ญี่ปุ่นกำลังผลักดันให้คณะทำงานดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force: FATF) ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลอาชญากรรมทางการเงินระดับโลก ถอดเมียนมาออกจากบัญชีดำ (Blacklist) เพื่อยกเลิกข้อกำหนดที่บังคับให้ประเทศสมาชิกต้องใช้มาตรการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินกับเมียนมาอย่างเข้มงวด (Enhanced Due Diligence)
เมียนมาถูกจัดอยู่ในบัญชีดำของ FATF มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 หลังเหตุการณ์รัฐประหารและสงครามกลางเมือง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาการค้ายาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scam Centers) ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยปัจจุบันประเทศที่ติดบัญชีดำมีเพียงเมียนมา อิหร่าน และเกาหลีเหนือเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า บางประเทศเริ่มกลับมาปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาและฟื้นสัมพันธ์ทางการทูต (Re-Engagement) หลังจากโดดเดี่ยวมานาน โดยมีรายงานว่า ชาติมหาอำนาจในเอเชียอีกแห่งก็ร่วมผลักดันเรื่องนี้ ขณะที่สหรัฐฯ เองก็เพิ่งเปิดการเจรจาตรงระดับสูงกับเมียนมา ซึ่งตามมาด้วยการหารือลับที่โตเกียวเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ทำไมญี่ปุ่นถึงพยายามเอา ‘เมียนมา’ ออกจากแบล็กลิสต์?
สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลญี่ปุ่นผลักดันประเด็นนี้ เนื่องมาจากต้องการคุ้มครองและอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนญี่ปุ่น ขณะนี้บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นยังคงมีฐานธุรกิจและการลงทุนขนาดใหญ่ในเมียนมา แม้บริษัทชาติตะวันตกจำนวนมากจะถอนตัวออกไปหลังการรัฐประหารปี 2021 การถอดออกจากบัญชีดำจะช่วยลดอุปสรรคและขั้นตอนการตรวจสอบทางการเงินที่ยุ่งยาก ทำให้ภาคธุรกิจญี่ปุ่นดำเนินธุรกรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น
อีกทั้งยังเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเมียนมา ทางการญี่ปุ่นเชื่อว่าการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินของ FATF จะช่วยเปิดทางให้ประเทศต่างๆ กลับมาทำธุรกิจกับเมียนมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเมียนมา
นอกจากนี้ยังเป็นการดึงเมียนมากลับเข้าสู่ความสัมพันธ์สากล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางการทูตของญี่ปุ่นและบางประเทศ ที่ต้องการลดการโดดเดี่ยวและดึงรัฐบาลทหารเมียนมากลับเข้าสู่ระบบการค้าและความร่วมมือทางการทูตระดับสากลอีกครั้ง ภายหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นเผชิญกับคำถามและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ เนื่องจากเมียนมาภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารยังคงมีปัญหาด้านการฟอกเงิน เครือข่ายการเงินผิดกฎหมาย ศูนย์คอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติตามแนวชายแดน ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เมียนมายังไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินอย่างเพียงพอ
ภาพ: Rie Kikuchi / Pool / Reuters, Thinh Tien Nguyen / File Photo
อ้างอิง:

