×

ใครคือผู้กุมอำนาจที่แท้จริง? เบื้องหลังความสับสนของนโยบายอิหร่านในยามสงคราม

09.03.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบ: สถานการณ์ความขัดแย้งและโครงสร้างอำนาจในอิหร่านยามสงคราม

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า อิหร่านตัดสินใจโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (Gulf States) โดยหวังให้ประเทศเหล่านี้ไปกดดันให้สหรัฐอเมริกา ให้ยุติการโจมตีในอิหร่าน แต่ผลกลับ ‘ตรงกันข้าม’ การกระทำดังกล่าวทำให้ประเทศในอ่าวอาหรับ รวมถึงอังกฤษและฝรั่งเศส หันมาร่วมมือทางการทหารและสนับสนุนสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่อง ‘ท่าทีที่สวนทางกันจากฝ่ายอิหร่าน’ โดยเฉพาะแนวทางนโยบายต่อประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง ก็ชวนให้นักวิเคราะห์ตั้งคำถามว่า ใครคือผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของอิหร่านในช่วงที่ประเทศเผชิญศึกสงครามและการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเช่นนี้

 

โดยท่าทีจากฟากฝั่งรัฐบาล มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่านได้ออกมากล่าวขอโทษประเทศเพื่อนบ้าน โดยอธิบายว่าอิหร่านไม่ได้มีเจตนาละเมิดอธิปไตยของประเทศเหล่านั้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือฐานทัพและศูนย์ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

 

ในทางกลับกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคง ได้ออกมาขู่ว่าอิหร่านจะโจมตีต่อไปอย่างหนักหน่วง หากประเทศในภูมิภาคยังปล่อยให้สหรัฐฯ หรืออิสราเอลใช้ดินแดน น่านฟ้า หรือฐานทัพของตนในการโจมตีอิหร่าน

 

โครงสร้างอำนาจที่แท้จริงในอิหร่าน

 

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความสับสนในการสื่อสารนี้ เป็นเพราะฝ่ายการเมือง เช่น ประธานาธิบดี มีหน้าที่บริหารงานทั่วไป แต่ในเรื่องยุทธศาสตร์ นโยบายต่างประเทศ และความมั่นคง อำนาจชี้ขาดที่แท้จริงอยู่ที่สำนักงานผู้นำสูงสุดและกองกำลัง IRGC โดยเฉพาะในยามสงคราม

 

แม้ประธานาธิบดีอิหร่านจะกล่าวขอโทษแล้ว แต่การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ ‘ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง’ ในหลายประเทศ เช่น ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ยูเออี บาห์เรน ซึ่งโรงผลิตน้ำจืดถูกโจมตี และคูเวต ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน

 

ท่าทีของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ และสหรัฐฯ

 

ปัจจุบันประเทศเหล่านี้สามารถสกัดกั้นการโจมตีของอิหร่านได้เป็นส่วนใหญ่ และแม้จะประณามว่าการกระทำของอิหร่านเป็น ‘ภัยคุกคามที่อันตราย’ แต่ก็ยังไม่ได้ใช้กำลังทหารตอบโต้อิหร่านโดยตรง เนื่องจากหลีกเลี่ยงการยกระดับความรุนแรงและผลกระทบทางการเมือง จากการถูกมองว่าร่วมมือกับอิสราเอลโจมตีชาติมุสลิมด้วยกัน

 

ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความโจมตีอิหร่านโดยตีความคำขอโทษของประธานาธิบดีอิหร่านว่าเป็น ‘การยอมแพ้’ แต่นักวิเคราะห์ฝั่งอิหร่านโต้แย้งว่า ข้อสรุปของทรัมป์นั้นไม่เป็นความจริง เพราะอิหร่านเพียงแค่เรียกร้องไม่ให้เพื่อนบ้านให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน

 

การแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่

 

อิหร่านได้แต่งตั้ง ‘โมจตาบา คาเมเนอี’ (Mojtaba Khamenei) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด เพื่อนำพาสาธารณรัฐอิสลามผ่านพ้นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 47 ปี โดยบรรดาผู้นำระดับสูง กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองทัพ ต่างรีบออกมาประกาศสนับสนุนผู้นำสูงสุดคนใหม่ทันที

 

นักวิเคราะห์เชื่อว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่น่าจะมีบทบาทสำคัญให้การลดทอนความสับสนในแนวทางการดำเนินนโยบาย รวมถึงกระชับแน่นโครงสร้างอำนาจต่างๆ ของอิหร่านอีกครั้ง ทั้งยังมองว่า การเลือกโมจตาบาขึ้นสู่อำนาจสะท้อนว่า ขั้วอำนาจฝ่ายสายแข็ง (Hardline) ยังคงคุมอำนาจเบ็ดเสร็จในโครงสร้างการปกครองของอิหร่าน และสัญญาณนี้บ่งชี้ว่า รัฐบาลอิหร่านอาจไม่มีความปรารถนาที่จะทำข้อตกลงหรือเจรจาใดๆ ในระยะสั้น ในขณะที่สงครามกำลังก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง

 

แฟ้มภาพ: Iran’s Presidential website / WANA (West Asia News Agency) / Reuters

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising