×

ดนุชาเผย ยังยากเห็นแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นในระยะใกล้ เหตุรัฐบาลต้องศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่า

โดย THE STANDARD TEAM
01.07.2026
  • LOADING...
ภาพ ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

วันนี้ (1 กรกฎาคม) ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) กล่าวว่า ซึ่งจะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าในวันศุกร์นี้ว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการนัดประชุมคณะอนุกรรมการประเมินความคุ้มค่าอีกครั้ง เพื่อพิจารณาความคุ้มค่าของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดจากการประชุมครั้งก่อนที่ได้รายงานต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนสมมติฐานของโครงการ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่คณะอนุกรรมการขอให้ผู้ศึกษาปรับปรุงข้อมูลและสมมติฐานให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ ในการประชุมวันศุกร์ คณะอนุกรรมการจะพิจารณาข้อมูลที่ผู้ศึกษาได้ปรับปรุงเพิ่มเติม รวมถึงประเมินความเป็นไปได้ในการให้บริการขนส่งระหว่างสองฝั่งของโครงการ ว่าสมมติฐานที่กำหนดไว้สามารถดำเนินการได้จริงเพียงใดในทางปฏิบัติ โดยคณะอนุกรรมการมีผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารจากสายการเดินเรือรายใหญ่เข้าร่วมให้ข้อมูลและร่วมพิจารณา เพื่อให้การประเมินมีความรอบด้าน

 

ดนุชา กล่าวว่า ประเด็นที่คณะอนุกรรมการให้ความสำคัญในการประเมินความคุ้มค่ามี 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ประเด็นแรก คือ ด้านพาณิชย์ (Commercial) โดยจะพิจารณาว่าสมมติฐานด้านปริมาณสินค้าและความต้องการใช้บริการมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากถือเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของโครงการ

 

ประเด็นที่สอง คือ ความเป็นไปได้ในการดึงสายการเดินเรือเข้ามาใช้บริการท่าเรือของโครงการ รวมถึงการรองรับสินค้ารูปแบบทรานชิปเมนต์ (Transshipment) เนื่องจากปัจจุบันในภูมิภาคมีท่าเรือขนาดใหญ่ที่เปิดให้บริการและมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว จึงต้องประเมินว่าหากดำเนินโครงการ จะสามารถดึงปริมาณสินค้าทรานชิปเมนต์มาใช้บริการได้มากน้อยเพียงใด

 

ส่วนประเด็นที่สาม คือ ด้านการดำเนินงาน (Operation) โดยจะประเมินการขนส่งสินค้าจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ทั้งในด้านต้นทุน ระยะเวลา และการบริหารจัดการ ว่าสมมติฐานที่กำหนดไว้สามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่

 

สำหรับประเด็นที่สังคมจับตาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างโครงการแลนด์บริดจ์กับร่างพระราชบัญญัติ EEC ดนุชา กล่าวว่า คณะอนุกรรมการจะพิจารณาประเด็นด้านกฎหมายควบคู่กันไป เพื่อประเมินว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะต้องมีกฎหมายฉบับดังกล่าว หรือสามารถใช้แนวทางอื่นได้ เช่น การพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ควบคู่กับการกำหนดแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ และจะนำร่างกฎหมายดังกล่าวมาประเมินประกอบการพิจารณาด้วย

 

เมื่อถามว่า หมายความว่ารัฐบาลไม่ได้จะเดินหน้าโดยยึดร่างกฎหมายเดิมใช่หรือไม่ ดนุชา กล่าวว่า เมื่อวานนี้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้หารือกับประชาชนที่มาชุมนุม และเห็นพ้องว่าจะมีการพูดคุยในรายละเอียดถึงรูปแบบการพัฒนา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะสะท้อนว่ารัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ดังนั้น การทำงานของคณะอนุกรรมการจึงไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวโครงการแลนด์บริดจ์เท่านั้น แต่จะพิจารณาความคุ้มค่าและความเหมาะสมของร่างกฎหมายที่มีอยู่ด้วย

 

ส่วนกรณีที่มีคำถามว่าร่างกฎหมายของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อาจจะไม่ถูกนำมาใช้แล้วใช่หรือไม่ ดนุชา กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้การทำงานง่ายขึ้น เพราะคณะอนุกรรมการไม่ได้มีแนวคิดว่าจะต้องจัดทำกฎหมายเฉพาะขึ้นมาใหม่ หากกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถปรับใช้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องหารือกับประชาชนในพื้นที่ก่อนว่าจะพัฒนาอุตสาหกรรมในรูปแบบใด จึงจะเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่และสามารถสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง

 

ดนุชา ยังกล่าวด้วยว่า ประเด็นเรื่องกฎหมายและแนวทางการพัฒนาจะถูกรวมไว้ในรายงานที่จะเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในเดือนสิงหาคม ตามที่คณะอนุกรรมการได้มอบหมายไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งแรก

 

ส่วนกรณีหากผลการศึกษาสรุปว่าควรเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ จะยังไม่เห็นการดำเนินโครงการในระยะเวลาอันใกล้ใช่หรือไม่ ดนุชา กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะเห็นโครงการเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องศึกษาด้วยความรอบคอบ ทั้งการพิจารณาความเหมาะสมและความคุ้มค่า

 

ดนุชา ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการพิจารณาว่าโครงการมีความเหมาะสมและคุ้มค่าที่จะดำเนินการหรือไม่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกพิจารณาเพิ่มเติม เปรียบเสมือนความเห็นอีกชุดหนึ่ง โดยรับฟังข้อมูลจากภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนอย่างรอบด้าน ก่อนนำผลการศึกษาไปใช้ประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลต่อไป

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising