×

ITD ประกาศงบปี 66 ขาดทุน 1,072 ล้านบาท พร้อมงดจ่ายปันผล ด้านผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นงบการเงิน ทำหุ้นโดนแขวน SP

29.03.2024
  • LOADING...
ITD ขาดทุน

ITD แจ้งรายได้รับเหมาก่อสร้างปี 2566 ที่ 56,936 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 2,719 ล้านบาท ขาดทุน 1,072 ล้านบาท ฟากผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นงบการเงินสถานการณ์จากความไม่แน่นอนของการดำเนินงาน

 

นิจพร จรณะจิตต์ กรรมการรองประธานบริหารอาวุโส บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ หรือ ITD แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลประกอบการของบริษัทปี 2566 มีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 1,072 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนเป็นจำนวน 3,686 ล้านบาท

 

สำหรับในปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ 56,936 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 2,719 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการก่อสร้างของโครงการที่ใกล้แล้วเสร็จ รวมถึงการปรับปรุงรายได้จากการให้บริการก่อสร้าง เนื่องจากต้นทุนในการให้บริการรับเหมาก่อสร้างบางรายการยังไม่ส่งมอบบริการให้แก่ลูกค้า ทำให้ยังไม่สามารถรับรู้เป็นรายได้จากการให้บริการก่อสร้างได้ และปรับปรุงต้นทุนดังกล่าวเป็นสินทรัพย์ต้นทุนการทำงานให้เสร็จสิ้นตามสัญญา ส่วนรายได้จากการขายและให้บริการลดลง 986 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลดลงของรายได้จากการให้บริการโครงการเหมืองแร่

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

ส่วนกำไรขั้นต้น 3,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2566 เท่ากับ 6.26% เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 4% เนื่องจากกำไรที่เพิ่มขึ้นของบริษัทย่อยบางแห่ง รวมถึงการลดลงของผลขาดทุนจากการให้บริการก่อสร้างในต่างประเทศ

 

ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน

 

จากงบการเงินปี 2566 ทางผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทได้ตรวจสอบและรับรองงบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการของกลุ่มบริษัทและบริษัท โดยไม่แสดงความเห็นด้วยเหตุที่ได้พิจารณาถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานต่อเนื่องของกลุ่มบริษัทและบริษัท โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

 

โดยตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 1.2 ระบุว่า สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 กลุ่มบริษัทและบริษัทมีขาดทุนหลังภาษีจำนวน 421.54 ล้านบาท และ 194.87 ล้านบาท ตามลำดับ และมีขาดทุนสะสมจำนวน 6,426.67 ล้านบาท และ 5,390.66 ล้านบาท ตามลำดับ (ปี 2565: 4,475.58 ล้านบาท และ 3,622.58 ล้านบาท ตามลำดับ) อีกทั้งมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 26,711.54 ล้านบาท และจำนวน 29,977.68 ล้านบาท ตามลำดับ

 

ซึ่งหนี้สินหมุนเวียนส่วนใหญ่ประกอบด้วยเงินกู้ยืมระยะสั้นจากตั๋วสัญญาใช้เงินและ Trust Receipt (T/R) / Letter of Credit (L/C) รวมทั้งเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่ถูกจัดประเภทเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น หุ้นกู้และหุ้นกู้ที่ถูกจัดประเภทเป็นหุ้นกู้ที่จะถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 

 

โดย ณ วันที่ 31ธันวาคม 2566 บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ในเรื่องการดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งคำนวณจากงบการเงินรวมที่ถูกกำหนดไว้ในสัญญาเงินกู้กับสถาบันการเงินบางแห่ง จากการผิดเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ดังกล่าวข้างต้น สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ยืม โดยธนาคารไม่ได้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว 

 

นอกจากนี้บริษัทยังได้รับหนังสือจากสถาบันการเงินให้ความยินยอมและผ่อนผันเงื่อนไขในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 และ 18 มีนาคม 2567

 

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่ากลุ่มบริษัทและบริษัทอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามแผนการดำเนินงานธุรกิจและกลยุทธ์ทางการเงิน เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่ากลุ่มบริษัทและบริษัทจะมีสภาพคล่องอย่างเพียงพอและมีความสามารถในการชำระหนี้เมื่อครบกำหนด รวมถึงดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยในด้านสภาพคล่องของกลุ่มบริษัทและบริษัทขึ้นอยู่กับการเรียกใช้สิทธิในการเรียกให้ชำระคืนเงินกู้ยืมของธนาคารและหุ้นกู้ ความสำเร็จในการดำเนินการตามแผนดังกล่าว การจัดหาแหล่งเงินทุนอื่นเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการดำเนินงาน การปรับปรุงแผนธุรกิจและการดำเนินงานในอนาคต ไปจนถึงความสามารถในการจ่ายชำระเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ได้ตามวันครบกำหนดใหม่

 

รวมทั้งการสนับสนุนของวงเงินสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง และการเจรจาเรียกเก็บเงินค่าก่อสร้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการลงทุนในหลายโครงการ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวข้างต้นแสดงถึงความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญหลายประการ ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กันและมีความเป็นไปได้ที่จะมีผลกระทบต่องบการเงินเพิ่มขึ้น จนเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของกลุ่มบริษัทและบริษัท

 

บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า การที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการของกลุ่มบริษัทและบริษัทสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31ธันวาคม 2566 ไม่ได้มีสาเหตุจากการถูกจำกัดขอบเขตโดยผู้บริหารหรือผิดมาตรฐานการบัญชีไทย แต่เกิดจากผลกระทบต่อความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญตามสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น

 

มั่นใจมีความสามารถในการรับงาน

 

บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนการธุรกิจและกลยุทธ์ทางการเงิน เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่ากลุ่มบริษัทและบริษัทจะมีสภาพคล่องอย่างเพียงพอ และมีความสามารถในการชำระหนี้เมื่อครบกำหนดและดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้

 

  1. เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 บริษัทได้จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่ ITD242A, ITD24DA, ITD254A, ITD266A และ ITD24DB ซึ่งมียอดเงินต้นค้างชำระรวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 14,445 ล้านบาท โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้มีมติอนุมัติให้บริษัทขยายวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้แต่ละรุ่นออกไปอีก 2 ปีนับจากวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้เดิม รวมถึงเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ตามที่ได้กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินรวมข้อ 49.1 

 

ทั้งนี้ เมื่อมีการขยายวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้แต่ละรุ่นออกไปอีก 2 ปีนับจากวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้เดิมแล้ว หนี้สินหมุนเวียนของบริษัทที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปีในไตรมาส 1 ของปี 2567 จะลดลง

 

นอกจากนี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่นได้มีมติอนุมัติผ่อนผันการดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดสิทธิ โดยให้มีผลตั้งแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี 2566 จนถึงวันสิ้นสุดรอบปีบัญชี 2568 และผ่อนผันให้ผู้ออกหุ้นกู้ดำเนินการเจรจาหรือเข้าทำสัญญาใดๆ กับเจ้าหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ โดยไม่ถือเป็นเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ

 

  1. บริษัทได้ขอผ่อนผันเงื่อนไขเกี่ยวกับการดำรงสัดส่วนทางการเงินกับสถาบันการเงินบางแห่ง และได้รับการผ่อนผันการปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวจากธนาคารแล้ว โดยบริษัทได้รับหนังสือแจ้งอนุโลมการปฏิบัติเงื่อนไขดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 และ 18 มีนาคม 2567 ตามที่ได้กล่าวถึงในหมายเหตุประกอบงบการเงินรวมข้อ 49.2 ซึ่งจากการที่ไม่สามารถดำรงสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นดังกล่าว สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ยืม แต่สถาบันการเงินไม่ได้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว

 

ดังนั้นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องการดำรงสัดส่วนทางการเงินดังกล่าว จึงไม่เป็นเหตุให้บริษัทปฏิบัติผิดเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงินกับสถาบันการเงิน 

 

อนึ่ง บริษัทมีแนวทางในการจัดการปัญหาการขาดสภาพคล่อง โดยบริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการเจรจาข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้ธนาคารหลัก เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านสินเชื่อทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันบริษัททยอยได้รับสินเชื่อมาบางส่วนแล้ว และคาดว่าบริษัทและกลุ่มเจ้าหนี้ธนาคารหลักจะตกลงเรื่องสัญญาการให้สินเชื่อจนเสร็จสิ้นเรียบร้อย เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องต่อไป

 

  1. บริษัทอยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนระบบการทำงานและระบบควบคุม เพื่อลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันและมีกำไรจากผลการดำเนินงาน โดยมีการกำหนดเป้าหมายชัดเจนและมีการรายงานผลประจำทุกเดือน ทั้งยังมีแผนการขายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ในการดำเนินงาน เพื่อลดภาระหนี้ของบริษัท

 

  1. บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพและโอกาสที่จะได้รับงานโครงการก่อสร้างขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่ทางภาครัฐและเอกชนอยู่ระหว่างการประกาศจัดซื้อจัดจ้างเป็นจำนวนมาก ได้แก่ งานสร้างถนน, ทางด่วน, รถไฟรางคู่, รถไฟความเร็วสูง, การขยายสนามบินทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดหลัก เช่น เชียงใหม่, ภูเก็ต และกระบี่ 

 

เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์และผลงานในอดีตที่สามารถแข่งขันได้ทุกประเภท ดังนั้นบริษัทจึงเชื่อมั่นว่า หากบริษัทได้รับงานโครงการก่อสร้างจากภาครัฐและภาคเอกชนดังกล่าว บริษัทก็จะสามารถสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย SP, CS หลักทรัพย์ของ ITD กรณีผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

X
Close Advertising