KKP Research มองเอลนีโญรอบใหม่ปี 2569 อาจไม่รุนแรงเท่าที่กังวล เพราะไทยยังมีน้ำในเขื่อนสูงและเข้าสู่ฤดูฝน เตือน ‘วิกฤตปุ๋ย’ น่าห่วงกว่าเอลนีโญ หลังสงคราม-ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์เสี่ยงดันราคาปุ๋ยพุ่งและกระทบอุปทานโลก มองไทยยังมีน้ำในเขื่อนสูงและเข้าสู่ฤดูฝน
ประเด็นสำคัญ
ในรายงานฉบับล่าสุดซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม KKP Research เตือนว่า ‘วิกฤตราคา’ และ ‘การขาดแคลนปุ๋ยเคมี’ จากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อผลผลิตข้าวไทยมากกว่าภัยแล้ง เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนก่อนหน้านี้ ได้ทำให้ราคาปุ๋ยพุ่งสูง จนไทยต้องลดการนำเข้าปุ๋ยจากแหล่งดังกล่าวลง และหันไปพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากซาอุดีอาระเบียและโอมานมากขึ้น
ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่กำลังจะกลับมาในช่วงกลางถึงปลายปี 2569 นี้ KKP Research ประเมินว่า อาจยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคเกษตรไทยเท่าที่หลายฝ่ายกังวล เนื่องจากไทยยังมีปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนสำคัญอยู่ในระดับสูง และจังหวะการเกิดอยู่ในช่วงฤดูฝน
โดย KKP Research มองว่า ความรุนแรงของเอลนีโญรอบนี้ยังต่ำกว่าช่วงปี 2566-2567 และผลกระทบต่อภาคเกษตรอาจถูกบรรเทาได้จาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) เกิดในช่วงฤดูฝนที่ยังมีน้ำฝนช่วยพยุง และ 2) ปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนที่อยู่ในระดับเกือบ 55% ของความจุ ซึ่งมากกว่าระดับรอบก่อนๆ ที่ 47% ในปี 2566 – 2567
ทั้งนี้ แม้ภาพรวมสถานการณ์น้ำยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ แต่ KKP Research ระบุว่า ผลกระทบจะไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่และแต่ละประเภทพืช โดยพืชไม้ยืนต้นอย่างปาล์มน้ำมันและยางพาราจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า ขณะที่พืชใช้น้ำสูง เช่น ข้าวนาปรังและมันสำปะหลัง มีความเสี่ยงมากกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ชลประทานครอบคลุมเพียง 10% ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคอื่นที่อยู่ราว 45%
‘วิกฤตปุ๋ย’ เสี่ยงฉุดผลผลิตข้าวไทยหาย 5 ล้านตัน
KKP Research ระบุว่า หากเกิดภาวะปุ๋ยขาดแคลนจริง อาจทำให้ผลผลิตข้าวนาปีรอบปี 2569/2570 ลดลงได้ถึง 15% หรือคิดเป็นผลผลิตข้าวเปลือกที่หายไปราว 5 ล้านตัน แม้จะเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ แต่ศักยภาพการส่งออกข้าวของไทยจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ หากผลผลิตข้าวไทยลดลง ไทยอาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากราคาข้าวโลกที่อาจปรับตัวสูงขึ้นเหมือนรอบที่แล้ว เมื่อครั้งที่อินเดียระงับการส่งออกข้าว
ที่สำคัญกว่านั้น ข้อมูลชี้ว่าประสิทธิภาพการผลิตข้าวของไทยยังคงต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับ 6 ประเทศผู้ผลิตข้าวหลักของโลก สอดคล้องกับสถิติของธนาคารโลกและ FAO ที่ระบุว่าไทยมีการใส่ปุ๋ยน้อยกว่าประเทศคู่แข่งถึง 45%
KKP Research จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและระบบชลประทาน ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านอุปทานปุ๋ยเคมี รวมถึงส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือความเสี่ยงจากทั้งภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

