×

GPSC รายงานกำไรสุทธิ 4Q64 น่าผิดหวัง แต่สะท้อนในราคาหุ้นที่ปรับลดลงแล้ว

14.02.2022
  • LOADING...
GPSC

เกิดอะไรขึ้น:

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) รายงานกำไรสุทธิ 4Q64 จำนวน 1.2 พันล้านบาท (ลดลง 20%YoY และ 38%QoQ) เพราะได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของ Glow Energy Phase 5 ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมก็ลดลง เนื่องจากกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีลดลงหลังจากทำจุดสูงสุดใน 3Q64 ส่วนกำไรสุทธิทั้งปี 2564 ลดลง 2.5%YoY สู่ 7.3 พันล้านบาท

 

ปริมาณการขายไฟฟ้าของธุรกิจ IPP เพิ่มขึ้น 75%QoQ (เพิ่มขึ้น 22%YoY) เนื่องด้วยการกลับมาดำเนินงานตามปกติของโรงไฟฟ้า GHECO-One หลังจากหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานใน 3Q64 และเมื่อรวมกับรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้าที่สูงขึ้น รายได้ของธุรกิจ IPP จึงเพิ่มขึ้น 118%QoQ (เพิ่มขึ้น 92%YoY) ธุรกิจ IPP ได้รับการคุ้มครองจากต้นทุนเชื้อเพลิง (ก๊าซและถ่านหิน) ที่สูงขึ้น เนื่องจากสามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยัง กฟผ. ภายใต้ PPA ระยะยาว

 

ด้านธุรกิจ SPP กำไรได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดยปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง เนื่องจากความต้องการลดลงตามฤดูกาล แต่รายได้โดยรวมของธุรกิจ SPP เพิ่มขึ้น 16%YoY และ 1%QoQ จากราคาไฟฟ้าและไอน้ำ (เชื่อมโยงกับราคาเชื้อเพลิง) ที่สูงขึ้น ส่วนอัตราค่าไฟฟ้าโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13%YoY และ 4%QoQ หลักๆ เกิดจากการขายให้กับ กฟผ. และราคาไอน้ำเพิ่มขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ราคายังปรับขึ้นน้อยกว่าต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 22-36%QoQ) โดยเฉพาะต้นทุนถ่านหิน เมื่อรวมกับการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของ GE Phase 5 อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดลง QoQ สู่ 17% ใน 4Q64 ส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจ SPP ลดลง 434%YoY และ 35%QoQ แม้บริษัทสามารถรับรู้มูลค่า Synergy จากการควบรวมกิจการกับ GLOW จำนวน 541 ล้านบาท และรับรู้รายได้บางส่วนจากเงินชดเชยค่าประกันภัยจำนวน 1.3 พันล้านบาท

 

สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 51%YoY และ 83%QoQ หลักๆ เกิดจากกำไรที่ลดลงจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL, ลดลง 59%YoY และ 94%QoQ) เนื่องจากปริมาณน้ำลดลงตามฤดูกาล ส่งผลให้ผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในธุรกิจ SPP ได้รับผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น ในขณะที่อัตราค่าไฟฟ้าถูกตรึงไว้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ (สัดส่วนการถือหุ้น 41.6%) อย่าง Avaada สร้างขาดทุนสุทธิ 25 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากต้นทุนทางการเงิน ในขณะที่การดำเนินงานได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนัก แม้ว่าจะลดลงจากขาดทุน 31 ล้านบาท ใน 3Q64

 

กระทบอย่างไร:

ในวันนี้ (วันที่ 14 กุมภาพันธ์) ราคาหุ้น GPSC ปรับตัวลดลง 1.99%DoD อยู่ที่ระดับ 74.00 บาท แย่กว่า SET Index ที่ปรับตัวลง 0.85%DoD อยู่ที่ระดับ 1,684.69 จุด

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS ประเมินผลประกอบการ 4Q64 และทั้งปี 2564 ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ เนื่องจากผลกระทบด้านลบจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้นและการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานมีมากกว่าคาด ในขณะที่คาดว่าการดำเนินงานของ GPSC น่าจะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติในปี 2565 แม้ว่าอาจจะยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นใน 1H65 

 

ส่วนราคาหุ้น GPSC ที่ปรับลดลง 15% YTD เทียบกับ SET ที่เพิ่มขึ้น 3% ได้สะท้อนถึงมุมมองเชิงลบของตลาดต่อแนวโน้มกำไร ซึ่งมีสาเหตุมาจากราคาก๊าซที่สูงขึ้นและการหยุดเดินเครื่องนอกแผนงานของ GE Phase 5 โดยเชื่อว่าตลาดกังวลมากเกินไป เนื่องจากราคาก๊าซสูงจะเกิดขึ้นแค่ช่วงสั้นๆ และสามารถส่งผ่านไปยังลูกค้าได้บางส่วน นอกจากนี้บริษัทยังจะรับรู้เงินชดเชยค่าประกันภัยสำหรับการหยุดเดินเครื่องนอกแผนเพิ่มอีกในปีนี้

 

มุมมองระยะยาว:

SCBS คาดว่ากำไรปกติปี 2565 จะปรับตัวดีขึ้น YoY อันเป็นผลมาจากการดำเนินงานเต็มปีของ GHECO-One และการกลับมาดำเนินงานตามปกติของ GE Phase 5 ภายในเดือนมีนาคม 2565 และคาดมีส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก Avaada จากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเต็มปีและกำลังการผลิตเพิ่มเติมที่จะเริ่มดำเนินงานในปีนี้ โดยผู้บริหารคาดว่ากำไรรายไตรมาสของ Avaada จะอยู่ที่ 1.5 พันล้านรูปีอินเดีย (สัดส่วนการถือหุ้น 100%) ซึ่งหมายความว่า GPSC จะได้รับส่วนแบ่งกำไรปีละ 1.1 พันล้านบาท 

 

อย่างไรก็ดี การดำเนินงานยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ ต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ SPP โดยเฉพาะยอดขายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม (ประมาณ 22% ของกำลังการผลิตดำเนินงานทั้งหมด) แต่จะได้รับการชดเชยจากค่า Ft ที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 16.71 สตางค์ต่อหน่วย) สู่ 1.39 สตางค์ต่อหน่วย ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2565 โดยผู้บริหารคาดว่าค่า Ft จะค่อยๆ ปรับขึ้นอีก 15 สตางค์ต่อหน่วย ภายในสิ้นปี 2565 เพื่อให้ทันกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising