×
Menu
285883

Chapter Two การกลับมาพบกันอีกครั้งของแก๊งลูสเซอร์และตัวตลกสุดโหด หลังเวลา 27 ปีผ่านไป

10.09.2019
  • LOADING...
It: Chapter Two

(มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์)

*แนะนำว่าใครคิดจะไปดู It: Chapter Two ให้ลองไปหา It (2017) มาดู เพื่อปูพื้นฐานปมความขัดแย้ง ความน่ากลัว ลึกลับที่ ‘แก๊งลูสเซอร์’ ต้องเจอเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะลงลึกไปกับเรื่องราวเต็มๆ ในวันที่พวกเขาต้องกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เมื่อ เจ้าปีศาจตัวตลก เพนนีไวส์ กลับมาสร้างความสยองขวัญอีกครั้งที่เมืองเดอร์รี บ้านเกิดของพวกเขา

 

จากคำพูดเดิม “ไปฆ่าเจ้าตัวตลกกัน” ที่ ริชชี โทเซอร์ (บิล ฮาร์ดเดอร์) เคยพูดเอาไว้ในภาคแรก และต้องการหยุดวงการถูกไล่ล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้จบลงเสียที 

 

นอกจากปิดบัญชีแค้น ใน It: Chapter Two จะตัดสลับพาคนดูย้อนไปดูช่วงความทรงจำเลือนลางของสมาชิกแก๊งลูสเซอร์ในช่วงวัยรุ่น ที่ทุกคนต้องแยกย้ายเก็บเกี่ยวเรื่องราวและ ‘สิ่งของ’ ที่ยังฝังใจ เพื่อนำมาใช้จัดการกับ ‘มัน’ ให้ได้ 


ซึ่งการเดินทางของแก๊งลูสเซอร์ ไม่เพียงแค่ทำเพื่อเอาชนะปีศาจตัวตลก แต่ยังหมายถึงการปลดปล่อยและเอาชนะ ‘ความกลัว’ ที่ซ่อนตัวลึกอยู่ในหัวใจของแต่ละคนไปพร้อมๆ กัน 

 

It: Chapter Two




ภาพรวมที่เกิดขึ้นถือว่า It: Chapter Two ทำหน้าที่ของหนัง ‘สยองขวัญ’ ได้ตามมาตรฐาน ทั้งความน่ากลัว สยดสยอง สั่นประสาท และการยิงฉาก Jumpscare ออกมาเป็นระยะ ที่ทำได้ลื่นไหล จนเมื่อเผลอยกนาฬิกาขึ้นมาดู ปรากฏว่า เรานั่งกดกลั้นความกลัวเอาไว้เป็นเวลา 2 ชั่วโมงกว่า (หนังยาวเกือบ 3 ชั่วโมง) โดยไม่รู้ตัว

 

ก่อนที่ในช่วงท้ายของภาพยนตร์ ที่บางช่วงก็เหมือนเปลี่ยนโทนกลายเป็นหนังแอ็กชันผจญภัยมากกว่าสยองขวัญ ความน่ากลัวของ เพนนีไวส์ เปลี่ยนจากการทำให้เราลุ้นอยู่ตลอดเวลาเพราะความลึกลับ มาเป็นทำให้ลุ้นให้แก๊งลูสเซอร์เอาชีวิตรอดจากการผจญภัยผ่านด่านของแต่ละคนมากกว่า 

 

อีกหนึ่งจุดที่รู้สึกได้จาก It: Chapter Two คือเหมือนว่าระยะเวลา 27 ปีที่ผ่านไปในหนัง จะทำให้สมาชิกแก๊งลูสเซอร์เติบโตขึ้นเพียงแค่ตัว หน้าที่การงาน และสถานะ แต่ความคิดหลายๆ อย่าง พวกเขายังเป็นเหมือนแก๊งเด็กน้อยที่หลายครั้งก็อ่อนแอ หลายครั้งการตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในชั่ววูบ ที่ทำให้เราหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา 

 

ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนรู้สึกเทใจให้ It ภาคแรกมากกว่าภาคนี้ เพราะเรายังสามารถลุ้นและเอาใจช่วยแก๊งลูสเซอร์ได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นการตัดสินใจทั้งหมดของเด็กอายุ 10 กว่าขวบ แต่พอตัดภาพมาเป็นการตัดสินใจของผู้ใหญ่ น้ำหนักของการพยายามเอาใจช่วยพวกเขาลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

 

แต่ยังดีที่ความบกพร่องด้านตัวบทพอจะชดเชยได้ด้วยทีมนักแสดงที่มารับบทเป็นแก๊งลูสเซอร์ที่เติบโตขึ้น ทั้ง เจมส์ แม็กอะวอย ในบทเจ้าหนูติดอ่าง บิล ลีเบอร์เฮอร์, เจสสิกา เชสเทน ในบท เบฟเวอรี โรแกน สาวซ่าใจกล้าที่ซ่อนปมขัดแย้งไว้ลึกๆ, เจย์ ไรอัน ในบท เบน แฮนส์คอม เด็กอ้วนไร้ความมั่นใจ, บิล ฮาร์ดเดอร์ ในบท ริชชี โทเซอร์ เด็กเนิร์ดใส่แว่นติดตลก, ไอเซห์ มุสตาฟา ในบท ไมค์ แฮนลอน เด็กผิวสีที่ยึดติดกับอดีตอันขมขื่น, เจมส์ แรนโซน ในบทเด็กหัวรั้น เอ็ดดี้ คาสพาร์ก และ แอนดี้ บีน กับบทหนุ่มน้อยที่แสนเศร้า สแตนลี ยูริส 

 

ทุกคาแรกเตอร์ผ่านการแคสติ้งที่ถูกต้องทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่รูปร่างหน้าตาที่มีความคลับคล้ายคลับคลากับตัวละครวัยเด็กมาก ไปจนถึงการแสดงที่ทุกคนสามารถสื่อสารอารมณ์ทั้งหวาดกลัว สับสน เห็นแก่ตัว ฯลฯ ได้อย่างเด็ดขาดในทุกๆ การเคลื่อนไหว 

 

It: Chapter Two


และประเด็นสุดท้ายที่เราอยากพูดถึงคือ ถึงเสน่ห์ของแก๊งลูสเซอร์จะไม่ได้น่าเอาใจช่วยเหมือนเมื่อก่อน แต่สิ่งที่ แอนเดรส มัสเชียต ผู้กำกับจากภาคแรก ยังควรได้รับคำชื่นชมคือ การสร้างตัวตลก เพนนีไวส์ ที่ถอดความมาจากนวนิยายชื่อดังของ สตีเวน คิง ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

ทั้งการสร้างภาพลวงตาในส่วนลึกของสมองมนุษย์ ความน่ากลัวที่อยู่เหนือจินตนาการ สะกดทุกคนให้ลืมหายใจได้ในทุกๆ ครั้งที่ปรากฏตัว รวมทั้งมุกตลกร้ายเสียดสีสังคมที่สอดแทรกและช่วยสร้างบรรยากาศให้เราติดตามเรื่องได้ตลอด 2 ชั่วโมง 45 นาที

 

เหมือนอย่างที่บอกไปว่า มีหลายช่วงของหนังที่รู้สึกชวนหงุดหงิดไปบ้าง ก็ได้เจ้าตัวตลก เพนนีไวส์ นี่แหละ ที่เข้ามาช่วยเอาไว้ 

 

ตัวอย่างภาพยนตร์ It: Chapter Two

 

 

ตัวอย่างภาพยนตร์ It (2017)

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR