เคยสังเกตไหมว่า ไม่ว่าเทรนด์ความงามจะหมุนเปลี่ยนไปกี่ยุคสมัย หรือมีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นมาล่อตาล่อใจแค่ไหน คำว่า ‘Natural Beauty’ ก็ยังคงเป็นคำอมตะที่ไม่เคยตายไปจากวงการ เพราะแท้จริงแล้วมันคือ ‘รากฐาน’ และจุดเริ่มต้นของความงามทุกรูปแบบ
คำว่า Natural Beauty ในยุคนี้ ไม่ได้หมายถึงการเปลือยหน้าสดหรือการตื่นมาแล้วสวยเลย แต่มันคือ ‘ไวบ์’ และพลังงานความสบายใจที่แผ่ออกมาจากตัวบุคคล อันที่จริง เสน่ห์แบบธรรมชาตินี้ไม่ได้อยู่ไกลตัว แต่มันซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคน เพียงแค่เริ่มต้นจากสภาวะอารมณ์ที่ผ่อนคลาย การยอมรับในตัวเอง และการดูแลตัวเองอย่างเข้าใจ
และนี่คือ 6 วิธีง่ายๆ ในการปลุกเสน่ห์ความงามตามธรรมชาติของคุณให้เปล่งประกาย ที่สามารถทำตามได้ในทุกๆ วัน
1.ผ่อนคลาย ลดเครียดด้วยสัมผัสและกลิ่นบำบัด
เวลาที่เครียด ไม่ว่าจะจากหน้าที่การงาน หงุดหงิดรถติด หรือแม้กระทั่งการดูซีรีส์ที่เดรนสมอง ร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนความเครียดออกมาเป็นตัวการให้ผิวดูอิดโรยและแก่กว่าวัย
ยิ่งไปกว่านั้น ความเครียดทำให้เราเผลอเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้าต่อเนื่องไปถึง ‘หนังศีรษะ’ ความตึงเกร็งที่สะสมนี้เองที่ดึงรั้งให้ใบหน้าดูแข็งและเหนื่อยล้าโดยไม่รู้ตัว
วิธีผ่อนคลายง่ายๆ ที่เราเชื่อว่าหลายคนอาจมองข้ามคือ ‘การนวดหนังศีรษะระหว่างสระผม’ การเพิ่มเวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อวันจะช่วยปลดล็อกพังผืดที่ดึงรั้งผิวหน้าให้คลายตัว กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ยิ่งผสานด้วยกลิ่นบำบัด (Aromatherapy) แล้ว คอร์ติซอลก็จะลด ส่งผลให้ใบหน้ากลับมาดูผ่อนคลายและสดใสขึ้น
ตัวช่วยที่เราได้ลองแล้วชอบคือ PJOLI แบรนด์แฮร์แคร์จากญี่ปุ่น ผสานเทคโนโลยีที่คัดสรรสารสกัดจากพืชที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับร่างกายมนุษย์ มาพร้อมแพ็กเกจจิ้งน่ารักสะดุดตา ออกแบบกลิ่นหอมมา 4 รูปแบบ ได้แก่ Reset, Reward, Relax, Refresh ให้สอดรับกับอารมณ์ในแต่ละวัน เรียกว่านอกจากจะผ่อนคลายไปกับความหอมแล้ว ยังได้ฟื้นฟูเส้นผมให้นุ่มสลวย แข็งแรงไปพร้อมๆ กัน

2.ดึงดูดพลังงานบวกด้วย Open Stance
การห่อไหล่ หลังค่อม คอตก ไม่เพียงแต่ทำให้เสียบุคลิก แต่ยังส่งสัญญาณให้สมองรู้สึกไม่มั่นใจโดยไม่รู้ตัว แต่การจะยืนให้สง่างามนั้นไม่ใช่แค่การฝืนยืดตัวตรง เพราะถ้ากล้ามเนื้อเราตึงจากการใช้ชีวิตประจำวัน ร่างกายจะพยายามดึงกลับไปสู่ท่าทางที่เคยชินอยู่ดี
ปัญหาของคนส่วนใหญ่คือ เรามักไม่รู้ว่าตัวเองมีบุคลิกภาพที่ผิดเพี้ยนตรงไหน จนกว่าร่างกายจะเริ่มประท้วงด้วยความปวด ลองเปลี่ยนมายด์เซ็ตจากการรักษาเมื่อเจ็บเป็นการป้องกันด้วยการนัดพบนักกายภาพบำบัดเพื่อ ตรวจประเมินโครงสร้างร่างกาย (Posture Assessment) ตั้งแต่วันที่ยังไม่ปวด เพื่อให้รู้เท่าทันจุดที่ตึงหรือหย่อนของร่างกายตนเอง
เมื่อรู้ต้นเหตุของอาการแล้ว เราจะสามารถจัดการได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการทำ Mobility Exercises เพิ่มความยืดหยุ่น การปรับท่านั่ง หรือฝึกท่ายืนให้ถูกต้อง ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับการจัดระเบียบและปลดล็อกความตึงเหล่านี้แล้ว ภาษากายที่เปิดกว้างและดูผ่อนคลายก็จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องอาศัยการฝืนยืดตัวแต่อย่างใด ส่งผลให้คุณดูสง่างาม และมั่นใจ
3.ผิวสวย…ไม่ใช่ไร้ริ้วรอย แต่คือความอิ่มฟูและมีชีวิตชีวา
หลายคนมักกดดันตัวเองว่าผิวสวยคือผิวที่ต้องตึงเปรี๊ยะ แต่ในความเป็นจริง ริ้วรอยเล็กๆ คือร่องรอยของอารมณ์และประสบการณ์ เสน่ห์ที่แท้จริงจึงอยู่ที่ผิวที่ดูสะอาด เนียนละเอียด อิ่มฟู ดูสุขภาพดีจากภายใน การดูแลผิวในยุคนี้จึงเน้นไปที่แนวคิด Skin Longevity หรือการยืดอายุโครงสร้างผิวให้แข็งแรงระยะยาว
สกินแคร์ที่น่าลงทุนในช่วงนี้ยกให้เป็น Clarins Precious (Le Sérum & La Crème Bright) ที่ชูโรงเรื่องการชะลอวัยและความเปล่งประกาย

ไฮไลต์คือสารสกัดจาก Moonlight Flower ที่บานเพียงปีละครั้ง ผสานกับสาหร่ายทะเล Iridescent Cystoseira ที่ทำหน้าที่กักเก็บและกระจายแสง เมื่อผิวได้รับการเติมเต็มจนแน่นกระชับ อิ่มเอิบ ออร่าความกระจ่างใสก็จะสะท้อนออกมาจากภายใน
4.สร้างเสน่ห์ด้วย Duchenne Smile
เชื่อว่าเราทุกคนสามารถแยกแยะความจริงใจของรอยยิ้มได้ รอยยิ้มตามมารยาทบางครั้งมันดูแข็งและไร้ชีวิตชีวา เพราะมันเป็นการขยับเพียงมุมปาก แต่รอยยิ้มที่มาจากข้างในจริงๆ หรือที่เรียกว่า ‘Duchenne Smile’ นั้นต่างออกไป เพราะมันคือรอยยิ้มที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาส่งสัญญาณร่วมด้วย สังเกตง่ายๆ จากแววตาที่เป็นประกายหรืออาการที่เรายิ้มจนตาหยี นี่แหละ คือเสน่ห์ที่ดึงดูดและจับใจผู้คนได้มากที่สุด
เคล็ดลับของการยิ้มให้ดูสวยและจริงใจ ไม่ใช่การฝึกเกร็งกล้ามเนื้อปาก แต่คือการอนุญาตให้ตัวเองเอ็นจอยกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ เมื่อใจเรามีความสุข รอยยิ้มและแววตาจะเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งนี้แหละที่จะกลายเป็นเมกอัพที่สวยงามและทรงพลังที่สุดบนใบหน้าของคุณ
5.จัดระเบียบงานคิ้วที่ดูซอฟต์และเป็นธรรมชาติ
คิ้วคือมงกุฎของใบหน้า วลีนี้อาจฟังดูคลาสสิก แต่ในเชิงจิตวิทยาถือเป็นเรื่องจริง เพราะสมองมนุษย์จับสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของคนตรงหน้าผ่าน ‘คิ้ว’ ได้ไวกว่าส่วนอื่นๆ การเขียนคิ้วที่ทึบ หนา หรือเฉี่ยวจนเกินไป อาจสร้างกำแพงโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ใบหน้าดูดุและเข้าถึงยาก
เทรนด์ความงามยุคนี้จึงหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างกรอบคิ้วที่ดูนุ่มนวล เน้นมิติของเส้นขนที่ดูสมจริง เพราะคิ้วที่ดูพลิ้วไหวและเป็นธรรมชาตินี่แหละ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความแข็งกระด้างบนใบหน้า ทำให้คุณดูเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น
Anastasia Beverly Hills ArchiBrow Pencil เป็นไอเท็มที่ค่อนข้างตอบโจทย์ด้วยหัวดินสอดีไซน์คล้ายใบมีดที่บางพิเศษเพียง 0.5 มม. ช่วยให้วาดเส้นขนคิ้วได้เล็กละเอียดสมจริง เติมเต็มช่องว่างได้แนบเนียน ช่วยสร้างลุคคิ้วที่ดูสวยเต็มอย่างเป็นธรรมชาติ

6.โอบรับความไม่สมบูรณ์แบบ…ในแบบที่เป็นคุณ
ท้ายที่สุดแล้ว ความเป็นธรรมชาติที่น่าหลงใหลที่สุด คือการอนุญาตให้ตัวเองไม่ต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา การโอบรับตัวเองในแบบที่เป็น และเลิกจดจ่อกับจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้ความกดดันที่พยายามจะ ‘เป๊ะ’ ตลอดเวลาค่อยๆ จางหายไป
เมื่อคุณเริ่มใจดีกับตัวเอง ทัศนคติที่เป็นบวกก็จะเปล่งประกายออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ นั่นแหละคือความงามที่แท้จริง
ภาพ: Courtesy of the Brands
อ้างอิง:
- https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK551565/
- https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5088109/
- https://www.thebodywiseclinic.ie/science-head-massage/
- https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5198031/#sec7-scipharm-84-00724
- https://www.lifecoachnelson.co.nz/post/how-fixing-your-posture-can-rewire-your-brain-boost-mental-health?srsltid=AfmBOop4_Wm0msHXQNB8iHUzJAVPD8a0E6GO22Dw5c5zLXvESVluujiY#:~:text=We%20often%20think%20confidence%20and,the%20habit%20isn’t%20easy.
- https://web.mit.edu/sinhalab/Papers/sinha_eyebrows.pdf

