ช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนไทยเข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกได้ง่ายขึ้น แต่การมีตัวเลือกมากไม่ได้การันตีพอร์ตที่มั่นคง เนื่องจากยังเผชิญปัญหาการลงทุนกระจุกตัว การพยายามจับจังหวะตลาด และการขาดพอร์ตการลงทุนหลัก (Core Portfolio) ที่กระจายสินทรัพย์อย่างเป็นระบบเพื่อเป็นฐานระยะยาวของเงินลงทุน และสามารถรับมือความผันผวนได้ในทุกสถานการณ์
THE STANDARD WEALTH ชวนไปพูดคุยกับ วิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ KAsset และเอนีส ตียาสิริ Head of Southeast Asia and India Intermediaries, J.P. Morgan Asset Management กับเบื้องหลังความร่วมมือนี้ที่มุ่งเน้นการตอบโจทย์ให้นักลงทุนไทยมีพอร์ตกระจายตัวทั่วโลก ลงทุนได้ในระยะยาว และตอบสนองต่อเป้าหมายชีวิตอย่างแท้จริง มากกว่าเพียงการนำเสนอกองทุนใหม่ ๆ

นักลงทุนไทยมีทางเลือกมากขึ้น แต่ยังขาด Core Portfolio
ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? สำหรับวินนั้น เขาได้กล่าวว่าความร่วมมือนี้เกิดจาก ปัญหาสำคัญของนักลงทุนไทยที่แม้เข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น แต่ยังมักกระจุกตัวในบางประเทศหรือบางธีมเกินไป
“หลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนไทยจำนวนมากยังลงทุนแบบกระจุกตัวเกินไป เช่น มีเงิน 100 บาท อาจลงทุนในกองทุนหุ้นจีนประเทศเดียว 70 บาท หรือมีเงิน 100 บาท ลงทุนในกองทุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพียงกลุ่มเดียว 80 บาท ยังเน้นการลงทุนเป็นประเทศหรือลงทุนเป็นรายอุตสาหกรรมที่มากเกินไป” วิน กล่าว

วิน พรหมแพทย์, CFA
ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
เอนีสระบุว่านักลงทุนมักพยายามจับจังหวะตลาดแทนการมีวินัย เช่น การตื่นตระหนกช่วงวิกฤตหลังโควิดแล้วแห่ซื้อตามเมื่อตลาดฟื้น รวมถึงต้องเผชิญความผันผวนจากเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้นในปี 2022 ต่อเนื่องมาถึงกระแสหุ้นบิ๊กเทคฯ ในปี 2023
“ถ้าลูกค้า Stay Invested มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลลัพธ์อาจต่างออกไปมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ลูกค้าจำนวนไม่น้อยพยายามจับจังหวะตลาดอยู่ตลอด เราจึงคุยกันว่า เรื่องนี้ไม่ถูกต้องแล้ว เราต้องหา Core Solution ที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุน” เอนีสกล่าว

เอนีส ตียาสิริ
Head of Southeast Asia and India Intermediaries,J.P. Morgan Asset Management
การก้าวสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ของทั้ง 2 บลจ.ที่เริ่มจากโจทย์นักลงทุนไทย
แม้การร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่าง KAsset และ J.P. Morgan Asset Management จะเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปี 2024 และกำลังเข้าสู่ปีที่ 3 แต่รากฐานของความร่วมมือนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากศูนย์ ทั้งสองบลจ.มีประสบการณ์ทำงานร่วมกันมาก่อนหน้านั้นยาวนานกว่า 10 ปี ทำให้ทีมของทั้งสองฝ่ายเข้าใจวิธีคิดและวิธีทำงานของกันและกันมากขึ้น
“เราทำงานร่วมกันมานานมาก ผ่านหลายสถานการณ์ หลายวิกฤต และหลายวัฏจักรตลาด เราจึงรู้วิธีทำงานของกันและกันค่อนข้างดี สำหรับผม ความร่วมมือนี้จึงค่อนข้างเป็นธรรมชาติมาก” เอนีสกล่าว
วินระบุว่าสายสัมพันธ์ที่ยาวนานนำไปสู่วิสัยทัศน์ร่วมกันในการยกระดับมาตรฐานการลงทุน โดย KAsset มุ่งผสานความเชี่ยวชาญในไทยเข้ากับระดับสากล เพื่อออกแบบและบริหารพอร์ตระดับโลกที่ตอบโจทย์นักลงทุนไทยอย่างแท้จริง
“หากเพียงนำกองทุนต่างประเทศมาเสนอขายแบบเดิม (Feeder Fund) KAsset จะขาดความเชี่ยวชาญในการออกแบบและบริหารพอร์ตระดับสากล ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งเป้าสองประการ คือ การสร้าง Core Portfolio ที่กระจายการลงทุนทั่วโลกให้คนไทย และการผสานศักยภาพระหว่างพาร์ตเนอร์ระดับโลกกับทีมงานที่เชี่ยวชาญตลาดไทยของ KAsset” วินกล่าว
ในฝั่งเอนีสนั้นเน้นย้ำว่า โซลูชันคือหัวใจสำคัญในโลกการลงทุนยุคใหม่ที่เปลี่ยนจากการจัดสัดส่วนสินทรัพย์แบบเดิมไปสู่การตั้งคำถามที่ลึกซึ้งถึงเป้าหมายชีวิต ระดับความเสี่ยง และระยะเวลาการลงทุนของลูกค้า
ก้าวข้ามความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์สู่ความร่วมมือสร้างระบบพอร์ต
เอนีสและวินเห็นตรงกันว่าความร่วมมือนี้พิเศษกว่าการสร้างผลิตภัณฑ์หรือนำเข้ากองทุนทั่วไป แต่เป็นการผนึกกำลังสร้างระบบบริหารพอร์ตที่ครอบคลุม ตั้งแต่วางกลยุทธ์จัดสรรสินทรัพย์ วิจัยร่วมกัน ไปจนถึงการปรับพอร์ตตามสภาวะตลาด
“ความร่วมมือทั่วไประหว่างบลจ.ไทยและต่างประเทศมักเป็นเพียง ความร่วมมือเพื่อที่จะนำผลิตภัณฑ์ต่างประเทศมาขาย แต่สิ่งที่เราทำนั้นก้าวข้ามไปสู่ ความร่วมมือในเชิงกลยุทธ์ที่ไม่ใช่แค่การออกกองทุนใหม่ แต่เราพัฒนากองทุน Core Portfolio ร่วมกัน ทั้งการบริหาร การแชร์มุมมอง และการวางกระบวนการลงทุน เพื่อสร้างระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง” วิน อธิบาย
เอนีสกล่าวว่า “สิ่งที่เราพยายามสร้างคือ ระบบเครือข่ายของการบริการลูกค้าด้วย Solution ใหม่ เพราะไม่ใช่แค่ลูกค้ารายบุคคลที่ต้องเข้าใจ แต่ RM หรือ ผู้แนะนำการลงทุนของธนาคาร ซึ่งเป็นคนที่ต้องพบกับลูกค้าจริง ๆ ก็ต้องมีคุณภาพของคำแนะนำที่ดีขึ้นด้วย”
ทั้งนี้ วินเน้นว่าต้องให้ความรู้นักลงทุนควบคู่กับการบริหารพอร์ต เพื่อลดความผิดพลาดจากความผันผวน โดยความร่วมมือนี้จะสร้างระบบที่ช่วยให้นักลงทุนไทยคว้าโอกาสระดับโลกได้อย่างยั่งยืน
Global Strength+Local Expertise = พอร์ตโลกที่ออกแบบให้เหมาะกับคนไทย
อย่างที่กล่าวไป ความร่วมมือนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับความเข้าใจเชิงลึกในตลาดไทย เพื่อออกแบบพอร์ตที่ตอบโจทย์บริบทและพฤติกรรมเฉพาะของนักลงทุนไทย ไปพร้อมๆกับการพัฒนาขีดความสามารถใหม่ๆ ให้กับองค์กร
“ในอดีต KAsset เชี่ยวชาญในสินทรัพย์ไทยเป็นหลัก แต่การสร้างพอร์ตระดับโลกต้องเรียนรู้ควบคู่กับการปรับให้เข้ากับนักลงทุนไทย เปรียบเสมือน KAsset ที่เป็นนักฟุตบอลไทยที่มุ่งมั่นพัฒนาทีมให้ก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลระดับโลกในอนาคต” วินกล่าว

ฝั่งเอนีสก็มองว่าความร่วมมือกับ KAsset คือการปรับความเชี่ยวชาญระดับโลกให้เข้ากับบริบทไทย เพราะธุรกิจการเงินต้องอาศัยความเชื่อมั่นและความเข้าใจลูกค้าที่ตรงจุด ซึ่งไม่สามารถลอกเลียนแบบจากตลาดอื่นได้ทันที

J.P. Morgan Asset Management มีความเชี่ยวชาญระดับโลก แต่ในธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์การเงิน ความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญมาก KAsset มีความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในตลาดไทย และเข้าใจลูกค้าไทยอย่างลึกซึ้ง นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้มีความหมาย
เอนีส ตียาสิริ
Head of Southeast Asia and India Intermediaries,
J.P. Morgan Asset Management
เรียกได้ว่าความร่วมมือนี้มุ่งเชื่อมโยงนักลงทุนไทยสู่โอกาสระดับโลก โดยผสานความเข้าใจทั้งตลาดสากลและตลาดท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
Research และ Process ความสบายใจที่ไม่ได้มาจากคำมั่น แต่มาจากระบบ
ความร่วมมือนี้สร้างผลงานเป็นรูปธรรมที่น่าภูมิใจและกลายเป็นบรรทัดฐานของอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการทำวิจัยและออกแบบพอร์ตที่เข้มแข็งเพื่อการลงทุนระยะยาว แทนการพึ่งพามุมมองตลาดระยะสั้น ชิ้นงานหลักคือบทวิจัย “KAsset Capital Market Assumptions” (KCMA) ที่ KAsset และ J.P. Morgan Asset Management ร่วมกันพัฒนาจากฐานข้อมูลและสมมติฐานที่เป็นระบบ
“KCMA ต่อยอดจาก Long-Term Capital Market Assumptions ของ J.P. Morgan Asset Management ที่สั่งสมประสบการณ์กว่า 30 ปี โดยวิเคราะห์ผลตอบแทน ความเสี่ยง และความสัมพันธ์ของกว่า 200 สินทรัพย์ทั่วโลกในกรอบ 10-15 ปี เพื่อสร้างโซลูชันระยะยาวให้คนไทยบนฐานงานวิจัยที่เข้มข้น ซึ่งในปีแรกที่ทำงานร่วมกับ KAsset เรามีการแลกเปลี่ยนความรู้อย่างหนักจากทีมงานของทั้งสองบริษัทกว่า 40 คน โดยใช้เวลาเตรียมการกว่า 300 ชั่วโมงจนสำเร็จเป็นบทวิจัยฉบับนี้” เอนีส กล่าว

สำหรับวินแล้ว KCMA คือการสร้างความชำนาญใหม่ให้ KAsset จากบลจ.ที่เชี่ยวชาญรายสินทรัพย์ ไปสู่บลจ.ที่เชี่ยวชาญด้านการจัดพอร์ตมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมี Know the Markets บทวิเคราะห์เจาะลึกเศรษฐกิจโลกและ Asset Allocation รายไตรมาสที่ช่วยให้ผู้แนะนำการลงทุนสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อประเมินและรับมือสถานการณ์โลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์นักลงทุนรายบุคคลที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและข้อมูล
“เวลาเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น การเมือง เศรษฐกิจ หรือภัยธรรมชาติ เราจะมาประชุมกันทันที ประเมินสถานการณ์และผลกระทบกับพอร์ตลงทุน ถ้าต้องปรับพอร์ตก็ปรับทันที ถ้าเป็นผู้ลงทุนรายบุคคล ตื่นเช้ามาอ่านข่าว เขาอาจตัดสินใจผิดทางก็ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือใช้ทีมงานดูแลพอร์ตให้ใกล้ชิดกว่า และปรับได้อย่างเป็นระบบมากกว่า” วินกล่าว
ดังนั้นความมั่นใจที่ KAsset และ J.P. Morgan Asset Management ต้องการมอบให้นักลงทุนนั้น มาจากการที่เบื้องหลังพอร์ตมี งานวิจัย ข้อมูล ทีมงาน และกระบวนการตัดสินใจที่ทำงานต่อเนื่องอยู่เสมอ
Core Portfolio: ฐานหลักที่ช่วยให้นักลงทุนอยู่ในตลาดได้ในระยะยาว
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านงานวิจัยและกระบวนการเข้มแข็ง นักลงทุนจะสามารถสร้าง Core Portfolio เพื่อเป็นฐานการลงทุนระยะยาวได้ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบเพื่อให้พอร์ตพร้อมรับมือกับทุกสภาวะความผันผวน
วินอธิบาย“ถึงแนวคิด Core Portfolio ว่าคือการมีเงินก้อนหลักประมาณ 70-80% กระจายลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลกเพื่อให้เติบโตอย่างมั่นคง ส่วนอีก 20-30% จัดเป็น Satellite Portfolio ลงทุนในธีมหรือสินทรัพย์ที่หวือหวาขึ้น วิธีนี้ช่วยลดผลกระทบต่อพอร์ตโดยรวมหากการลงทุนเฉพาะทางเกิดข้อผิดพลาดหรือไม่เป็นไปตามคาด”

Core Portfolio เหมือนนักเรียนกลางห้องที่ไม่เคยได้ที่ 1 แต่ไม่เคยรั้งท้าย เพราะมีการกระจายความเสี่ยงเพื่อความอยู่รอดระยะยาวมากกว่ากำไรระยะสั้น ซึ่งในระยะ 10 ปี ผลลัพธ์จะขยับขึ้นสู่กลุ่มบนได้ เพราะไม่มีสินทรัพย์ใดชนะหรือแพ้ตลอดกาล
วิน พรหมแพทย์, CFA
ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
ทำให้เห็นว่า Core Portfolio ช่วยลดปัญหาด้านการจัดสรรเงินก้อนหลักอย่างเป็นระบบ ไม่ยึดติดกับธีมหรือประเทศใดมากเกินไป วิธีนี้ช่วยลดการใช้ความรู้สึกตัดสินใจท่ามกลางความผันผวนของตลาด
วินเสริมว่า KAsset ได้ต่อยอดแนวคิด Core Portfolio ผ่านโซลูชันการลงทุน ผ่านกองทุน K-WealthPLUS Series ซึ่งเป็นพอร์ตหลักที่กระจายการลงทุนทั่วโลก พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลทั้งการจัดพอร์ต และการปรับสมดุลอย่างเป็นระบบ
Product Focus สู่ Goal Focus ปลายทางคือ Wealth และ Retirement Solution
หาก Core Portfolio คือคำตอบของการจัดวางเงินลงทุนในวันนี้ ปลายทางที่ KAsset และ J.P. Morgan Asset Management มองไกลกว่านั้น คือการทำให้การลงทุนไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “ควรซื้อกองทุนอะไร” แต่เริ่มจากคำถามว่า “เงินก้อนนี้มีเป้าหมายอะไรในชีวิต”
เอนีสชี้ว่าตลาดไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การลงทุนแบบที่เน้นเป้าหมายชีวิต (Goal Focus) เช่น การเกษียณ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มโลกที่เน้นจัดพอร์ตตามระยะเวลาและความเสี่ยงที่เหมาะสม พร้อมระบุว่าการลงทุนต่างประเทศเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ อย่าง AI หรือ New Economy ในระดับสากล

“การกระจายการลงทุนไปทั่วโลกจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น หากต้องการให้พอร์ตมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโลกในระยะยาว” เอนีส กล่าว
KAsset เชื่อมการลงทุนกับเป้าหมายการออมเพื่อเกษียณ โดยวินเผยว่าได้นำแนวคิดกองทุน K-WealthPLUS Series มาพัฒนาโซลูชัน Life Path สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ปรับลดความเสี่ยงอัตโนมัติทุกปีตามอายุและเดือนเกิดของสมาชิก

ปัจจุบันนายจ้างกว่า 300 ราย และสินทรัพย์กว่า 4,000 ล้านบาท ได้ย้ายมาใช้แนวทางนี้ ซึ่งวินมองว่าสะท้อนความสำเร็จของ Core Portfolio ในการต่อยอดสู่ระบบการลงทุนเพื่อการเกษียณที่ใช้งานได้จริง
“เราภูมิใจที่ได้ดูแลทั้งลูกค้ากองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนไทยมีเงินพอใช้หลังเกษียณ เป้าหมายต่อไปคือการเป็น No.1 Retirement Solution ที่ดูแลอย่างเป็นระบบร่วมกับ J.P. Morgan Asset Management ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงานไปจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต” วินกล่าว
จาก ปัญหาเรื่องพอร์ตกระจุกตัว สู่ Core Portfolio ที่ช่วยให้ลงทุนได้ยาวขึ้นด้วยงานวิจัยและกระบวนการระดับโลก จนถึงโซลูชันเพื่อการเกษียณ ความร่วมมือนี้จึงเป็นการวางระบบการลงทุนระยะยาวที่เข้าใจทั้งตลาดโลก นักลงทุนไทย และเป้าหมายชีวิตอย่างแท้จริง
หมายเหตุ: โฆษณาของบลจ.กสิกรไทยนี้อาจอ้างอิงข้อมูลที่ J.P. Morgan Asset Management เผยแพร่โดยทั่วไป มิได้จัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะหรือเป็นการให้คำแนะนำการลงทุน / ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน /ข้อมูลเพิ่มเติม www.kasikornasset.com

