วันนี้ (24 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมนายกรัฐมนตรี กรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ยกเลิกผลการสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ ป.ป.ช. และตำรวจได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดที่มีหลักฐานเป็นจำนวนมาก และกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการจัดกระบวนการสอบข้าราชการท้องถิ่น
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้ง ป.ป.ช. สอบสวนกลาง ป.ป.ท. กระทรวงมหาดไทย โดยสั่งการในที่ประชุมให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดให้ได้ ดังนั้น ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะไปแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดซึ่งได้ปรากฏเป็นหลักฐานชัดแจ้งเมื่อวานนี้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะมอบอำนาจให้สำนักกฎหมายไปดำเนินการ
พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยมี สันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการ ซึ่ง สันติธร ได้เสนอมาแล้วว่าจะมีใครร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงบ้าง โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งจะนำไปสู่ข้อเท็จจริงที่นายกรัฐมนตรีต้องการ คือ หากกระบวนการผิดและไม่ถูกต้องทั้งหมด เมื่อมีการกล่าวโทษร้องทุกข์ต่อตำรวจ และตั้งกรรมการสอบแล้ว ก็จะนำไปสู่การแจ้งต่อคณะกรรมการสอบให้ดำเนินการต่อไป เมื่อที่มาไม่ถูกต้อง ทุกอย่างก็จะไม่ถูกต้อง
เมื่อถามว่าหากการได้ตำแหน่งไม่ถูกต้องจะยกเลิกผลการสอบใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นส่วนใดบ้าง เพราะมีหลายตำแหน่ง ถ้าเป็นทั้งกระบวนการก็ต้องดำเนินการ ส่งข้อเท็จจริงไปให้กรรมการสอบว่ามีความผิดพลาดคลาดเคลื่อน ซึ่งก็จะต้องทำให้ถูกต้อง
เมื่อถามว่าขณะนี้ข่าวออกไปแล้วว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ยกเลิกทั้งหมด อรรษิษฐ์ กล่าวว่า การยกเลิกก็ต้องมีขั้นตอน หากผิดก็ต้องยกเลิกแน่นอน ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งว่าให้ดำเนินการให้ชัดเจน ซึ่งจะต้องมีกรรมการดำเนินการอยู่เราก็จะแจ้งไป ส่วนผู้ที่บริสุทธิ์เราก็ต้องดู เพราะผู้สอบมี 300,000 กว่าคน คนที่อยู่ในกระบวนการใครบ้าง คนที่ได้เป็นใครบ้าง และอยู่ในกระบวนการเป็นใครบ้าง มีการแก้กระดาษคำตอบหรือไม่ ก็ต้องมาดู
เมื่อถามย้ำว่าอะไรที่ผิดก็จะยกเลิก และอะไรที่ถูกก็จะไม่ยกเลิก ใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็ต้องดู เพราะสิ่งที่ถูกต้องก็คือความถูกต้อง สิ่งที่ผิดก็ต้องผิดอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า 7 วันนี้ รู้เรื่องเลยใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นประธานก็ยืนยันอย่างนั้น
เมื่อถามว่า กรณีที่จะแจ้งความจะแจ้งความใครบ้างนั้น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า แจ้งในข้อหาที่เราได้พบหลักฐานการกระทำผิด ซึ่งตำรวจจะดูต่อว่ามีใครอยู่ในกระบวนการบ้าง เขาจะไปสืบสวนต่อ โดยแจ้งตามเหตุการณ์ ไม่ได้แจ้งเป็นรายบุคคล
เมื่อถามอีกว่าใช้คำว่าไม่ได้เหมาเข่ง อรรษิษฐ์ กล่าวว่า “ครับ ร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่ตำรวจจะสอบถึงใคร ทุกคนที่ร่วมกระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดี”
เมื่อถามจะมีการตรวจสอบย้อนไปถึงการสอบครั้งที่ผ่านๆ มาหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า เดี๋ยวรอดู ถ้ามีความเกี่ยวข้องก็ต้องรอดู แต่ตอนนี้ต้องดูปัจจุบัน และการแก้ไขคะแนนในปัจจุบัน อยู่ในช่วงนี้
เมื่อถามถึงกรณีมีการปล่อยคลิปเสียงว่ามีรัฐมนตรีช่วยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ได้มีการพูดคุยในวงประชุมด้วยหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า เดี๋ยวต้องรอดู เดี๋ยวจะต้องตรวจสอบทั้งหมด แต่นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่างแจ้งเด็ดขาด
เมื่อถามว่าเบื้องต้นมีรายงานหรือความเป็นไปได้ในการที่จะมาเกี่ยวข้องหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีรายละเอียดขนาดนั้น
เมื่อถามว่าขณะนี้ในกระทรวงมหาดไทยที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและต้องย้ายด่วนมีพื้นที่ใดบ้าง อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ที่เป็นข่าว วันนี้ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีการสอบวินัยร้ายแรงของผู้อำนวยการที่มีชื่อในข่าว หากรายงานมาที่จังหวัด จังหวัดก็จะดำเนินการสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่อยู่ในข่าว
เมื่อถามว่าดูภาพรวมแล้ว มีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้เยอะหรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเรายังตอบไม่ได้ แต่เป็นการจ้างมหาวิทยาลัยดำเนินการ คนที่จ้าง คือ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เราต้องมาดูข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าใครอยู่ในกระบวนการบ้าง จะพาดพิงถึงใครบ้าง พยายามทำให้ดีที่สุด และเร็วที่สุด แน่นอนว่าจะต้องมีการพูดคุยกับสถานศึกษา เราต้องอายัดทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่ามหาวิทยาลัยที่จัดสอบ ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็เขาเป็นคนจัดสอบ เป็นคนส่งคะแนน
เมื่อถาม คนที่รู้ตัวว่ากระทำความผิด หากแจ้งก่อน โทษหนักจะกลายเป็นเบา ใช่หรือไม่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ความผิดก็คือความผิด
เมื่อถาม หากคนที่สอบได้ไปฟ้องศาลปกครอง อรรษิษฐ์ กล่าวว่า จะมีกรรมการดูความชัดเจนอยู่แล้ว มีกรรมการกลางของท้องถิ่น ที่จะแจ้งไปยังกรรมการจัดการสอบ ว่าจะให้ดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น แต่เราจะดูให้ดีที่สุด โดยย้ำว่าใช้เวลา 7 วัน ในการตรวจสอบ ก่อนรายงานนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ อรรษิษฐ์ ยังกล่าวให้ความเชื่อมั่นหลังจากที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบ แม้ว่าจะเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยด้วยกันว่า เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญอย่างมาก จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ดังนั้น จะต้องทำอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด ขอให้เชื่อมั่นและไว้ใจได้
ส่วนรู้สึกว่ากดดันหรือไม่ในเรื่องนี้ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกกดดัน สิ่งสำคัญที่สุด จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในประชาชน เมื่อประชาชนขาดความเชื่อมั่นแล้ว คนทำผิดไม่ได้รับการลงโทษถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จะเป็นสิ่งที่จะมากดดันตน แต่หากพบการกระทำความผิดและทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว สามารถนำมาดำเนินคดีได้ถือว่าเป็นการคลี่คลายปัญหา
สำหรับคลิปเสียงนั้น อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ได้นำหลักฐานนี้มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เพื่อมาดูว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เช่นเดียวกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากไม่กระทำความผิดก็ไม่ต้องกลัว ส่วนเจ้าของเสียงในคลิปเป็นใคร ให้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการสอบสวน


