จากคำสั่งตามมาตรา 44 สั่งปิดเหมือง สู่เวทีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ข้อพิพาทที่เคยเรียกค่าเสียหายหลายหมื่นล้านบาท เดินมาถึงข้อยุติ
ตลอดเส้นทาง 8 ปีที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นกับคดีประวัติศาสตร์ที่คนไทยทั้งประเทศจับตา เมื่อ ‘คิงส์เกต’ ถอนคำร้องอนุญาโตตุลาการโดยสมัครใจ ปิดฉากข้อพิพาทระหว่างบริษัทต่างชาติและประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ โดยไทยไม่ต้องชดเชยแม้แต่บาทเดียว

ล่าสุด ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด กรณีเหมืองทองคำอัครา ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ซึ่งถือเป็น ‘ข่าวดี’ เมื่อทั้งสองฝ่าย คือ บริษัท คิงส์เกตฯ และประเทศไทย ได้ตกลงยุติข้อพิพาทลงได้โดยสมัครใจ
“คิงส์เกตฯ ได้แจ้งถอนข้อเรียกร้องทั้งหมด ต่อคณะอนุญาโตตุลาการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการได้ออกคำสั่ง ยุติกระบวนการอย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็นการปิดฉากข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมากว่า 8 ปี นับตั้งแต่มีการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการในปี 2560 โดยที่ประเทศไทยไม่ต้องเสียค่าชดเชยใดๆ”
ด้านณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานระงับข้อพิพาทฯ กล่าวว่า คณะทำงานฯ ได้กำหนดแนวทางในการต่อสู้คดีอย่างเป็นระบบ ซึ่งทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและที่ปรึกษากฎหมายอย่างใกล้ชิดเพื่อแสดงจุดยืนของไทย
“เราใช้ยุทธวิธีคู่ขนาน คือการเตรียมพร้อมต่อสู้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการจนถึงที่สุด ควบคู่ไปกับการเจรจาฉันมิตรโดยยึดหลักกฎหมาย แต่ ‘ต้องไม่มีเงื่อนไขที่สร้างภาระให้กับประเทศไทย’ ส่งผลให้สามารถบรรลุการยุติข้อพิพาทโดยสมัครใจในที่สุด”

ขณะที่ อดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า ข้อพิพาทดังกล่าวได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ตามกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ สอดคล้องกับแนวทางที่ภาครัฐ ได้กำกับดูแลและแก้ไขปัญหาโดยคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญมาโดยตลอด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- อีกนานไหม กว่าไทยจะมีเหมืองลิเธียม? เจาะเบื้องลึกอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
- ไขคำตอบมูลค่าที่ซ่อนอยู่…40 ปีผ่านไป ทำไมเหมืองโพแทชไทยยังไม่เกิด
- 10 อันดับเหมืองลิเธียมที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ที่ไหน ทุนชาติไหนเป็นเจ้าของ
- ไทยมีแร่แรร์เอิร์ธ? อธิบดีกรมเหมืองแร่ไขคำตอบ ‘แร่หายาก’ หลังปมร้อน MOU ‘ไทย-สหรัฐฯ’
‘อัครา’ ขานรับยุติข้อพิพาท ‘TAFTA’
รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ตามที่บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (คิงส์เกต) ผู้ถือหุ้นของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ หรือ อัครา) และรัฐบาลไทย ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการยุติ กระบวนการอนุญาโตตุลาการที่มีมาตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า การยุติข้อพิพาทอย่างสันติ เป็นทางออกที่ดีที่สุดต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

หนุนไทย ‘ฮับการค้าทองคำและเงินอาเซียน’
รอส สมิธ-เคิร์ก ประธานคณะกรรมการบริหาร และ เจมี่ กิ๊บสัน กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมทั้ง เชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนองค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้เข้าพบ สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เพื่อรับทราบถึงการยุติข้อพิพาท TAFTA พร้อมร่วมผลักดันให้ ‘ไทยเป็นศูนย์กลาง การค้าทองคำและเงินในภูมิภาคอาเซียน’
โดยระบุว่า นับตั้งแต่การกลับมาดำเนินงานของ ‘เหมืองทองคำชาตรี’ ในเดือนมีนาคม 2566 คิงส์เกตได้ลงทุนในไทยต่อเนื่อง ทั้งการยกเครื่องปรับปรุงอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานภายในเหมือง การสำรวจแหล่งแร่เพิ่มเติม การสรรหาและพัฒนาบุคลากร รวมถึงการดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และบริษัทฯ ได้ชำระ ‘ค่าภาคหลวงแร่’ ไปแล้วรวมกว่า 2,000 ล้านบาท
อีกทั้งยังได้สมทบเงินเข้ากองทุนตามนโยบาย และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรแร่มากกว่า 450 ล้านบาท สนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ผ่านการจ้างงานทั้งทางตรงและผ่านผู้รับเหมาท้องถิ่น ซึ่งได้สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนปีละหลายพันล้านบาทเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย
โดยเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่า บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด

ย้อนรอยคดีมหากาพย์ 8 ปี
สำหรับ มหากาพย์ 8 ปี ‘เหมืองทองคำอัครา’ ถือเป็นคดีที่คนไทยให้ความสนใจอย่างมากคดีหนึ่ง เนื่องจากเป็นคดีที่บริษัทต่างชาติ ‘ฟ้องราชอาณาจักรไทย’
ในขณะนั้น เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลไทย ภายใต้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัท สัญชาติออสเตรเลีย บริษัทแม่ของ อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)
โดยได้รับใบอนุญาตประทานบัตร เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำใน จ.พิจิตร พื้นที่รวม 3,900 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ในปี 2544 โดยแบ่งเป็นเหมืองชาตรีใต้ ประทานบัตรหมดอายุปี 2563 และใบประทานบัตรเหมือง ‘ชาตรีเหนือ’ หมดอายุปี 2571
กระทั่งเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2559 รัฐบาลทหาร คสช. ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปิดกิจการเหมืองแร่ทองคำของทางบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน)
ด้วยเหตุผลว่าทางเหมืองอัคราสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบต่างๆ หลายด้าน จึงสั่งระงับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำ ผ่านการใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557
คดีนี้ได้นำไปสู่การอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
ท้ายที่สุด เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 บริษัท คิงส์เกตฯ ได้ตัดสินใจยื่นอนุญาโตตุลาการ กรณีการละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free Trade Agreement : TAFTA) ซึ่งอ้างว่า ‘ได้รับผลกระทบจากคำสั่ง คสช.’
ในปีนั้น ‘คิงส์เกต’ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยชดใช้ค่าเสียหายให้เป็นเงินประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมรายละเอียดอื่นๆ อาทิ ดอกเบี้ยและมูลค่าทางธุรกิจ
อ้างอิง:
- THAC
- กระทรวงอุตสาหกรรม


