×

MAKRO เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ ชื่อย่อหุ้น ‘CPAXT’ เคาะปันผลงวดสุดท้าย 0.33 บาทต่อหุ้น แม้ปี 65 กำไรลดเหลือ 7.69 พันล้านบาท

21.02.2023

บอร์ด MAKRO อนุมัติเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ ชื่อย่อหุ้น ‘CPAXT’  เคาะจ่ายปันผลงวดสุดท้าย 0.33 บาทต่อหุ้น จำนวน 3,492 ล้านบาท วันที่ 17 พฤษภาคม เตรียมขออนุมัติผู้ถือหุ้น 20 เมษายน 2566

 

เสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่งแม็คโคร และประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสายงานบัญชีและการเงิน บมจ.สยามแม็คโคร หรือ MAKRO รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์​ 2566 ได้พิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนชื่อบริษัทจากบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เป็นบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ชื่อภาษาอังกฤษคือ CP Axtra Public Company Limited และเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์เป็น CPAXT

 

ขณะเดียวกันได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ในวันที่ 20 เมษายน 2566 พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2565 ในอัตรา 0.51 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินปันผลที่ต้องจ่ายทั้งสิ้น 5,396 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม

 

เมื่อหักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น ที่บริษัทได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2565 คงเหลือเป็นเงินปันผลที่จะจ่ายอีกในอัตรา 0.33 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินจำนวน 3,492 ล้านบาท โดยจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่อตามที่ปรากฏ ณ วันกำหนดสิทธิผู้ถือหุ้นในการรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 28 เมษายน และกำหนดจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในวันที่ 17 พฤษภาคม 2566

 

ทั้งนี้ ในปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อย กำไรสุทธิ 7,696.90 ล้านบาท ลดลง 43.76% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 13,686.73 ล้านบาท สาเหตุหลักเจอต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น 7,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 357.5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,557 ล้านบาท

 

โดยบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีต้นทุนการเช่าและการให้บริการรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 5,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,936 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการเช่าและการให้บริการของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก

 

ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมทั้งสิ้น 62,842 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้รวม 13% โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 36,353 ล้านบาท หรือ 137.2% เป็นผลมาจากต้นทุนในการจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเพิ่มขึ้นรวม 33,560 ล้านบาท

 

ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 469,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 447,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 188,552 ล้านบาท หรือ 72.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากการรวมกิจการกลุ่มธุรกิจค้าปลีกตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2564 กอปรกับการเติบโตของรายได้จากการขายของกลุ่มธุรกิจค้าส่ง จำนวน 21,093 ล้านบาท หรือ 9.5% จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจแม็คโครประเทศไทย การเติบโตของธุรกิจแม็คโครต่างประเทศ และธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว และผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 


READ MORE






Latest Stories