วานนี้ (25 ตุลาคม) สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) จัดเวทีเสวนาเนื่องในวาระครบรอบ 22 ปี เหตุการณ์โศกนาฏกรรมตากใบ ภายใต้หัวข้อ ‘ตากใบ…บทเรียนแห่งความสูญเสียและความรับผิดชอบ’ โดยมีตัวแทนครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับผลกระทบ เครือข่ายทนายความ นักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนนักการเมืองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมงาน อาทิ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ, พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา อดีต สส.บัญชีรายชื่อ, อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ อดีต สส.ยะลา และประธานมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม
ไฮไลต์สำคัญของการเสวนาเกิดขึ้นเมื่อ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคดีลอบยิงถล่มตนเอง ซึ่งสร้างความสนใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวกับกระบวนการตรวจสอบคดีตากใบในอดีต
กมลศักดิ์ ระบุว่า ทุกวันที่ 25 ตุลาคมของทุกปี คือวันรำลึกถึงคดีตากใบที่สังคมต้องไม่ลืม แต่อีกเรื่องที่ตนไม่เคยคาดคิดมาก่อนคือเหตุการณ์ลอบยิงตนเอง ซึ่งขณะนี้มีการจับกุมผู้ก่อเหตุไปแล้วทั้งสิ้น 7 คน (รวมผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 คน) โดยอัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 คน ส่วนผู้ที่ถูกควบคุมตัวอยู่มี 6 คน และคดีเตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลในช่วงกลางเดือนมกราคมที่จะถึงนี้
ประเด็นที่น่าตกใจคือ กมลศักดิ์เปิดเผยว่า หนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่ให้ยืมรถในการก่อเหตุ มีความเชื่อมโยงกับคดีตากใบ โดยเมื่อตรวจสอบจากรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการคดีตากใบ ในช่วงที่ตนทำหน้าที่เป็นประธาน พบว่าบุคคลดังกล่าวเคยเดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการในฐานะตัวแทนจาก กอ.รมน. เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568
“หนึ่งในคนที่โดนในคดีที่ถูกยิงตนนั้น มีชื่อปรากฏขึ้น เราก็ย้อนกลับไปค้นดู ไปตรวจสอบดู ก็พบว่า เขาเคยมาพบตนในเรื่องคดีตากใบ” กมลศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ ความเชื่อมโยงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคดีตากใบและคดีลอบยิงนักการเมืองในพื้นที่ ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดถึงมูลเหตุจูงใจและเบื้องหลังของเหตุการณ์ ก่อนที่คดีจะเข้าสู่ชั้นศาลในเดือนมกราคมนี้


