×

5 อันดับหุ้น SET100 ที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดและน้อยที่สุดประจำปี 2564

30.12.2021
  • LOADING...
SET100

SCBS ได้รวบรวม 5 อันดับหุ้นใน SET100 ที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดและน้อยที่สุดประจำปี 2564 ดังนี้

 

หุ้น SET100 ที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุด 5 อันดับ:

  1. บมจ.เจ มาร์ท (JMART) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 178% สู่ระดับ 55.50 บาท หลังบริษัทประกาศแผน 5 ปี (2564-2568) ผลการดำเนินงานเติบโตเฉลี่ยปีละ 50% โดยมาจากทุกกลุ่มธุรกิจที่จะมีการเติบโตและมีการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันในกลุ่ม โดยกำไรสุทธิ 9M64 เพิ่มขึ้น 59%YoY สู่ระดับ 836 ล้านบาท จาก 527 ล้านบาทใน 9M63 นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับกลุ่ม บมจ.บีทีเอส โฮลดิ้งส์ กรุ๊ป (BTS) หลัง BTS เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนใน JMART ซึ่งมีโอกาสเกิด Synergy ต่างๆ เช่น การขยายสาขา JMART ในสถานีรถไฟฟ้า, การขยายธุรกิจ E-Commerce ร่วมกับ KEX เป็นต้น รวมถึง JMART ยังได้ร่วมมือกับ บมจ.กัลกุล เอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เพื่อดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Solar Rooftop, สถานีชาร์จรถไฟฟ้า, กัญชง กัญชา เพื่อสุขภาพ และจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าและโซลาร์โซลูชัน

 

  1. บมจ.อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย (RBF) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 140% สู่ระดับ 22.30 บาท หลังบริษัทเปิดเผยว่า จะสามารถจำหน่ายสารสกัด CBD จากกัญชงได้ภายใน 4Q64 รวมถึงบริษัทได้ปิดดีลขายโรงแรม 2 แห่ง มูลค่ารวม 272 ล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทหมดภาระตั้งด้อยค่าสินทรัพย์

 

  1. บมจ.ซินเน็ค ประเทศไทย (SYNEX) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 135% สู่ระดับ 33.25 บาท โดยได้อานิสงส์จากการ Work from Home หลังการระบาดของโควิดระลอก 3 ส่งผลให้ยอดขายสินค้าไอทีอย่างโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังได้อานิสงส์จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่ม 5G นอกจากนี้บริษัทได้ปรับกลยุทธ์เพิ่มพอร์ตสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง เช่น กลุ่มสินค้า, กลุ่มเกมมิ่ง, กลุ่มสุขภาพ หรือ Smart Health และสินค้ากลุ่ม IoT

 

  1. บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 124% สู่ระดับ 89.25 บาท หลังผลการดำเนินงานปี 2564 มีโอกาสฟื้นตัวสูงกว่าในปี 2562 จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าอุตสาหกรรมยานยนต์และอุปกรณ์สื่อสาร นอกจากนี้บริษัทได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์การจัดการพลังงานซิลิคอนและซิลิคอนคาร์ไบด์ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องชาร์จพลังงานไฟฟ้า

 

  1. บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 122% สู่ระดับ 5.60 บาท โดยบริษัทวางแผนปลูกกัญชา กัญชง จำนวนพื้นที่ 5,000 ไร่ และตั้งโรงงานสกัดสาร CBD นอกจากนี้รายได้จากการขายไฟฟ้า 9M64 เติบโตดีขึ้นจากการรับรู้โครงการใหม่ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในต่างประเทศ รวมถึงผลการดำเนินงานที่กลับมาปกติของโรงไฟฟ้าพลังงานลม

 

หุ้น SET100 ที่ให้ผลตอบแทนน้อยที่สุด 5 อันดับ:

  1. บมจ.ทีคิวเอ็ม คอปอเรชั่น (TQM) ราคาหุ้นปรับตัวลง 28% สู่ระดับ 96.75 บาท โดยกลุ่มบริษัทประกันได้เลิกขายประกันโควิดหลังการแพร่ระบาดระลอก 3 รุนแรงขึ้น ทำให้ยอดเคลมประกันสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ยอดขายประกันโควิดหายไป ขณะที่รายได้ค่านายหน้าจากการขายประกันรถยนต์ชะลอลงตามยอดขายรถใหม่ในประเทศที่ลดลง

 

  1. ราคาหุ้น บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) ปรับตัวลง 27% สู่ระดับ 7.55 บาท บริษัทปรับลดเป้าหมายรายได้ปี 2564 ลงจากการระบาดของโควิดระลอก 3 รวมถึงยอดขายในต่างประเทศหลักๆ คือจีน ปรับตัวลดลง

 

  1. ราคาหุ้น บมจ.พริมา มารีน (PRM) ปรับตัวลง 25% สู่ระดับ 6.00 บาท หลังจากผลการดำเนินงานใน 2H64 มีแนวโน้มไม่ฟื้นตัว HoH อย่างที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดยได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเรือขนส่งและกักเก็บน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปลดลง

 

  1. ราคาหุ้น มจ.ศรีตรังโกลฟส์ ประเทศไทย (STGT) ปรับตัวลง 21% สู่ระดับ 30.00 บาท หลังสถานการณ์โควิดทั่วโลกเริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้เกิดความกังวลอุปสงค์ถุงมือยางในอนาคตชะลอลง

 

  1. ราคาหุ้น บมจ.บี.กรีม เพาเวอร์ (BGRIM) ปรับตัวลง 18% สู่ระดับ 40.00 บาท โดยบริษัทได้ชะลอแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าในเมียนมาหลังเกิดรัฐประหารในเมียนมา รวมถึงต้นทุนก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่สถานการณ์โควิดในเวียดนามทำให้การเรียกจ่ายไฟฟ้าลดลง 

 

หมายเหตุ: ข้อมูลราคา ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2564

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising