปีหลังของปี 2562 จำนวน 4.5 บาทต่อหุ้น วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 9 เมษายน 2563

 

ตามด้วย บมจ.ช.การช่าง (CK) คณะกรรมการฯ มีมติซื้อหุ้นคืนจำนวน 169,389,000 หุ้น วงเงินไม่เกิน 3 พันล้านบาท ในระหว่างวันที่ 2 มีนาคม ถึง 1 กันยายน 2563

 

เช่นเดียวกับ บมจ.ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) คณะกรรมการฯ มีมติซื้อหุ้นคืนจำนวน 383,610,000 หุ้น วงเงินไม่เกิน 800 ล้านบาท ในระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 13 สิงหาคม 2563

 

กระทบอย่างไร:

ประเด็นดังกล่าวถือเป็น Sentiment เชิงบวกในระยะสั้น โดยเช้าวันนี้ (31 มกราคม) ราคาหุ้น SPALI ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 16.70 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาปิดวันก่อนมีมติ (28 มกราคม) ราว 3.73% ขณะที่ KBANK เช้านี้ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 144.00 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาปิดวันก่อนมีมติ (29 มกราคม) ถึง 7.87% เนื่องจากได้ประเด็นหนุนในเรื่องการจ่ายเงินปันผลมาด้วยอีกทางหนึ่ง ทางด้าน CK เช้านี้ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 20.20 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาปิดวันก่อนมีมติ (29 มกราคม) ถึง 8.60% เช่นเดียวกับ TPIPL เช้านี้ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1.62 บาท เพิ่มขึ้นจากราคาปิดวันก่อนมีมติ (29 มกราคม) ถึง 7.28%

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS ประเมินว่าการซื้อหุ้นคืนนอกจากจะเป็นการบริหารสภาพคล่องแล้ว อีกนัยหนึ่งจะช่วยให้อัตราส่วนทางการเงินของบริษัทนั้นๆ ดีขึ้น ทั้งยังจะช่วยสร้างความมั่นใจในเชิงจิตวิทยาให้กับนักลงทุนได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ต้องติดตามว่าจะมีบริษัทขนาดใหญ่อื่นๆ จะใช้จังหวะที่ราคาหุ้นปรับลงประกาศซื้อหุ้นคืนอีกหรือไม่

 

มุมมองระยะยาว:

ท่ามกลางความไม่แน่นอนและปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในปีนี้ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น อาจทำให้ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนไม่สดใสในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ แต่ SCBS ประเมินว่าสถานการณ์ความเสี่ยงต่างๆ ไม่น่าจะรุนแรงมากและน่าจะคลี่คลายลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ 

 

อย่างไรก็ดี หลายบริษัทตั้งเป้าหมายทิศทางธุรกิจปีนี้ด้วยหลักอนุรักษ์นิยม อาทิ SPALI วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ลดลง แต่จะเพิ่มยอดขายในโครงการต่างๆ มากขึ้น ส่วน KBANK ตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 4-6% ขณะที่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) ประเมินว่าจะลดลง และอัตราส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งหากทั้ง 2 บริษัท สามารถดำเนินธุรกิจได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ จะถือเป็น Upside ส่วนเพิ่มให้กับราคาหุ้นได้

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

การซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินเพื่อการบริหารสภาพคล่องของกิจการ ในกรณีที่ราคาหุ้นของบริษัทอยู่ในระดับต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น และบริษัทมีกำไรสะสมและสภาพคล่องทางการเงินสูงกว่าความต้องการใช้ดำเนินธุรกิจในช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งวิธีการซื้อหุ้นคืนมี 2 วิธี คือ

 

1. การซื้อหุ้นคืนกรณีผู้ถือหุ้นไม่เห็นด้วยกับมติที่ประชุม ผู้ถือหุ้นจะต้องส่งคำเสนอซื้อหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นดังกล่าว และให้แจ้งความประสงค์จะขายหุ้นคืนให้บริษัท

2. การซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงิน ซึ่งทำได้ 2 วิธีคือ ซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์ หรือเสนอซื้อเป็นการทั่วไป (General Offer: GO)

2.1 กรณีซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 10% ของทุนชำระแล้ว จะซื้อผ่านตลาดหลักทรัพย์หรือแบบ GO ก็ได้

2.2 กรณีซื้อหุ้นคืนเกิน 10% ของทุนชำระแล้ว ให้ซื้อแบบ GO เท่านั้น

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories