×

สรุปแนวทางสร้าง ‘ความงามที่ปลอดภัย’ พาธุรกิจรอดทุกวิกฤต จากเวที ‘Thailand Aesthetics Business Forum 2026’ โดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ [Advertorial]

โดย THE STANDARD LIFE
23.02.2026
  • LOADING...
ภาพบรรยากาศเวที Thailand Aesthetics Business Forum 2026 จัดโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ นำเสนอแนวคิดความงามที่ปลอดภัยและการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน

HIGHLIGHTS

  • เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย จัดงาน ‘Thailand Aesthetics Business Forum (TABF) 2026’ ฟอรัมความงามแห่งปีที่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด ‘Safety First Sustainable Growth’ ในหัวข้อ ‘พลิกตำรา พาธุรกิจคลินิกความงาม อยู่รอดปลอดภัย พร้อมรับมือทุกวิกฤติ ด้วยแนวคิดแบบ Live A Better Look’
  • ผนึกกำลังพันธมิตรจากหลายภาคส่วนมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เทรนด์ และโซลูชัน ที่ช่วยให้ธุรกิจปลอดภัยและประสบความสำเร็จ
  • ไม่ว่าจะเป็น SAFE Lifestyle ไลฟ์สไตล์ที่ปลอดภัยเริ่มต้นจากการมี ‘พื้นที่’ และ ‘เพื่อนคู่คิด’ ที่ไว้ใจได้, SAFE Business ถอดแนวคิดขับเคลื่อนธุรกิจให้ครองใจตลาดพรีเมียมของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, SAFE Consumer กลยุทธ์สร้างตัวตนที่ชัดเจนจนสร้าง ‘Brand Culture’ ที่แข็งแกร่งของ POEM และ SAFE Finance เสริมแกร่งการเงิน รับมือทุกวิกฤต พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน โดย ทีทีบี

ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากได้รับอิทธิพลจากโซเชียลมีเดียจนเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความงามแบบ Fast Beauty เข้าคลินิกแล้วต้องสวยทันที นำไปสู่การละเลยความปลอดภัยและเกิดผลเสียในระยะยาว

 

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ในฐานะผู้นำด้านเวชศาสตร์ความงามระดับโลก ต้องการเปลี่ยนมุมมองใหม่ จาก Fast Beauty เป็น Safe Beauty เพราะความปลอดภัยจะนำไปสู่ความยั่งยืนของธุรกิจความงาม จึงจัดงาน ‘Thailand Aesthetics Business Forum (TABF) 2026’ ฟอรัมความงามแห่งปีที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4  

 

 

โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Safety First Sustainable Growth’ ในหัวข้อ ‘พลิกตำรา พาธุรกิจคลินิกความงาม อยู่รอดปลอดภัย พร้อมรับมือทุกวิกฤติ ด้วยแนวคิดแบบ Live A Better Look’ ติดอาวุธให้ทุกยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้ความ ‘SAFE’ ทุกมิติ 

 

มุ่งสร้าง ‘ความงามที่ปลอดภัย’ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะยาว ผนึกพันธมิตรจากหลายภาคส่วนมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เทรนด์ และโซลูชัน ที่ช่วยให้ธุรกิจปลอดภัยและประสบความสำเร็จ ทั้งในมิติของการบริหารธุรกิจและการดูแลลูกค้า โดยมี เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย พร้อมเป็นคู่คิดทางธุรกิจที่สนับสนุนให้คลินิกไทยเติบโตไปพร้อมกัน

 

ภาพบรรยากาศเวที Thailand Aesthetics Business Forum 2026 จัดโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ นำเสนอแนวคิดความงามที่ปลอดภัยและการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน 2

 

‘เมิร์ซ เอสเธติกส์’ กับความงามนิยามใหม่ Safety First, Confidence Always ดูดีอย่างปลอดภัย มั่นใจทุกการใช้ชีวิต

 

ปี 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 ของ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์ หัวเรือใหญ่ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย บอกว่า ที่ผ่านมาเมิร์ซ ดูแลทั้งระบบนิเวศ ตั้งแต่การเทรนนิ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การวางกลยุทธ์การตลาดให้คลินิก ไปจนถึงการติดอาวุธทักษะให้พนักงานหน้าร้านผ่านโครงการ Source of Skills (SOS) เพื่อให้ทุกคนเติบโตไปพร้อมกัน 

 

หัวใจสำคัญของการจัดงานในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่ ‘เจ้าของธุรกิจ’ เพราะหลายคนต้องสวมทั้งหมวกของแพทย์และผู้ประกอบการ โดยมีโจทย์ใหญ่คือ ทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

 

“ในฐานะผู้นำด้านเวชศาสตร์ความงามระดับโลก เราตัดสินใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนทัศนคติใหม่จาก Fast Beauty ให้กลายเป็น Safe Beauty เพราะเชื่อมั่นว่าความปลอดภัยคือรากฐานเดียวที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของธุรกิจ คำว่า “ปลอดภัย” จึงถูกฝังอยู่ในทุกมิติของการทำงานนับจากนี้”

 

และเพื่อเป็นการตอกย้ำความตั้งใจนี้ แคมเปญ Live a Better Look จึงถูกวางโรดแมปยาวถึง 3 ปี เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

 

“ที่ผ่านมาเรามุ่งมั่นขับเคลื่อนพันธกิจ ‘Confidence to be’ ความมั่นใจในแบบฉบับตัวเอง แต่จากนี้ไปพันธกิจเราจะยิ่งใหญ่ขึ้นเป็น Safety First, Confidence Always เพราะความมั่นใจที่แท้จริงต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยเสมอ”

 

สุดท้ายแล้ว หัวใจของการทำธุรกิจคือการเป็น Business Partner ที่เดินคู่ไปกับทุกคลินิก เพื่อสร้างความเติบโตไปด้วยกัน ถ้าธุรกิจสำเร็จ เราก็สำเร็จไปด้วย Your Success is our Success”

 

ภาพบรรยากาศเวที Thailand Aesthetics Business Forum 2026 จัดโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ นำเสนอแนวคิดความงามที่ปลอดภัยและการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน 3

 

SAFE Lifestyle: ไลฟ์สไตล์ที่ปลอดภัยเริ่มต้นจากการมี ‘พื้นที่’ และ ‘เพื่อนคู่คิด’ ที่ไว้ใจได้

 

เริ่มต้นเปิดมุมมองความปลอดภัยด้านไลฟ์สไตล์โดย ภัทรศยา เชาว์รัศมีกุล บรรณาธิการ THE STANDARD LIFE ชี้ให้เห็นเทรนด์ไลฟ์สไตล์ในช่วง 1-2 ปี คนทุกวัยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น และเริ่มมองหาสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืนมากกว่าผลลัพธ์สั้นๆ

 

“คนให้ความสำคัญกับสุขภาพในเชิงของ Preventive Healthcare หรือการดูแลเชิงป้องกันมากกว่าการรักษา เพราะตระหนักดีว่า การลงทุนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในกิจวัตรประจำวัน ทั้งการเลือกกินอาหารที่ดีและการขยับร่างกายนั้น มีต้นทุนที่ต่ำกว่าและง่ายกว่าการต้องไปรักษาหรือเปลี่ยนชีวิตใหม่ทั้งหมดในวันที่ร่างกายล้มป่วย”

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ การออกกำลังกายกลายเป็น Social Connection หรือพื้นที่ทางสังคมรูปแบบใหม่ที่ทำให้ได้เจอเพื่อน ได้แลกเปลี่ยนพลังงานดีๆ ซึ่งส่งผลบวกทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ

 

เทรนด์ความงามเองก็เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างเรื่องของ Preventive Longevity การดูแลแบบองค์รวมที่เน้นการป้องกันความเสื่อม โดยเฉพาะคนเมืองยุคใหม่ที่พยายามมองหาสมดุลของชีวิต อยากดูแลตัวเองให้ดูดีที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่ละทิ้งความสุขหรือสิ่งที่ตัวเองชอบ

 

“ในโลกความงาม วันนี้เราไม่ได้คุยกันแค่เรื่องการศัลยกรรมเพื่อเปลี่ยนโครงสร้าง แต่เรากำลังพูดถึงการย้อนวัยในระดับเซลล์เพื่อชะลอความเสื่อมและทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก ความน่าสนใจคือคนยุคนี้เริ่มมองว่า Longevity คือเรื่องของพื้นฐานไลฟ์สไตล์อย่างการกินดีและการนอนที่มีคุณภาพ เราเริ่มเห็นบทสนทนาใหม่ๆ คนหันมาอวดความฟิตผ่านค่า VO2 Max หรือการโชว์ผิวที่ดูสุขภาพดีแม้ในวันที่หน้าสด ซึ่งสะท้อนถึงความงามที่เป็นธรรมชาติและไม่บิดเบือนไปจากโครงสร้างจริงของตัวเอง”

 

ภาพบรรยากาศเวที Thailand Aesthetics Business Forum 2026 จัดโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ นำเสนอแนวคิดความงามที่ปลอดภัยและการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน 4

 

ท่ามกลางข้อมูลมหาศาล คำว่า ‘ความปลอดภัย’ จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการตัดสินใจ ผู้บริโภคยุคใหม่ฉลาดเลือกและต้องการความจริงใจ พวกเขามองหาแหล่งข้อมูลที่มีงานวิจัยรองรับ มีความน่าเชื่อถือทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

 

“การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับแบรนด์หรือคลินิกความงามในปัจจุบัน คือการให้ข้อมูลที่รอบด้านและตรงไปตรงมา โดยเฉพาะข้อจำกัดหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อแบรนด์ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีเพื่อทำความเข้าใจต้นตอของปัญหาและข้อจำกัดที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล”

 

สุดท้ายแล้วการสร้างคอมมูนิตี้จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้คนที่มีความสนใจเหมือนกันได้มาแลกเปลี่ยนความรู้ ทำให้เกิด Brand Love ที่สำคัญคือ จะได้อินไซต์จากลูกค้าจริงๆ

 

“ถ้าเราสามารถทำให้คนในคอมมูนิตี้ มั่นใจได้ว่าสิ่งที่เราให้เขามีความปลอดภัยจริงๆ มีความน่าเชื่อถือจริงๆ เขาก็พร้อมจะเดินมาหาเรา ธุรกิจความงามยุคนี้จึงต้องปรับตัวเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิด เพราะคนมองหาความงามที่ยั่งยืนและยาวนาน ดังนั้นคนที่เขาเลือกต้องเป็นคนที่เขาไว้วางใจ เชื่อถือได้ และเดินคู่ไปกับเขา”

 

ภาพบรรยากาศเวที Thailand Aesthetics Business Forum 2026 จัดโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ นำเสนอแนวคิดความงามที่ปลอดภัยและการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน 5

 

SAFE Business: ถอดแนวคิดขับเคลื่อนธุรกิจให้ครองใจตลาดพรีเมียม

 

อะไรทำให้โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นหนึ่งในใจลูกค้ากลุ่ม ‘พรีเมียม’ ทั้งไทยและต่างประเทศ จนกลายเป็นหัวหอกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยสู่ ‘Healthcare & Wellness Destination’ ระดับโลก โดยมีการเติบโตของฝั่ง Wellness เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ

 

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ฉายภาพการเติบโตของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยนอกสูงถึง 2,000 – 2,800 คนต่อวัน และผู้ป่วยในประมาณ 300 กว่าคนต่อวัน โดยมีฐานลูกค้าหลักอย่างกลุ่มตะวันออกกลาง ทั้งคูเวตและซาอุดีอาระเบีย และกำลังขยายตลาดใหม่ๆ ล่าสุด เพิ่งเปิดตลาดที่ภูเก็ต สร้างโรงพยาบาลและศูนย์ Wellness ใกล้สนามบิน ปักหมุดให้เป็นศูนย์กลาง Medical & Wellness เนื่องจากมีเที่ยวบินจากต่างประเทศกว่า 40 ประเทศ และกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

 

หนึ่งในฟันเฟืองที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดคือ ‘VitalLife’ ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันระดับพรีเมียมในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ถือเป็นผู้บุกเบิกคลินิกชะลอวัย (Anti-aging) แห่งแรกของเอเชีย โดยยึดหลัก ‘Evidence-based Medicine’ หรือการรักษาบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับชัดเจน

 

“เราเริ่มมองเห็นว่าแท้จริงแล้ว ‘ความงาม’ กับ ‘การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน’ เป็นเรื่องที่แยกกันไม่ขาด เราจึงผนวก Aesthetic เข้ามาอยู่ภายใต้ VitalLife เพื่อเปลี่ยนจากการเป็นแค่ศัลยกรรมตกแต่ง ให้กลายเป็นการดูแลสุขภาพเชิงลึกที่ครอบคลุมตั้งแต่มิติด้านร่างกายไปจนถึงรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสมบูรณ์”

 

ตัวเลขรายได้ของ VitalLife ที่แตะระดับ 1,100 ล้านบาทในปี 2024 คือหลักฐานยืนยันว่ากลยุทธ์นี้เดินมาถูกทาง ท่ามกลางมูลค่า Global Wellness Economy ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Personalized & Beauty ที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 20% หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์

 

“สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศไทย เพราะในอุตสาหกรรม Wellness ของไทยเซกเมนต์ของ Aesthetic ก็ครองส่วนแบ่ง 20% เช่นเดียวกัน ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศที่เสริมความแกร่งให้ธุรกิจ Wellness ในระดับภูมิภาค”

 

ความท้าทายของธุรกิจ Wellness ในปัจจุบันคือการก้าวข้ามการดูแลแบบพื้นฐาน สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลสุขภาพเชิงลึก หัวใจสำคัญคือการรวบรวมทีมแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขามาทำงานร่วมกัน

 

“ธุรกิจ Wellness เป็นระบบที่มีองค์ประกอบซับซ้อน ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพหัวใจ สมดุลฮอร์โมน โภชนาการ ไมโครไบโอม ระบบขับถ่าย และระบบการทำงานของร่างกายโดยรวม ทุกองค์ประกอบต้องมีแหล่งที่มาที่รับรองได้ทั้งในด้านคุณภาพและความปลอดภัย”

 

นี่คือเหตุผลที่ VitalLife รวบรวมตั้งแต่แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน Lifestyle Medicine เพื่อออกแบบโปรแกรมที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลอย่างแม่นยำ

 

ยิ่งไปกว่านั้นในอนาคต เวลาพูดถึงคำว่า Wellness จะเป็นการหลอมรวมหลากหลายธุรกิจเข้าด้วยกันจนกลายเป็นโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ เพื่อเป้าหมายเดียวคือการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยผ่านโมเดล Wellness Tourism ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม ไปจนถึงอาหารเพื่อสุขภาพ

 

หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โครงการ RAKxa (รักษ) ที่บางกระเจ้า ที่ต่างชาติเดินทางมาพักฟื้นและดูแลสุขภาพต่อเนื่อง บางรายเข้าพักนานถึง 3 เดือน ขณะที่การเข้าพัก 1 เดือนกลายเป็นเรื่องปกติ

 

ภาพบรรยากาศเวที Thailand Aesthetics Business Forum 2026 จัดโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ นำเสนอแนวคิดความงามที่ปลอดภัยและการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน 6

 

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการกระโดดเข้ามาในสมรภูมินี้ ดร.อาทิรัตน์ บอกว่าสิ่งสำคัญคือการหา “จุดต่าง” ของตัวเองให้เจอ และต้องนิยามตัวเองให้ชัดเจนว่าจะเป็น Specialist ในด้านใด เพื่อสร้าง Positioning ที่แข็งแกร่ง

 

อย่างไรก็ตาม ดร.อาทิรัตน์ บอกว่าสงครามที่ควรเลี่ยงคือ ‘สงครามราคา’ แต่ให้เน้นสร้างคุณค่าที่เหนือกว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

 

“การลดราคาไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืน ในธุรกิจสุขภาพและความงาม ‘ความปลอดภัย’ สำคัญกว่า หากลูกค้ามั่นใจว่ามาที่นี่แล้วไม่เกิดผลข้างเคียงรุนแรง นั่นคือการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนทั้งเรื่อง People, Knowledge, Skills และ Technology”

 

ดร.อาทิรัตน์ ยังย้ำว่า ศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และการบริการ คือสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดประเทศไทย ความอดทนและจิตวิญญาณแห่งการดูแล คือสิ่งที่เทคโนโลยีใดๆ ก็ทดแทนไม่ได้

 

สุดท้ายคือ ทำอย่างไรให้สินค้าและบริการของคุณเป็นสิ่งที่ลูกค้า ‘ขาดไม่ได้’ นี่เป็นโจทย์สำคัญที่ธุรกิจต้องคิดและออกแบบให้ชัดเจน

 

หากต้องการยกระดับสู่พรีเมียม ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงการทำสิ่งเดิมให้ดีขึ้น (Do things better) แต่ต้องปรับ Business Model อย่างจริงจัง คิดใหม่ทั้งระบบว่าเทคโนโลยีจะเข้ามา Transform ธุรกิจได้อย่างไร พร้อมกับออกแบบ Product, Service และ Workflowให้สอดรับกัน

 

โดยเฉพาะในธุรกิจ Aesthetic ที่ AI สามารถวิเคราะห์โครงหน้า สภาพผิว และข้อมูลชีวภาพเพื่อออกแบบ Personalized Treatment Design ที่ดีที่สุด

 

“การสร้างความสามารถในการแข่งขัน คือการเข้าใจจุดแข็งของตนเอง และพัฒนาให้ลึกพอจนกลายเป็นคุณค่าที่แท้จริงในสายตาลูกค้า” ดร.อาทิรัตน์ กล่าว

 

ภาพบรรยากาศเวที Thailand Aesthetics Business Forum 2026 จัดโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ นำเสนอแนวคิดความงามที่ปลอดภัยและการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน 7

 

SAFE Customer: กลยุทธ์สร้างตัวตนที่ชัดเจนจนสร้าง ‘Brand Culture’ ที่แข็งแกร่ง

 

POEM คือแบรนด์แฟชั่นของไทยที่มีลายเซ็นชัดเจนและมี ‘Brand Culture’ ที่แข็งแรง ฌอน-ชวนล ไคสิริ ดีไซน์เนอร์และผู้ก่อตั้ง POEM เล่าว่าก่อนวิกฤตการณ์โควิด19 ภาพลักษณ์ของ POEM คือนิยามของความงามที่สมบูรณ์แบบและเหนือกาลเวลา 

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแบรนด์ขยายสาขาไปสู่เซี่ยงไฮ้ และเริ่มกลับมาทบทวนตัวเองในปี 2022 ก่อนจะปรับโฉม Brand Communication ใหม่ ชูหัวใจสำคัญเรื่อง ‘Diversity’ และการ ‘Embrace Essence’ เพื่อสื่อสารว่า ความงามที่แท้จริงคือการยอมรับตัวตนที่หลากหลาย ซึ่งได้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของผู้คนในยุคปัจจุบัน

 

การขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ POEM Bangkok ในปี 2025 ยังเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น เน้นความร่วมสมัยและเข้าถึงง่าย และนำกลยุทธ์ CEO Branding มาใช้บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่แท้จริงกับลูกค้า

 

ปี 2026 เป็นปีที่ POEM จะฉลองครบรอบ 20 ปี เขากำลังสร้างแนวทางการสื่อสารของแบรนด์ไปที่คำว่า ‘Intentional Living’ หรือการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายและมีความหมาย เพราะเชื่อว่า POEM ไม่ใช่แค่แบรนด์แฟชั่น แต่คือเครื่องมือในการ Empower ผู้คน

 

“เหตุผลที่ลูกค้าเลือก POEM ไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์ แต่เขามองว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของ ‘การใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย’ ของเขา นี่คือความงามที่หยั่งรากลึกกว่าเทรนด์ และเป็นก้าวต่อไปที่มั่นคงของเรา”

 

นั่นเป็นสิ่งที่ณอนเน้นย้ำเสมอว่าการรักษา Brand Identity หรือตัวตนที่ชัดเจนของแบรนด์จะทำให้แตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่ง

 

“Brand Identity ไม่ใช่สิ่งที่เราจะตั้งหน้าตั้งตาค้นหา แต่มันคือสิ่งที่เราจะค่อยๆ ค้นพบระหว่างการทำธุรกิจ หัวใจสำคัญคือการกำหนด Core Identity ให้ชัดเจนเสียก่อน ก่อนจะไปถึงเรื่อง Core Value คุณต้องรู้ก่อนว่า ‘จุดแข็งเฉพาะตัว’ หรือมุมมองที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้ของคุณคืออะไร สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือ คุณสามารถถ่ายทอด ‘ความเชื่อ’ นั้นให้ลูกค้าได้หรือไม่ เมื่อคุณสื่อสารความเชื่อเดิมซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง จะเริ่มมีกลุ่มคนที่มีทัศนคติแบบเดียวกับคุณเดินเข้าหา จนเกิดเป็นรากฐานสำคัญที่จะเปลี่ยนจากผู้ชมให้กลายเป็นฐานแฟนที่เหนียวแน่น” 

 

ภาพบรรยากาศเวที Thailand Aesthetics Business Forum 2026 จัดโดย เมิร์ซ เอสเธติกส์ นำเสนอแนวคิดความงามที่ปลอดภัยและการเติบโตธุรกิจอย่างยั่งยืน 8

 

สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ยุคใหม่ต้องระวังที่สุดคือการติดกับดัก ‘กระแสเทรนด์’ จนสูญเสียความเป็นตัวเอง

 

“ในโลกแฟชั่นและความงาม ‘กับดัก’ ที่ใหญ่ที่สุดคือกระแสเทรนด์ โดยเฉพาะยุคที่เราถูกถาโถมด้วยข้อมูลของคู่แข่งจนแยกตัวเองไม่ออก คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าคุณทำเพราะมีแมสเสจอะไรที่อยากสื่อสารจริงๆ และต้องกล้าที่จะสื่อสารในสิ่งที่คุณเห็นต่าง หากคุณพิสูจน์ได้ว่ามุมมองของคุณมีคุณค่า นั่นแหละคือรากฐานของความยั่งยืน”

 

เขายกตัวอย่างใช้แฮชแท็กไวรัลอย่าง #อยากขึ้นยานแม่ต้องแวร์โพเอม ที่หยิบภาษาของแฟนคลับมาใช้ใน Official Account เพื่อสร้างความเป็นกันเองและลดระยะห่าง กลายเป็นรากฐานสำคัญในการสื่อสารแบรนด์ POEM Bangkok ที่ทำได้ง่ายขึ้น เปิดโอกาสให้แบรนด์ได้คอลแลปกับโปรเจกต์ใหม่ๆ มากขึ้น 

 

“เราไม่ได้มองลูกค้าผ่าน Spending หรือ Loyalty แต่มองผ่านมิติของ ‘Intentional’ ลูกค้าเราคือคนทำงานจริง ตั้งแต่พนักงานออฟฟิศไปจนถึงผู้บริหาร สิ่งที่จะรักษาเขาไว้ได้คือความชัดเจนและความสม่ำเสมอของแมสเสจ”

 

สำหรับผู้ประกอบการหรือใครที่กำลังสร้างแบรนด์ เขาบอกว่า นอกจากเรื่องความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ ‘การสื่อสารในมิติแห่งศิลปะ’ ก็สำคัญไม่แพ้กัน

 

“อย่าลืมว่าคุณกำลังสร้างงานศิลปะ คุณต้องเข้าใจว่าความงามในอุดมคติคืออะไร และคุณสามารถพาหรือปั้นลูกค้าให้เข้าใกล้จุดนั้นได้ไหม และจะใช้ความเข้าใจนั้นแนะนำหรือสื่อสารกับลูกค้าอย่างไร”

 

 

SAFE Finance: เสริมแกร่งการเงิน รับมือทุกวิกฤต พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน

 

พิสิฐ ภาพปัญญาพร (ผู้อำนวยการอาวุโส – การตลาดธุรกิจตลาดเงิน ทีทีบี) ชวนเจาะลึกกลยุทธ์การทำธุรกิจและบริหารเงินในยุคที่อุตสาหกรรมความงามโตแรงแซง GDP ประเทศ

 

ธุรกิจความงามกำลังเป็นดาวรุ่งที่มีแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยอมลงทุนเพื่อบุคลิกภาพ คาดว่าจะเติบโตได้สูงถึง 5% โดยมีมูลค่าตลาดรวมพุ่งสูงถึง 76,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ GDP ประเทศที่โตเพียง  1.6% เติบโตช้าสุดในรอบ 20 ปี

 

“คนไทยใช้จ่ายกับการเข้าคลินิกเสริมความงามสูงถึง 85% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด” แต่การจะอยู่รอดในตลาดนี้ต้อง ‘บริหารเงินให้เป็น’ พิสิฐ เผยพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่าน บัตรเครดิต ทีทีบี พบว่า ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายกว่ามากเมื่อเจอโปรโมชั่น “ผ่อน 0% นาน 6 เดือน หรือ 10 เดือน’ เพราะช่วยให้เขาบริหารกระแสเงินสดได้สบายใจกว่าการลดราคา 5-10% เป็นเงินสด ซึ่งผู้บริโภคจะรู้สึกไม่ต้องจ่ายเงินก้อนในครั้งเดียว ทำให้ยอดขายของร้านค้าที่มีโปรโมชั่นผ่อน 0% มียอดซื้อต่อบิลเพิ่มขึ้น

 

นอกจากนี้ในฝั่งการนำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ หากเปลี่ยนมาใช้ Local Currency Solutions ชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่นของคู่ค้า จะช่วยลดความผันผวนและอาจได้ส่วนลดพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกำไรที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นทาง

 

ที่น่าสนใจที่สุดคือการลดต้นทุนระบบหลังบ้าน พิสิฐ เน้นย้ำเรื่องการใช้ Digital Platform สำหรับบริหารงานบุคคลผ่าน ttb pay roll ที่ช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟต์แวร์แพงๆ ลดต้นทุนระบบหลังบ้านได้ตั้งแต่ 500,000 ถึง 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่สามารถนำกลับมาเป็นงบการตลาดเพื่อสู้กับคู่แข่งได้

 

 

นอกจากการวางรากฐานการเงินและสร้างการดูแลสุขภาพการเงินส่วนบุคคลก็สำคัญ รัตตินาถ แจ่มโสภณ (หัวหน้า ผลิตภัณฑ์ธุรกิจตลาดเงินและการตลาดผลิตภัณฑ์การเงิน ทีทีบี) เปรียบการบริหารพอร์ตการลงทุนเหมือนการดูแลสุขภาพกายที่ต้องมองภาพระยะยาวในวันที่เศรษฐกิจผันผวนและโลกการเงินอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาลง ควรปรับแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนแบบ ‘Financial Wellness’ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

 

กลยุทธ์สำคัญคือ การลงทุนที่เน้นความปลอดภัยของเงินต้นแต่ยังให้ผลตอบแทนที่ชนะเงินฝาก โดยเฉพาะการกระจายการลงทุนใน Structure Note (หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง) ที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ

 

ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนที่อ้างอิงดอกเบี้ยไทยรวมถึงการใช้บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) เป็นจุดพักเงินเพื่อกระจายความเสี่ยง

 

“ทีทีบี พร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่จะช่วยบริหารทั้งพอร์ตธุรกิจและพอร์ตส่วนตัวของคุณให้เติบโตไปพร้อมกัน ไฮไลท์สำคัญคือ เอกสิทธิ์ระดับสูงสุดกับบัตร ttb reserve ที่ออกแบบสิทธิประโยชน์จากอินไซต์ของกลุ่มลูกค้าเจ้าของธุรกิจ ด้วยคอนเซปต์ Earn Fast – Burn Smart – Spend Wise ที่ให้คะแนนสะสมเร็วและแลกไมล์ได้คุ้มค่าที่สุด ฟรีค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ 2.5% (FX Rate) มาพร้อมสิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ครอบคลุมหมวดหมู่ยอดฮิตอย่าง Dining และ Wellness  

 

“บัตร ttb reserve ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเสริมสภาพคล่องที่คุ้มค่าสำหรับเจ้าของธุรกิจ ทั้งในแง่ของการสะสมคะแนนจากยอดใช้จ่ายทางธุรกิจ
การลดต้นทุนเมื่อต้องใช้จ่ายต่างประเทศ และการเชื่อมต่อกับพอร์ตการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งระยะยาว”

 

องค์ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดนี้ ตอกย้ำชัดเจนว่า ‘ความงามที่ยั่งยืน’ และ การพา ‘ธุรกิจความงามให้เติบโตอย่างยั่งยืน’ ต้องเริ่มต้นจากรากฐานสำคัญนั่นคือ ‘ความปลอดภัย’

 

โดยเฉพาะในวันที่เศรษฐกิจผันผวน เทรนด์เปลี่ยนเร็ว และผู้บริโภคฉลาดเลือกมากขึ้น ธุรกิจที่จะอยู่รอดและเติบโตอย่างมั่นคงจะเป็นธุรกิจที่ทำให้ลูกค้า ‘มั่นใจและรู้สึกปลอดภัย’ ได้มากที่สุด 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories