สายตาเจ้าแงว (แมว) ตัวนั้นคล้ายอยากจะฟ้องอะไร
“นี่ นุดเขามาเต้นอะไรกันเสียงดังมากเลยตรงนี้นะ”
โถเจ้าแงวผู้น่าสงสารกลายเป็นผู้ประสบภัยไปเฉยเลย เพราะจากสวนที่สวยและสงบ แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย ลานด้านหน้าสวนลุมพินีที่กว้างขวางแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นลานเต้นแอโรบิก ที่กลายเป็นการรวมตัวกันแบบไม่ต้องนัดหมายของคนทุกเพศทุกวัยและทุกเชื้อชาติทันที
เหงื่อที่ซึมออกมาผสมกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม กับการออกสเต็ปที่ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกคนได้ออกกำลังกายและสนุกไปด้วยกัน
ใช่แล้วเจ้าแงว นี่แหละคือ Spot แห่งใหม่และเทรนด์ใหม่ของเมืองไทย ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้
ว่าแต่สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรนะ?
ความจริงแล้วกิจกรรมการเต้นแอโรบิก (Aerobic) ที่บริเวณ ‘ลานตะวันยิ้ม’ ฝั่งพระบรมราชานุสาวรีย์ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ไม่ได้เป็นของใหม่หรือของแปลกอะไร
เพราะการเต้นแอโรบิก ณ ลานแห่งนี้มีมาช้านาน บ้างก็ว่า 20 ปี บ้างก็ว่า 30 ปีแล้ว
ในความทรงจำของผู้เขียนเองแม้จะไม่ได้จำไม่ได้ว่าเคยไปแจมเต้นแอโรบิกที่สวนลุมพินีบ้างไหม แต่อย่างน้อยก็จำได้ว่าในหลายๆ สวนที่เคยไปในกรุงเทพมหานคร จะมีกิจกรรมการเต้นแอโรบิกมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นสวนรมณีนาถ (หรือสวนคุก เพราะในอดีตเป็นเรือนจำมาก่อน) หรือสวนวชิรเบญจทัศน์ หรือสวนรถไฟ
ไม่นับตามลานหน้าห้างสรรพสินค้าบางแห่งที่จะมีผู้คนมารวมตัวกันโดยไม่ต้องนัดหมาย ขอแค่มีใจ มีแรง ก็มาออกสเต็ปให้เราแข็งแรงไปด้วยกัน
โดยที่ในแต่ละแห่งจะมีอาสาสมัครที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำเต้น (Leader) ที่จะชวนทุกคนมาออกสเต็ปขยับแข้งขยับขาไปด้วยกัน
เริ่มจากสเต็ปง่ายๆ ใครก็ทำได้ ถึงสเต็ปที่เริ่มยากเพิ่มความซับซ้อนไปเรื่อยๆ
สารภาพจากใจว่าสเต็ปแรกๆ ผู้เขียนก็พอไหว แต่พอชักเป็นสเต็ปที่ยากขึ้นไปแล้วก็ซุยๆ มั่วๆ ไป ถูกบ้าง ผิดบ้าง ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะสิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ความถูกต้องเป็นหลัก
งานนี้ไม่จำเป็นต้องออกมาโต้ เพราะติ๊กชีโร่ขอแค่ทุกคน ‘ออกมาเต้น’!

เอาข้อดีของการเต้นแอโรบิกก่อน
การออกกำลังกายแบบแอโรบิกจะช่วยเผาผลาญไขมันและกระชับสัดส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความแข็งแรงให้แก่หัวใจและปอด ลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
มากกว่านั้นคือยังช่วยเสริมสร้างระบบเผาผลาญ ช่วยลดไขมันเลว (LDL) และเพิ่มไขมันดี (HDL) ในร่างกาย ช่วยลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศคนทำงานที่จะโดนใบเหลืองอ่อนๆ เวลาตรวจร่างกายประจำปี (ผู้เขียนเป็นต้น)
ผลพลอยได้ที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างคือสุขภาพจิตที่ดีขึ้นเพราะการเต้นไปกับเสียงเพลงจังหวะสนุกสนาน การเต้นร่วมกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม การได้แลกเปลี่ยนรอยยิ้มให้แก่กัน เป็นการช่วยลดความเครียดและหลั่งสารเอนดอร์ฟินด้วย
การเต้นต่อเนื่องแค่อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน และ 3-5 วันต่อสัปดาห์สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์
โดยที่สำคัญที่สุดสำหรับยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้คือ การเต้นแอโรบิกในสวน – ไม่ว่าจะเป็นที่สวนลุมพินีหรือที่ไหนก็ตาม – ไม่มีค่าใช้จ่ายให้สิ้นเปลือง
ขอแค่มาเถอะ หาตำแหน่งเหมาะๆ ของตัวเอง มือใหม่ออกตัวจากแถวหลังก่อนก็ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่ามองไม่ชัด ไม่ได้ยินเสียงลำโพง (ไม่แน่ใจว่ามีการแจ้งปัญหาไปในระบบ Traffy fondue หรือยัง แต่รบกวนท่านผู้ว่าฯ ด้วย) ก็ขยับมาใกล้เวทีอีกสักนิด
แค่นี้ก็ได้ออกแรงกันแบบสนุกๆ แล้ว

แต่สิ่งที่กำลังทำให้การเต้นแอโรบิกที่สวนลุมพินีกลายเป็นกระแสไวรัลในตอนนี้ เพราะการเต้นที่นี่กำลังกลายเป็น ‘Spot’ แหล่งรวมตัวแห่งใหม่ของคนเมืองโดยเฉพาะเหล่าน้องๆ วัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ที่หันมาใส่ใจสุขภาพขึ้นอย่างจริงจัง
นอกจากนั้นคือยังมีภาพของนักท่องเที่ยวจากทุกทวีปทั่วโลกที่อยากลองมาสัมผัสกับประสบการณ์ (Experience) แบบใหม่ของกรุงเทพมหานคร ที่ไม่แน่ใจว่าจะหาที่ไหนบนโลกได้อีกหรือเปล่า
นักท่องเที่ยวเหล่านี้อาจจะไม่ถึงกับมาเต้นแบบจริงจัง แต่การได้มาเห็นและมาเต้นไปด้วยกัน นอกจากจะสนุกแล้วยังทำให้พวกเขาได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ และได้มีช่วงเวลา (Moment) ที่ดีในรูปแบบใหม่ ที่นอกเหนือจากการไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ หรือการนั่งรถตุ๊กๆ (ติดหลอดแอลอีดีสีม่วงกับลำโพงเบสตุ้บ)
ที่สำคัญคือมันยังทำให้พวกเขาได้สัมผัสกับ ‘น้ำใสใจจริง’ ของคนไทยที่เป็นคนธรรมดาจริงๆ ไม่ใช่ตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านค้า
สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเลขได้ และถ้าจะเปรียบไปก็เหมือน ‘Soft power’ แบบไทยๆ ที่ทรงพลังอย่างแรง โดยที่เป็นสิ่งที่ทำกันแบบ Organic ไม่ได้ผ่านการ Boost หรือการสร้างภาพใดๆ
ความจริงสวนลุมพินีในระยะหลายปีหลังเองก็กลายเป็น Spot ที่นักท่องเที่ยวสนใจอยู่แล้วจากหลายเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ เช่น ตัวเงินตัวทอง ที่คนไทยอาจจะส่ายหน้าแต่สำหรับคนต่างชาติเป็นของแปลกที่อยากลองมาดูใกล้ๆ
หรือการมาทำเควสต์หาแมวนั่งเท้าแขนในสวนลุมฯ ซึ่งจะหาเจอหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยจะได้มา ‘เติมแมว’ กันแบบจุกๆ อย่างแน่นอน

ดังนั้นสิ่งที่มองเห็นจากกระแสการเต้นแอโรบิกที่สวนลุมพินี จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องการออกกำลังกายในสวนเฉยๆ
แต่มันยังสะท้อนถึงเทรนด์บางอย่างที่น่าสนใจ สะท้อนไปไกลถึงในเชิงของการท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ และวัฒนธรรม ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ดี
มันจะดียิ่งขึ้นกว่านี้หากภาครัฐจะลงมาช่วยจัดการดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัย ดูแลอุปกรณ์สำคัญอย่างเครื่องเสียง ไปจนถึงรู้จักใช้ ‘เสน่ห์’ ของเรื่องนี้ในการประชาสัมพันธ์ให้ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือชาวต่างชาติ ได้มาใช้จ่ายวันเวลาที่ดีร่วมกัน ณ ลานแห่งนี้
เราได้เห็นผู้คนออกมาปฏิสัมพันธ์ สร้างรอยยิ้ม มิตรภาพ และความน่ารักระหว่างกัน ทุกคนออกมาเต้นไปด้วยกันอย่างสนุก มีความสุข และได้สุขภาพที่แข็งแรงไปพร้อมกัน
ส่วนใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมาออกสเต็ปที่สวนลุมพินี มาได้ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เริ่มประมาณ 18.00-20.00 น. และในวันเสาร์-อาทิตย์ในเวลา 17.00-18.00 น. หรือจะเป็นสวนสาธารณะใกล้บ้านก็ได้ไม่เป็นไร
ออกมาเต้นกันเยอะๆ นะ!
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร


