×
409908

ธปท. ออกประกาศให้สถาบันการเงินคงสถานการณ์จัดชั้นลูกหนี้จนถึงสิ้นปี ช่วยไม่ให้ลูกหนี้เป็น NPL

19.10.2020
  • LOADING...

เกิดอะไรขึ้น:

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศให้สถาบันการเงินคงสถานการณ์การจัดชั้นลูกหนี้ SMEs ไปจนถึงสิ้นปี 2563 ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้สามารถเจรจาปรับเงื่อนไขชำระหนี้ได้หลังจากหมดมาตรการชำระหนี้ทั่วไปในวันนี้ที่ 22 ตุลาคม 2563 เพื่อให้ลูกหนี้เหล่านี้ไม่กลายเป็นหนี้เสีย และเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้กับสถาบันการเงินในการเร่งปรับเงื่อนไขชำระหนี้เช่นกัน

 

โดยหากลูกหนี้ยังไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ หรืออาจชำระได้แค่บางส่วน ธนาคารพาณิชย์อาจมีมาตรการในการช่วยเหลือจนกว่าจะกลับมามีรายได้เพียงพอที่จะชำระหนี้ได้ในระดับปกติ ซึ่งธนาคารพาณิชย์อาจออกมาตรการต่างๆ เช่น ปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ตามความเหมาะสมของลูกค้าแต่ละราย และการลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น ทั้งนี้หากลูกหนี้ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ในระดับปกติ ธนาคารพาณิชย์อาจพิจารณาพักหนี้ให้เป็นรายกรณีอีก 6 เดือน นับตั้งแต่สิ้นปี 2563 ถึงมิถุนายน 2564 

 

นอกจากนี้ ธปท. ได้ประเมินว่าหากลูกหนี้ SMEs ของธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด เข้าสู่โครงการพักหนี้ต่อหลังจากมาตรการพักหนี้ทั่วไปสิ้นสุดลงในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินได้ และอาจทำให้สภาพคล่องในระบบการชำระหนี้และดอกเบี้ยหายไปถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี โดยสภาพคล่องที่หายไปเหล่านี้จะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมในอนาคตแพงขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อการปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต

 

กระทบอย่างไร:

ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (SETBANK) ปรับตัวลง 8.9% MoM Underperformance SET Index ที่ปรับตัวลง 6.2% MoM สู่ระดับ 1,208.75 จุด (ข้อมูล ราคาปิด ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2563)

 

มุมมองระยะสั้น:

SCBS มองว่าการออกประกาศดังกล่าวของ ธปท. สอดคล้องกับที่หลายธนาคารได้ประเมินไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีมาตรการช่วยเหลือทั่วไป แต่ธนาคารก็ยังต้องดำเนินการปรับโครงสร้างให้แก่ลูกหนี้เป็นรายกรณีต่อไป เพื่อไม่ลูกหนี้กลายเป็นหนี้เสีย ทั้งนี้ ต้องติดตามการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งคาดว่าจะยังคงมีแนวโน้มที่หดตัวลง YoY จนถึงสิ้นปี 2563 รวมถึงติดตามแนวทางการตั้งสำรองของธนาคารพาณิชย์เพื่อรองรับผลกระทบจาก NPL ที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

 

มุมมองระยะยาว:

ในภาพรวม SCBS คาดว่าแนวโน้ม NPL จะยังคงปรับตัวขึ้นต่อโดยเฉพาะในปี 2564 เนื่องจากทิศทางเศรษฐกิจยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศทั่วโลกที่ยังลุกลามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ธนาคารจะยังคงตั้งสำรองอยู่ในระดับที่สูงตลอดปี 2564 

 

ด้านแนวโน้มกำไรในปี 2564 ของกลุ่มธนาคารจะยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2563 เนื่องจากผลกระทบของการตั้งสำรองที่ยังคงอยู่ในระดับสูง สำหรับแนวโน้มกำไรในปี 2565 จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นของกำไรจากการลดการตั้งสำรองลง แต่จะยังไม่ฟื้นตัวสู่ระดับก่อนโควิด-19 เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) จะลดลงเพราะอัตรานำส่งเงินสมทบกองทุนฟื้นฟูฯ จะปรับขึ้น จนถึงปี 2566 ที่ทิศทางกำไรจะสามารถฟื้นตัวสู่ระดับก่อนโควิด-19 (ปี 2562) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการตั้งสำรองที่ลดลงอีกเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories