การประชุม FOMC ในวันที่ 16-17 มิถุนายนนี้ ถือเป็นการประชุม FOMC ครั้งแรกภายใต้การนำของ ‘เควิน วอร์ช’ ในฐานะประธาน Fed คนใหม่ (โดยยังมีอดีตประธาน FED อย่างเจอโรม พาวเวลล์ ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ) ซึ่งประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตาอาจไม่ใช่ผลการประชุมเป็นหลัก แต่เป็นสัญญาณเกี่ยวกับแนวทางดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป โดย KResearch และ Krungthai GLOBAL MARKETS มองตรงกันว่า Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งปี 2569 ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยามองว่า หาก Fed ส่งสัญญาณมองข้ามเงินเฟ้อชั่วคราว ‘ดอลลาร์จะอ่อนลง’ ท่ามกลางพัฒนาการของสถานการณ์ ในตะวันออกกลางล่าสุดที่ดูจะผ่อนคลายลงด้วย
KResearch คาด Fed คงอัตราดอกเบี้ยทั้งปี 2569
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) คาดว่า ในการประชุม FOMC วันที่ 16-17 มิถุนายน 2569 Fed จะมีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% เพื่อรอประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ ในขณะที่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง หากแรงกดดันเงินเฟ้อสูงกว่าที่คาด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ไปตลอดทั้งปี 2569 ในกรณีฐาน ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของตลาดส่วนใหญ่
ดร.ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า โดยแม้ว่าตลาดแรงงานจะยังคงแข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพ.ค. 2569 จะเร่งตัวขึ้นมาแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 4.2% อย่างไรก็ดี การเร่งขึ้นของเงินเฟ้อนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยด้านอุปทานจากราคาพลังงานเป็นหลัก ส่งผลให้ Fed มีแนวโน้มที่จะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในทันที เพื่อรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งปัจจุบันยังคงทรงตัวในระดับใกล้ 3% ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
การประชุม FOMC ครั้งแรกของ Kevin Warsh
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุม FOMC ครั้งแรกภายใต้การนำของเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ในฐานะประธาน Fed โดยประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตาอาจไม่ใช่ผลการประชุมเป็นหลัก แต่เป็นสัญญาณเกี่ยวกับแนวทางดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองโอกาสการเปลี่ยนแปลงภายใต้การนำของ Kevin Warsh ดังนี้
- ให้น้ำหนักกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาวมากขึ้น โดยไม่ตอบสนองต่อความผันผวนของเงินเฟ้อในระยะสั้นมากจนเกินไป เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกรอบนโยบายการเงินในระยะยาว
- ปรับแนวทางการดำเนินนโยบายให้มีลักษณะเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า (forward-looking) มากขึ้น โดยลดการพึ่งพาข้อมูลเศรษฐกิจย้อนหลัง และให้ความสำคัญกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและความเสี่ยงในระยะข้างหน้ามากขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินนโยบายมากขึ้น ผ่านการลดการส่งสัญญาณล่วงหน้าที่ชัดเจนเกินไป (forward guidance) เพื่อรักษาขอบเขตในการปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับข้อมูลและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที
- ทบทวนรูปแบบการสื่อสารนโยบายการเงิน โดยอาจลดบทบาทของ Dot Plot ในฐานะเครื่องมือชี้นำทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงที่ตลาดจะตีความการคาดการณ์ของกรรมการ Fed
จับตาการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจและ Dot Plot ชุดใหม่
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ระบุอีกว่า การประชุมครั้งนี้จะมีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจและ Dot Plot ชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสะท้อนมุมมองด้านนโยบายการเงินที่เข้มงวด (Hawkish) มากขึ้น ดังนี้
- มีความเป็นไปได้ที่ค่ากลางของ Dot Plot จะปรับจากการคาดการณ์ลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ มาเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยตลอดทั้งปี
- อาจเห็นจำนวนกรรมการที่มองว่ามีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีเพิ่มขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
กรุงศรีฯ คาดหาก Fed คงดอกเบี้ย ‘ดอลลาร์’ จะอ่อนลง
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มองว่า ตลาดการเงินโลกจะให้ความสนใจกับการประชุม Fed ซึ่งจะเป็นครั้งแรกภายใต้การนำของประธาน Warsh นักลงทุนคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยไว้ในช่วง
3.50-3.75% ในวันที่ 17 มิถุนายน โดยหาก Fed ส่งสัญญาณมองข้ามเงินเฟ้อชั่วคราว ดอลลาร์จะอ่อนลงโดยเฉพาะหลังจากสหรัฐฯกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพซึ่งมีรายงานว่าจะลงนามที่สวิตเซอร์แลนด์ช่วงปลายสัปดาห์นี้ แต่หาก Fed บ่งชี้ว่าอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายตึงตัว ดอลลาร์จะแข็งค่าต่อไป
กรุงไทยฯ เปิดแนวโน้มบอนด์ยีลด์ ภายใต้คาดการณ์ FED คงดอกเบี้ยทั้งปี ก่อนลดปีหน้า
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เราจะประเมินว่า FED อาจเลือกคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% ทว่า การประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมครั้งแรกของประธาน FED คนใหม่ Kevin Warsh ที่มีอดีตประธาน FED Jerome Powell ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ FOMC ทำให้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การสื่อสารของ FED (โดยเฉพาะประธาน FED คนใหม่ในช่วง Press Conference) ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายการเงินของ FED อย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของการปรับคาดการณ์เศรษฐกิจ และคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Dot Plot
Krungthai GLOBAL MARKETS ยังประเมินว่า Dot Plot ใหม่อาจสะท้อนถึงแนวโน้มการคงดอกเบี้ยของ FED ในปีนี้ และปีหน้า ก่อนที่ FED จะทยอยลดดอกเบี้ยลงสู่ Long-Run Rate ที่ไม่ต่างจาก Dot Plot เดือนมีนาคม ทั้งนี้ ในช่วงก่อนตลาดรับรู้กระแสข่าว สหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้บรรลุข้อตกลง (MOU) ที่จะนำไปสู่การเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงคราม
โดยบรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า FED มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 82% ในปี 2026 ก่อนที่จะปรับลดเหลือราว 64% หลังรับรู้ข่าว MOU ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางล่าสุด กอปรกับโมเมนตัมเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ไม่ได้เร่งตัวสูงขึ้นจนน่ากังวล อีกทั้ง การกระจายตัวของภาวะเงินเฟ้อ (Inflation Breadth) ยังไม่ได้สะท้อนถึงการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง ทำให้ Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่า FED ภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh อาจเลือกที่จะ ‘คงดอกเบี้ย’ มากกว่าจะเสี่ยงเดินหน้าขึ้นอย่างที่ตลาดคาดการณ์
โดยหาก FED คงดอกเบี้ย ก่อนที่จะทยอยลดดอกเบี้ยได้ในปี 2027 ตามที่เราคาดการณ์ ไว้ เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ระดับเกิน 4.50% มีความน่าสนใจชัดเจนและผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อสะสมได้ โดยบอนด์ยีลด์ที่สูงเกิน 4.50% สามารถรองรับ ความเสี่ยงในกรณีที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 5.00% ได้
โดย Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า โอกาสที่จะทะลุโซนดังกล่าวยังต่ำอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ เราจะรอติดตามการประชุม FOMC เดือนมิถุนายนนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ให้แน่ชัด
สำหรับบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย ในสัปดาห์ก่อน ปรับตัวลงต่อเนื่อง -3bps สู่ ระดับ 2.19% ตามทิศทางการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ระยะยาวโลก โดยเฉพาะบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED บนความหวังการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ที่ออกมาตามคาด
อนึ่ง บรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงทยอยขายสุทธิบอนด์ ไทยราว 1.2 หมื่นล้านบาท แต่เป็นการขายบอนด์ระยะยาวเกิน 10 ปี ส่วนผู้เล่นฝั่ง บลจ.และกลุ่มบริษัทประกัน เริ่มกลับเข้าซื้อบอนด์ระยะกลาง-ยาวมากขึ้นจากเดิมที่เน้นซื้อบอนด์ระยะสั้น
Krungthai GLOBAL MARKETS คงมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยซื้อบอนด์ระยะยาวไทย อย่างบอนด์ 10 ปี ได้ โดยเฉพาะโซนสูงกว่า 2.20% หลังมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของไทย แตกต่างจากมุมมองของเราอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน เรามองว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย อาจมีระดับ Fair Value ในช่วง 1.90%-2.00% และที่น่าสนใจคือ ความชันของยีลด์เคิร์ฟไทยได้อยู่ในระดับที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะบอนด์ระยะยาวทั้ง บอนด์ 20 ปี และบอนด์ 10 ปี
ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนสูงของสถานการณ์ ในตะวันออกกลางจะยังคงทำให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวของไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่องได้ยาก และบอนด์ยีลด์ระยะยาวยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของไทย

