×
Menu
70310

เซ็กซ์เท่ากับรักไหม? แฟนเที่ยวอ่างต้องทำอย่างไร? สามีเป็นเกย์ต้องเลิกไหม? รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ตอบปัญหาความรัก

14.02.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

6 Mins. Read
  • เซ็กซ์จำเป็นต้องเท่ากับความรักหรือไม่ ผู้ชายลงอ่างผู้หญิงต้องยอมไหม แต่งงานกันไปแล้วสามีเป็นเกย์ต้องทำอย่างไร ถาม-ตอบสารพันความรักที่ไม่โรแมนติกนักในยุคโซเชียลมีเดียกับ รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์

‘ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์’ เป็นวลีที่กระทบใจเราอีกครั้งเมื่อได้มานั่งคุยกับ รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักตอบปัญหาเรื่องหัวใจผ่านแฮชแท็ก #ทวิตรัก มานับไม่ถ้วน

 

จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นความรักในยุคสมัยใดก็ยังเต็มไปด้วยปัญหาชุดเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นแอบรัก อกหัก รักคนมีเจ้าของ รักเองเจ็บเอง หรือรักไม่เท่ากับเซ็กซ์ และไม่ว่ารักจะทำให้เกิดทุกข์มากแค่ไหน ก็ต้องยอมรับว่าความสุขเพียงชั่วครู่ที่เกิดจากความรักทำให้เราลืมความทุกข์ชั่วกาลจนยอมทนได้

 

 

อาจารย์บอกกับเราว่า “อย่าหาความตื่นเต้นจากประเด็นความรัก เพราะมันหนักสำหรับคนที่กำลังเผชิญ”

 

ขอย้ำอีกครั้งว่าบทสัมภาษณ์นี้หาโรแมนติกไม่ แต่ใครที่อยากรู้จักความรักแบบจริงๆ เราก็หยิบยกปัญหาจริงๆ จากสังคมจริงๆ มาถามให้คุณแล้ว

เวลาที่คนร่วมเพศมันซับซ้อนมาก มันไม่ใช่ครั้งนี้เขารัก ครั้งนี้เซ็กซ์ มันปะปนกัน บางทีมันมาเดี่ยวก็ได้ เวลาที่มันไม่สอดคล้องกับความเชื่อของคุณ คุณจะบอกว่ามันไม่งดงามหรือยังไง

 

ยุคที่เราเริ่มมีโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชัน อาจารย์เห็นว่ามุมมองความรักของคนเปลี่ยนไปไหม

ยังเหมือนเดิมค่ะ ความรัก ความสัมพันธ์ และความคาดหวังยังเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าช่องทางเปลี่ยนไป เหมือนเวลาชอบใคร อยากดูเขาทำอะไร เราก็อยากจะติดตามเขาหรือเธอทุกเวลา ทุกนาที การมีโซเชียลมีเดียทำให้คุณทำเช่นนั้นได้โดยง่าย อยากจะตอดเขาก็ทำผ่านโซเชียลมีเดียได้ สมัยก่อนมันทำแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ มันก็ต้องไปคิดวิธีแบบเก่าที่เขาทำกัน เช่น ส่งจดหมาย โปสการ์ด เดี๋ยวนี้ส่งเป็นเมสเสจอินบ็อกซ์ในเฟซบุ๊ก

 

อาจารย์มองว่าเสน่ห์หายไปไหม

สิ่งที่เป็นข้อดีก็เป็นข้อเสียได้ไปพร้อมๆ กัน คุณได้เห็นคนที่คุณชอบ ได้ติดตามเขา มีช่องทางดู มีช่องทางแสดงออกให้เขารู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ในขณะเดียวกัน คุณก็จะสูญเสียความเป็นส่วนตัวบางอย่าง แต่คนยังเชื่อว่ามีสิ่งที่เรียกว่าพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่สาธารณะ เอาเข้าจริงๆ โซเชียลมีเดียมันผลักเส้นแบ่งหรือทำให้หายไป คนจำนวนไม่น้อยคาดหวังว่าเวลาที่คุณมีแฟน แฟนของคุณคือคุณ เป็นคนคนเดียวกัน คุณอยากจะรู้ชีวิต ติดตามอะไรมากๆ จนความส่วนตัวหายไป แล้วก็ทะเลาะกันเรื่องแปลกๆ เช่น เราโพสต์เรื่องนี้แต่เธอไม่มาไลก์ เยอะแยะไปหมด มันก็จะมาจากวิธีที่คุณคาดหวังแบบเดิม แต่มีช่องทางมากขึ้น แล้วคุณคิดว่าวิธีแสดงความสนใจที่แฟนต้องมีแต่เรามันก็จะมาในช่องทางพวกนี้ทั้งหมด มันก็ดูเหมือนดี แต่มันก็มีข้อเสียด้วย

 

 

มีอะไรที่เราต้องเรียนรู้ในพื้นที่นี้ไหม สำหรับคนที่มองหาความรัก

เวลาถูกพูดถึงโซเชียลมีเดียหรือแอปฯ หาคู่ทั้งหลาย มันจะถูกพูดถึงในทางลบว่าเป็นเรื่องการหลอกลวง แต่มันก็เป็นพื้นที่ใหม่ๆ ที่ทำให้คนได้รู้จักกัน แล้วดูว่ามีใครที่ชอบหรืออยากสร้างความสัมพันธ์ด้วยไหม แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร คุณก็ต้องทำความรู้จักคนนั้นอยู่ดี แต่อย่าลืมว่าพื้นที่ออนไลน์สามารถทำให้ทุกคนมีตัวตนที่มันอาจจะไม่เหมือนตัวตนในโลกความเป็นจริง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องตระหนัก

 

โลกออนไลน์ยิ่งสร้างปัญหาของการมีมือที่สามจริงไหม

ในพื้นที่ออนไลน์จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเป็นพื้นที่ของการส่องดู พ่อแม่หลายคนที่ส่องดูลูกผ่านเฟซบุ๊ก คนที่ชอบบอกว่าตัวเองเช็กอินที่ไหน ทำอะไร กินอะไร ก็จะมีคนส่องดู ทีนี้ก็จะมีคนที่ใช้พื้นที่ตรงนี้ไว้ส่องดูแฟนตัวเอง ดูว่าแฟนทำอะไรบ้าง ซึ่งเป็นการควบคุมระดับสูง มันก็สร้างปัญหาได้ โดยเฉพาะถ้าคุณอ่อนไหวมากๆ บางคนก็จะตั้งคำถามตลอดเวลา ทำไมไปกินข้าวกับคนนี้ คือมันเป็นการก้าวข้ามเส้นความเป็นส่วนตัว ไม่ได้พูดว่ามีมือที่สาม แต่บางทีก็นำไปสู่การตั้งคำถามที่กระทบความสัมพันธ์มาก

 

จริงๆ การตามดูว่าแฟนทำอะไร ไลก์ใคร มันสะท้อนอะไรที่พื้นฐานว่าคุณไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน สิ่งที่ควรต้องตวรจสอบคือความสัมพันธ์ของคุณเองว่าอะไรคือฐานแห่งความไม่ไว้วางใจ แล้วถ้าไม่ไว้ใจจนจะเป็นบ้า ก็ต้องย้อนไปดูว่าความสัมพันธ์คุณภาพดีหรือเปล่า มันไม่ใช่เรื่องพื้นที่ออนไลน์อย่างเดียว คนที่คิดว่าไว้ใจแฟนไม่ได้ มันบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์นั้น

 

 

คิดเห็นอย่างไรกับประเด็นที่ว่า ถ้าผู้ชายไปอ่าง ผู้หญิงต้องยอมรับได้

นี่เป็นคำถามเป็นทิศทางเดียวว่า คนที่จะไปอ่างหรือไปซื้อบริการทางเพศ เป็นฝ่ายชาย ผู้หญิงไม่ไปซื้อ แต่เป็นฝ่ายที่รอว่าจะทำอย่างไรกับเขา มันก็สะท้อนอะไรบางอย่างของกติกาว่าด้วยเรื่องเพศ เรื่องนี้อาจจะถอยมาอีกสองก้าว ว่าคนที่อยู่ในความสัมพันธ์หญิงชาย หรือจะไม่ใช่หญิงชายก็ตาม คุณคิดว่าในความสัมพันธ์ของคุณ เรื่องเพศคุณคาดหวังอย่างไร บางคนนิยามว่าเป็นความสัมพันธ์แบบรักเดียวใจเดียว แต่เรื่องเพศไม่ต้องคนเดียวก็ได้ แต่ว่าคุณนิยามความสัมพันธ์ในเรื่องทางกายใจอย่างไร ซึ่งจริงๆ คนก็ยังไม่ได้พูดกันให้ดี แล้วก็ไปคิดเอาเองว่าถ้ารักเราก็ต้องคิดเหมือนเรา แต่ว่าถ้าเป็นในทางกลับกัน จริงๆ ไม่ต้องคู่หญิงชายก็ได้ คุณเรียกร้องจากคู่คุณว่าเขาต้องเข้าใจและต้องการอิสระเรื่องเพศอยู่ ถ้าคู่คุณทำแบบเดียวกัน จะรู้สึกอย่างไร พื้นฐานคือต้องคุยกันดีๆ ว่าต้องการอะไร มันขึ้นอยู่กับคนทั้งสองว่าคาดหวังอะไรจากกันและกัน ประเด็นของดิฉันคือพูดแบบนี้ดูง่าย แต่ไม่มีใครคุยกันเรื่องแบบนี้ มากับความคาดหวังคนละชุด ก็จะทะเลาะกันอยู่พักใหญ่จนกว่าจะทำใจได้

 

แต่เดิมคนที่มีความสัมพันธ์แบบหลายเมียก็จะเป็นคนชนชั้นสูง แต่ปรากฏว่าคนไทยไม่มีความทรงจำนั้นเลย มันเป็นเฉพาะคนบางกลุ่ม กลายเป็นว่าผู้ชายไทย ณ เวลานี้ ทุกกลุ่มจะมีความสัมพันธ์ซ้อนหมด โดยที่ไม่ดูว่าตัวเองมีองค์ประกอบหรือความสามารถที่จะมีความสัมพันธ์ซ้อนไหม หรือไม่มีความสามารถในการจัดการความสัมพันธ์ซ้อน เป็นเรื่องที่ถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมอันเนื่องมาจากความทรงจำที่ไม่ค่อยครบถ้วนในเรื่องรูปแบบของสังคมไทย

 

 

สามี ภรรยา อยู่ๆ กันไป สามีเป็นเกย์ เป็นไปได้ไหม

ตัวตนและวิถีชีวิตทางเพศอาจจะไม่ได้มั่นคงขนาดนั้น บางคนมีรสนิยมที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงอายุ หรือบางคนโตขึ้น แน่ใจมากขึ้นว่านี่คือสิ่งที่ชอบ หรือบางคนอาจจะมีรสนิยมแบบนั้นอยู่แล้วตั้งแต่แรก แต่กฎกติกาของสังคมบอกว่าคุณต้องทำตัวแบบที่ทุกคนเรียกกันว่าปกติ ส่วนผู้หญิงก็ให้ถามตัวเองว่าคุณต้องการอะไรจากความสัมพันธ์ การที่คุณอยู่กับสามี คุณต้องการอะไรจากเขา คาดหวังว่าเขาต้องร่วมเพศกับคุณ มีอะไรในความสัมพันธ์นั้นที่คุณต้องการรักษาไว้ หรือจะเลิกกับเขา ได้หมดเลยค่ะ คนที่ต้องถามคือตัวคุณ

 

ถามตัวเองอย่างไรดี

ให้ฟังเสียงตัวเองดีๆ ว่าต้องการอะไร รู้สึกอย่างไร ณ เวลานี้ ที่ประหลาดคือคุณจะไปถามคนอื่นว่าคุณรู้สึกอย่างไร ส่วนที่เกี่ยวกับตัวคุณเอง ชอบ ไม่ชอบ คนที่ตอบได้ดีที่สุดคือตัวคุณเอง ถ้าไม่ไหวก็ไม่ไหว แล้วก็สามารถที่จะเดินออกจากความสัมพันธ์ได้ มีหลายอย่างที่จะทำได้ คนที่รู้ดีที่สุดคือตัวคุณ

 

 

เซ็กซ์จำเป็นต้องเท่ากับความรักใช่ไหม

ความคิดที่ว่าความรักกับเซ็กซ์ควรจะมาด้วยกัน เซ็กซ์ที่ดีควรมาพร้อมความรัก เพราะมันเป็นการแสดงออกถึงความรัก เหมือนสองเรื่องนี้มันควรจะมาด้วยกัน เอาเข้าจริงๆ สถานการณ์ชีวิตของคนมันไม่ได้มาด้วยกัน บางทีไม่มาด้วยกันเลย ความคาดหวังทำให้คุณคิดว่ามันจะมาด้วยกัน ทำให้เรื่องมันยุ่ง บางคนก็มีเซ็กซ์อย่างเดียวจนไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไร

 

เวลาที่คนร่วมเพศมันซับซ้อนมาก มันไม่ใช่ครั้งนี้เขารัก ครั้งนี้เซ็กซ์ มันปะปนกัน บางทีมันมาเดี่ยวก็ได้ เวลาที่มันไม่สอดคล้องกับความเชื่อของคุณ คุณจะบอกว่ามันไม่งดงามหรือยังไง คือมันขึ้นอยู่กับ ณ เวลานั้นคุณคิดว่ารักกับเซ็กซ์มาด้วยกันหรือแยกจากกัน เวลานี้คนในสังคมไทยหลายกลุ่มเชื่อว่ามันต้องมาด้วยกัน วันวาเลนไลน์จึงกลายเป็นวันเสียตัวเพื่อพิสูจน์รัก

 

เราจะมีความรักที่ตื่นเต้นตลอดเวลาได้ไหม

ความตื่นเต้นแบบตอนแรก มันเป็นเพราะคุณตื่นเต้นกับของใหม่ คนใหม่ที่ไม่รู้จัก มันไม่มีอะไรใหม่ตลอดไป แต่ความตื่นเต้นนั้นเมื่อเวลาผ่านไปมันจะแปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพ ความผูกพัน ความเข้าใจ เป็นอะไรได้เยอะ ความตื่นเต้นแบบแรกมันถูกแทนที่ด้วยอะไรหลายอย่าง แต่คนที่ไม่เห็นว่าสิ่งที่มาแทนที่นั้นดี ก็จะรู้สึกว่าความรักมันหมดแล้ว น่าเบื่อ ก็ต้องไปหาความตื่นเต้นใหม่

 

คือเรื่องของความรัก ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคุณว่าเห็นมันดีหรือไม่ดี ความรักเป็นความรู้สึกปรารถนาชุดหนึ่ง แล้วคนก็จะชอบมีกติกาเข้ามาคุมความรักว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ คุณก็แบกเอาความคาดหวังชุดนั้นมาด้วยเสมอว่าต้องดำเนินไปอย่างไร จนกระทั่งลืมรู้สึก เอาความคาดหวังเข้ามาวัดสิ่งที่ตัวเองเจออยู่ตลอดเวลา กลายเป็นความทุกข์แบบหนึ่ง บางทีเวลาที่มีความรักก็ลองรู้สึกมันให้เต็มๆ เพราะพักเดียวมันก็จะไป ความคาดหวังก็จะเข้ามา ต้องถามตัวเอง ฟังตัวเองเยอะๆ ว่าเราโอเคอยู่หรือเปล่า

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR