มาซูด เปเซซเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน แถลงยืนยันว่า อิหร่านยังคงยึดมั่นในสันติภาพระดับภูมิภาค แต่ย้ำชัดว่าสงครามจะยุติลงได้ก็ต่อเมื่อ ‘สิทธิอันชอบธรรม’ ของอิหร่านได้รับการยอมรับเท่านั้น
เปเซซเคียนระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ในวันนี้ (12 มีนาคม) หลังหารือกับผู้นำรัสเซียและปากีสถาน โดยย้ำทัศนะของอิหร่านว่า ความขัดแย้งครั้งนี้ถูก ‘จุดชนวนโดยระบอบไซโอนิสต์และสหรัฐฯ’ พร้อมยื่นเงื่อนไข 3 ข้อสู่ข้อตกลงสันติภาพ ได้แก่
1. การยอมรับ ‘สิทธิอันชอบธรรม’ ต่างๆ ของอิหร่านอย่างเป็นทางการ
2. การจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม หรือค่าชดเชยความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล
3. การให้หลักประกันระหว่างประเทศที่หนักแน่น เพื่อรับรองว่าจะไม่มีการรุกรานหรือการโจมตีอิหร่านเกิดขึ้นอีกในอนาคต
การประกาศจุดยืนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น เพื่อควบคุมวงจำกัดของความขัดแย้ง โดยรัสเซียยังคงรักษาช่องทางการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับผู้นำอิหร่าน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบ
ขณะนี้การสู้รบเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว โดยอิหร่านยังได้ส่งสัญญาณเตือนให้โลกเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันดิบ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ยังคงเดินหน้าโจมตีเรือพาณิชย์และ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก แม้ว่าสหรัฐฯ จะข่มขู่ แต่อิหร่านระบุว่าพร้อมจะโจมตีกองทัพเรือสหรัฐฯ หากมีการส่งเรือรบมาคุ้มกันเรือพาณิชย์ในช่องแคบนี้
ท่าทีและเป้าหมายของสหรัฐฯ และอิสราเอล
ท่าทีของพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคง ‘สวนทางกัน’ โดย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าสงครามอาจจบลง ‘ในเร็วๆ นี้’ เนื่องจากแทบไม่เหลือเป้าหมายให้โจมตีแล้ว และปฏิบัติการรุดหน้ากว่ากำหนดการมาก
ในขณะเดียวกัน รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กลับระบุว่าปฏิบัติการนี้ ไม่มีกรอบเวลาที่แน่นอน และจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ The Times of Israel เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ว่า การยุติสงครามครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจ ‘ร่วมกัน’ กับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะไม่ถอนตัวจากปฏิบัติการนี้ ‘เพียงฝ่ายเดียว’
นักวิเคราะห์มองว่า สหรัฐฯ ได้เปลี่ยนเป้าหมายจากความพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เพื่อนำเสรีภาพมาสู่อิหร่าน เป็น การทำลายโครงการนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ โดรน และกองทัพเรือของอิหร่าน เนื่องจากระบอบการปกครองเดิมไม่มีทีท่าว่าจะล่มสลาย และมีความเสี่ยงที่จะทำให้สหรัฐฯ ติดหล่มทำสงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน
หลังจากผู้นำสูงสุดคนก่อนเสียชีวิต อิหร่านได้แต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งถือเป็นการท้าทายสหรัฐฯ ที่พยายามเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางผู้นำใหม่ของอิหร่าน โดยนักวิจารณ์และวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ตราบใดที่ระบอบการปกครองของอิหร่านยังคงอยู่ พวกเขาจะสามารถกลับมาผลิตอาวุธและฟื้นฟูกองทัพได้ทันทีหลังการทิ้งระเบิดสิ้นสุดลง ซึ่งนั่นอาจนำสหรัฐฯ เข้าสู่วังวนของ ‘สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด’ (Endless war)
ภาพ: ROYAL THAI NAVY / Handout via Reuters
อ้างอิง:
- https://x.com/drpezeshkian/status/2031794088526168170?s=20
- https://caspianpost.com/iran/iran-s-president-sets-conditions-for-ending-war
- https://www.aljazeera.com/news/2026/3/11/trump-says-iran-war-to-end-soon-as-israel-claims-no-time-limit
- https://www.reuters.com/world/middle-east/combatants-mideast-war-trade-more-air-strikes-iran-clamps-down-dissent-2026-03-11/


