อุตสาหกรรมดนตรี K-pop ส่งสัญญาณเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งในปี 2026 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก 2 ฟันเฟืองสำคัญ คือรายได้จากทัวร์คอนเสิร์ตและยอดขายอัลบั้ม ซึ่งข้อมูลล่าสุดในเดือนตุลาคม 2026 สะท้อนให้เห็นว่าศิลปินเกาหลีใต้สามารถครองส่วนแบ่งตลาดทัวร์คอนเสิร์ตทั่วเอเชียได้เบ็ดเสร็จ ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายอัลบั้มตลอดทั้งปีพุ่งทะยานและจ่อทำสถิติแตะ 100 ล้านชุดในเร็ววันนี้
ประเด็นสำคัญ
คอนเสิร์ต-อัลบั้ม เส้นเลือดใหญ่ค่ายเพลงยักษ์เกาหลี
ความสำเร็จในสองส่วนนี้ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่พิสูจน์ถึงเสถียรภาพทางการเงินของค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของ HYBE ที่กวาดรายได้รวมสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.45 ล้านล้านวอน (ประมาณ 488.5 ล้านดอลลาร์) แบ่งเป็นรายได้จากฝั่งคอนเสิร์ตสูงถึง 6.47 แสนล้านวอน ตามด้วยยอดขายอัลบั้มและเพลงดิจิทัล 3.26 แสนล้านวอน และรายได้จากสินค้าที่ระลึกและการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ (IP) อีก 3.10 แสนล้านวอน
รายงานชาร์ต Asia Focus Top Touring Artists จาก Pollstar สื่อระดับโลกที่ติดตามอุตสาหกรรมคอนเสิร์ต ได้เก็บรวบรวมข้อมูลการแสดงระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2025 ถึง 31 กรกฎาคม 2026 พบว่าศิลปิน K-pop สามารถยึดพื้นที่บนตาราง 10 อันดับแรกของศิลปินที่ทำรายได้สูงสุดในเอเชียไปได้ถึง 6 อันดับ
โดยบอยแบนด์แถวหน้าอย่าง Seventeen ผงาดขึ้นครองอันดับ 1 ด้วยรายได้ถึง 97.4 ล้านดอลลาร์ จากยอดจำหน่ายบัตรรวมกว่า 6.61 แสนใบ ความสำเร็จนี้มาจากการเดินสายเวิลด์ทัวร์ของ Seventeen รวม 22 รอบทั่วเอเชีย ไล่เรียงตั้งแต่ฮ่องกง, สิงคโปร์, ไทยและฟิลิปปินส์
ยิ่งไปกว่านั้น Pledis Entertainment ยังเปิดเผยว่า Seventeen ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปิน K-pop กลุ่มแรกที่ขายบัตรคอนเสิร์ตที่สนามกีฬาไคตั๊ก ฮ่องกง ความจุ 5 หมื่นที่นั่ง ได้หมดเกลี้ยงติดต่อกันถึง 4 รอบ ส่งผลให้พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของตารางในปีนี้ หลังจากปีก่อนรั้งตำแหน่งอันดับ 2 รองจากวงร็อกระดับโลกอย่าง Coldplay
นอกจากนี้ ศิลปิน K-pop ยังเรียงแถวยึดครองพื้นที่ 4 อันดับแรกของชาร์ต นำโดย TWICE ในอันดับที่ 2 (76.18 ล้านดอลลาร์) ตามด้วย TXT ในอันดับที่ 3 ส่วน BTS ทำรายได้จากการแสดงเฉพาะภูมิภาคเอเชียภายใต้เวิลด์ทัวร์ ARIRANG ไปได้ 49.07 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ BLACKPINK และ ENHYPEN สามารถพาตัวเองเข้าสู่กลุ่มท็อปเทนได้สำเร็จในอันดับที่ 8 และ 9 ตามลำดับ
ยอดขายอัลบั้ม ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น
ทางด้านยอดขายอัลบั้มจริง สถิติจาก Circle Chart ระบุว่ายอดขายสะสมระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน ปี 2026 ทำไปได้แล้วถึง 79 ล้านชุด เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าถึงประมาณ 7.6 ล้านชุด โดยสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม จากการคัมแบ็กของ BTS ในสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 5 ‘ARIRANG’ ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดขายวันแรกตามข้อมูลของ Hanteo Chart พุ่งแตะ 3.98 ล้านชุด
แรงส่งดังกล่าวผลักดันให้เดือนเมษายนกลายเป็นเดือนแรกของปีที่ยอดขายรวมทั้งอุตสาหกรรมทะลุหลัก 10 ล้านชุด จากผลงานของศิลปิน อาทิ TXT, NCT WISH, &TEAM และ TWS ก่อนจะส่งต่อความคึกคักมายังเดือนพฤษภาคมด้วยผลงานของ CORTIS ซึ่งทำยอดขายสัปดาห์แรกได้มากกว่า 2.3 ล้านชุด และพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในเดือนสิงหาคมด้วยตัวเลขกว่า 11 ล้านชุด โดยมี Stray Kids และ ENHYPEN เป็นหัวหอกหลักที่ทำยอดขายรวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 52.8% ของยอดขายอัลบั้ม 400 อันดับแรก
ลุ้นโค้งสุดท้ายปลายปี
อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายนบรรยากาศการจับจ่ายในตลาดชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยยอดจำหน่ายลดลง 38% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม และลดลง 37.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้จะมีผลงานใหม่วางจำหน่ายก็ตาม
จากสถานการณ์นี้ ตลาดจำเป็นต้องทำยอดขายเพิ่มอีกราว 21 ล้านชุดในไตรมาส
สุดท้าย เพื่อพิชิตเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีแตะ 100 ล้านชุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 ทว่าโอกาสดังกล่าวยังคงเป็นไปได้สูง
เมื่อพิจารณาจากตารางการปล่อยผลงานที่หนาแน่นของศิลปินเบอร์ใหญ่ นำโดย ATEEZ กับผลงาน GOLDEN HOUR : Part.6 ปล่อยในวันที่ 13 พ.ย., TXT กับมินิอัลบั้ม PERFECT STORM ปล่อยในวันที่ 16 พ.ย. รวมถึงไลน์อัปเกิร์ลกรุ๊ปชั้นนำอย่าง BABYMONSTER, IVE และ ILLIT ที่เตรียมลงสนามกระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้ายก่อนในสิ้นปี 2026
ภาพ: facebook.com/bangtan.official
อ้างอิง:

