×

กรมชลฯ เตือนกาญจนบุรี-ราชบุรี-สมุทรสาคร น้ำเพิ่ม 40-50 ซม. หลังเขื่อนแม่กลองเร่งระบาย จับตาลุ่มน้ำบางปะกงหลังนํ้าทะเลหนุน

โดย THE STANDARD TEAM
07.10.2026
  • LOADING...
ธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน แถลงข่าวสถานการณ์น้ำ

วันนี้ (7 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ธวัชชัย ไตรวารี ผู้อำนวยการส่วนประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ถึงสถานการณ์บริหารจัดการน้ำ ว่า จากฝนที่ตกในพื้นที่ตอนบน เช่น จังหวัดเชียงใหม่และน่าน เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ สามารถรองรับน้ำไว้ได้ทั้งหมด จึงไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง ส่วนการระบายน้ำท้ายเขื่อน ก็มีการระบายให้น้อยที่สุด เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้อุปโภคบริโภคและการเกษตรของประชาชน

 

ธวัชชัยกล่าวต่อว่า ในส่วนเขื่อนเจ้าพระยา สถานี C2 ที่จังหวัดนครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงมาจากวันที่ 6 ตุลาคม แนวโน้มสถานการณ์จึงดีขึ้น โดยเราได้บริหารจัดการทำสมดุลนํ้าจากด้านเหนือ นอกจากนี้ ได้ลดการระบายของทางตอนล่างเขื่อน จาก 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีการลดปริมาณน้ำที่ออกทางแม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีน และคลองชัยนาท-ป่าสัก ดังนั้น แนวโน้มสถานการณ์น้ำในพื้นที่เริ่มดีขึ้น การลดการระบายน้ำจะทำให้พื้นที่ท้ายน้ำลดลง 10-15 เซนติเมตร

 

ธวัชชัยกล่าวว่า ในส่วนภาคตะวันตก ฝั่งลุ่มน้ำแม่กลอง กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าจะมีฝนเยอะ จึงได้มีการเตรียมความพร้อมในการพร่องนํ้าหน้าเขื่อนแม่กลอง เพื่อรองรับน้ำฝนในส่วนนี้ แต่เนื่องจากคืนวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา มีฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำล้นตลิ่งที่อำเภอไทรโยคในบางจุด ส่วนน้ำที่ผ่านเขื่อนแม่กลอง วันนี้ได้เพิ่มการระบายเป็น 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำ เช่น จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร มีนํ้าเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 40-50 เซนติเมตร แต่คาดว่าปริมาณน้ำที่จะมาเติม จะไม่ส่งผลกระทบเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะปริมาณฝนมีน้อยกว่า

 

ธวัชชัยกล่าวว่า ในส่วนภาคใต้ เราควบคุมการระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายนํ้า ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนเพชร ซึ่งมีศักยภาพรองรับนํ้าได้ 320 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้อยู่ที่ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าอยู่ในระดับครึ่งหนึ่ง โดยจะมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนเพชร ไปทางตัวเมืองจังหวัดเพชรบุรี 75 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเราสามารถรองรับได้ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงทำให้ยังไม่มีผลกระทบ

 

ธวัชชัยกล่าวว่า พื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังคือภาคตะวันออก ในส่วนพื้นที่ตอนบนฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นที่น้ำจากแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรีมารวมกัน ซึ่งในส่วนแม่นํ้านครนายกตอนบน สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ในพื้นที่ตอนล่างยังทรงตัวเล็กน้อย เพราะได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลและน้ำจากปราจีนบุรี

 

ธวัชชัยกล่าวต่อว่า ในส่วนลำน้ำปราจีนบุรี ตั้งแต่จังหวัดสระแก้ว สถานการณ์น้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังกระทบตัวเมือง ซึ่งถึงแม้น้ำมีแนวโน้มลดลง แต่จะลดอย่างช้าๆ ซึ่งน้ำที่ระบายอาจกระทบกับพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางคล้า อำเภอพนมสารคาม และอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จะทำให้ระดับน้ำทรงตัวถึงสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากขณะนี้มีน้ำทะเลหนุน แต่เมื่อน้ำทะเลถึงช่วงขาลง สถานการณ์จะดีขึ้น

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising