เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย เผยแพร่แถลงการณ์ยืนยันว่า ปฏิบัติการอพยพชาวมาเลเซียทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบติดค้างท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่และอำเภอโดยรอบได้เสร็จสิ้นลงแล้ว
แถลงการณ์ดังกล่าว ได้รับการยืนยันผ่านสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำกรุงเทพฯ และสถานกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา โดยชาวมาเลเซียจำนวน 6,222 คนที่ติดค้างจากเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในในอำเภอหาดใหญ่และอำเภอโดยรอบ ได้รับการช่วยเหลือและอพยพกลับประเทศมาเลเซียอย่างปลอดภัย โดยความร่วมมือจากสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และกลุ่มอาสาสมัครของมาเลเซียกว่า 15 แห่ง
ซึ่งในวันสุดท้ายของปฏิบัติการ ชาวมาเลเซียที่เหลืออีก 12 คน ได้รับการเคลื่อนย้ายไปยังมาเลเซียผ่านด่านชายแดนบูกิตกายูฮีตัม (Bukit Kayu Hitam) ที่อยู่ติดกับด่านชายแดนจังโหลน หรือด่านนอก ในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
แถลงการณ์ระบุว่า “ปฏิบัติการอพยพซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ดำเนินการภายใต้สภาวะที่ยากลำบากอย่างยิ่งยวด ซึ่งรวมถึงกระแสน้ำที่แรง ระดับน้ำสูง และสัญญาณสื่อสารขัดข้องเป็นช่วงๆ” โดยกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียยืนยันว่า “แม้จะมีอุปสรรคเหล่านี้ ชาวมาเลเซียที่ติดอยู่ทั้งหมด รวมถึงผู้ที่ติดอยู่ในโรงแรมและสถานประกอบการขนาดเล็กกว่า 150 แห่ง ก็ได้รับการช่วยเหลือและนำตัวออกมาอย่างปลอดภัย”
กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ยังแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลไทยสำหรับความช่วยเหลือ การประสานงาน และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ตลอดจนความพยายามช่วยเหลือ และแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อองค์กรพัฒนาเอกชนและทีมอาสาสมัครที่เข้าร่วม ซึ่งการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและความทุ่มเทอันเป็นแบบอย่างของความเมตตาและความร่วมมือภายใต้กรอบโครงการ Malaysia MADANI
นอกจากนี้ ยังแสดงความขอบคุณในความร่วมมืออันยอดเยี่ยมของทีมช่วยเหลือต่างๆ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อความสำเร็จในการอพยพ ได้แก่ : Tim Truck Towing Perlis; Tim Bas FTC Insurance – C3; Tim Persatuan Sikhs Malaysia; Tim TravelThai.My; Tim Jetski; และทีม Pasukan Bomba Sukarela (PBS) จาก Sg Petani, Sukun Bukit Mertajam, Padang Sera, Bukit Bendera, Alex Team, Kepong Selangor, Kepala Batas, Menglembu, Kahang Johor, Teluk Intan, Pekan Ipoh, Sri Serdang และ Bangi
“ความมุ่งมั่นในการให้บริการด้านมนุษยธรรมของพวกเขาจะไม่ถูกมองข้าม และการมีส่วนร่วมของพวกเขาสะท้อนถึงคุณค่าอันยั่งยืนของมาเลเซียในเรื่องความสามัคคีและความเห็นอกเห็นใจ” แถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ยังคงแนะนำให้ชาวมาเลเซียที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมตามฤดูกาล ให้ลงทะเบียนกับคณะผู้แทนทางการทูตมาเลเซียที่ใกล้ที่สุด โดยวิธีนี้จะช่วยให้สามารถติดต่อสื่อสารและให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สภาพอากาศเลวร้ายทั่วทั้งภูมิภาค
ขณะที่สถานกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาจะยังคงติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือแก่ชาวมาเลเซียที่ต้องการความช่วยเหลือ
ภาพ: Embassy of Malaysia, Bangkok
อ้างอิง:


