อีกหนึ่งไฮไลต์ในงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) คือการเปิดฉากการเสวนาวาระสำคัญในหัวข้อ ‘Financial Innovation via Intangible Assets: Unlocking Growth Through IP-Backed Finance’ มุ่งผลักดันการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เป็นหลักประกันระดมทุน หวังแก้ปัญหาช่องว่างทางการเงินและขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่
ประเด็นสำคัญ
ทางรอดใหม่ของ SMEs เปลี่ยน ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ ให้เป็นเงินทุน
ภายในวงเสวนามีผู้เชี่ยวชาญ คณะผู้บริหารระดับสูง และตัวแทนจากหน่วยงานการเงินชั้นนำทั่วโลกร่วมระดมสมอง เริ่มตั้งแต่ Antonio Ber และ Andrea Di Carlo รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (EUIPO) เปิดเผยว่า EUIPO ได้ยกระดับบทบาทจากหน่วยงานจดทะเบียน สู่การเป็นกลไกขับเคลื่อนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเต็มรูปแบบ
วิกฤต SMEs ยุโรป ขาดเงินทุนมหาศาลกว่า 3.6 แสนล้านยูโรต่อปี
พร้อมเผยข้อมูลจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) รายงานว่า ในปี 2025 การลงทุนในสินทรัพย์ไม่มีตัวตนทั่วโลกมีมูลค่าแตะระดับเกือบ 9 ล้านล้านยูโร โดยมีอัตราการเติบโตสูงกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีตัวตนถึง 3 เท่า
สะท้อนให้เห็นโลกการเงินกำลังเผชิญกับช่องว่างทางการเงินครั้งใหญ่ โดยผลการศึกษาของ EUIPO พบว่า ธุรกิจ SMEs ในสหภาพยุโรปขาดแคลนเงินทุนรวมกว่า 3.65 แสนล้านยูโรต่อปี ในจำนวนนี้ เป็นความต้องการเงินทุนของกลุ่มธุรกิจที่เน้นใช้ IP สูงถึง 7 หมื่น-1.5 แสนล้านยูโรต่อปี หากสามารถผลักดันกลไก IP-Backed Finance ได้เต็มประสิทธิภาพ จะช่วยปลดล็อกเงินทุนเข้าสู่ระบบได้สูงถึง 1.2 แสนล้านยูโรต่อปี
นอกจากนี้ รายงาน Draghi ปี 2024 ยังสะท้อนถึงวิกฤตเชิงโครงสร้างในยุโรปว่า แม้ยุโรปจะโดดเด่นด้านงานวิจัย แต่กลับล้มเหลวในการแปลงนวัตกรรมให้เป็นความเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้บริษัทระดับ Unicorn ในยุโรปเกือบ 30% ต้องตัดสินใจย้ายสำนักงานใหญ่ไปต่างประเทศเพื่อแสวงหาแหล่งเงินทุน
ด้วยเหตุนี้ สหภาพยุโรปจึงอยู่ระหว่างเร่งขับเคลื่อน European Innovation Act เพื่อสร้างกรอบการประเมินมูลค่า IP ส่วนกลาง ตามด้วยตลาดดิจิทัล และศูนย์ความเชี่ยวชาญด้าน IP Finance ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนในระบบได้อีก 1 หมื่นล้านยูโรต่อปี
ด้าน Sophia ผู้อำนวยการใหญ่ภาคการเงินของธนาคารโลก ย้ำเสริมว่า การปลดล็อก IP-Backed Finance มีความสำคัญมากต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลก ซึ่งสร้างการจ้างงานมากกว่า 50 ล้านคน และยังเป็นภาคส่วนที่มีสัดส่วนแรงงานคนรุ่นใหม่และผู้หญิงสูงที่สุดอีกด้วย
ทำไม ‘ทรัพย์สินทางปัญญา’ ยังไม่ถูกยอมรับในระบบธนาคารดั้งเดิม
ในการเสวนาช่วงแรก บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมวิเคราะห์ถึงอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ IP ยังไม่สามารถก้าวเข้าสู่ระบบการเงินได้อย่างเต็มตัว
โดย Nicholas Kalisperas จากสถาบันมาตรฐานการประเมินมูลค่าสากล (IVSC) กล่าวว่า ธนาคารส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในการจัดประเภท IP ให้เป็นสินทรัพย์ที่ระดมทุนได้ และยังขาดความโปร่งใสในกระบวนการประเมินมูลค่า
ขณะที่ Ambroise Fayolle รองประธานธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (EIB) อธิบายว่า แม้ EIB จะปล่อยกู้โครงการนวัตกรรมถึงปีละ 2 หมื่นล้านยูโร แต่ระบบธนาคารทั่วไปถูกออกแบบมาเพื่อรองรับหลักประกันกายภาพ จึงเป็นเรื่องยากในการประเมินมูลค่าบริษัทที่มีสินทรัพย์เป็นสิทธิบัตรหรือซอฟต์แวร์
รวมถึง Mahvash รองผู้อำนวยการฝ่ายยุโรปของ IMF ชี้ว่า ยุโรปมีช่องว่างด้านผลิตภาพที่โตช้ากว่าสหรัฐฯ เนื่องจากพึ่งพาระบบธนาคารเป็นหลัก จึงขาดเงินทุนเสี่ยงระยะยาว
เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคดังกล่าว ที่ประชุมได้เสนอแนวทางแก้ไขในหลายมิติ เริ่มตั้งแต่เสนอให้ดึงเงินออมเข้าสู่ตลาดทุนผ่านระบบ Opt-out อัตโนมัติของกองทุนบำเหน็จบำนาญ ยืดหยุ่นกฎระเบียบเพื่อให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้มากขึ้น รวมศูนย์โครงสร้างพื้นฐาน และใช้สถาบันการเงินภาครัฐช่วยลดความเสี่ยงเพื่อดึงดูดภาคเอกชน
พร้อมกันนี้ ยังผลักดันให้มีการบังคับใช้ IP Disclosure ให้บริษัทระบุมูลค่า IP ในงบการเงิน สร้างกรอบการประเมินที่ธนาคารใช้ได้จริง และแบ่งปันความเสี่ยงร่วมกับ EIF ขณะที่ IVSC ย้ำให้แยกกระบวนการประเมินมูลค่า IP ออกจากการอนุมัติสินเชื่อ พร้อมเร่งยกระดับทักษะผู้ประเมิน
รวมถึงยังนำเสนอความสำเร็จของเครื่องมือ Venture Debt/Quasi-equity ที่ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในยุโรปได้ถึง 30% และโครงการ ETCI ที่ช่วยสร้าง Unicorn ใหม่ได้ถึง 15 ราย พร้อมแนะผู้ประกอบการให้พัฒนาทักษะการเล่าเรื่องธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน
พาณิชย์เตรียมเปิด Sandbox นำร่องธุรกิจใช้ IP เป็นหลักประกัน
ขณะที่บทบาทของประเทศไทย ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันทรัพย์สินไม่มีตัวตน โดยเฉพาะ IP เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างมูลค่าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่การนำทรัพย์สินเหล่านี้มาใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งทุนยังมีข้อจำกัด
ทั้งในมิติด้านการประเมินมูลค่า IP การสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างเจ้าของสิทธิ สถาบันการเงิน และผู้ประเมินราคา ตลอดจนการนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อ ปัญหา ณ ปัจจุบันคือช่องว่างระหว่างมูลค่าของ IP กับการนำไปใช้ประโยชน์ในระบบการเงิน
ซึ่งสะท้อนโอกาสในการพัฒนากลไกให้ IP สามารถสร้างประโยชน์ต่อภาคธุรกิจได้มากขึ้น
ดร. กิริฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า ความท้าทายสำคัญทั้งของไทยและในระดับภูมิภาค คือการเชื่อมช่องว่างระหว่างการประเมินมูลค่า IP กับการจัดหาเงินทุน โดยมีหัวใจหลักคือการสร้าง ‘ระบบนิเวศการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา’ ที่ทำให้สินทรัพย์ไม่มีตัวตนสามารถประเมินมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือและนำไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้จริง
โดยประเด็นดังกล่าวสอดรับกับแนวนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการลดข้อจำกัด ปลดล็อกอุปสรรค และอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ พร้อมยกระดับบทบาทของ IP ให้เป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน
ภายใต้แนวทางดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงเร่งวางรากฐานระบบ IP Finance ของไทยใน 2 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประเมินมูลค่า IP โดยร่วมมือกับสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินในประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการประเมินมูลค่า IP ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากลภายในปี 2571 พร้อมทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อสร้างความเข้าใจและพัฒนากระบวนการรองรับ IP ในฐานะสินทรัพย์ทางธุรกิจ
และ 2. การจัดทำโครงการนำร่อง IP Finance Sandbox Thailand โดยนำผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประเมินมูลค่า และสถาบันการเงินมาร่วมทดลองและวางรากฐานการขับเคลื่อนระบบ IP Finance ของไทยผ่านกรณีศึกษาจริง เพื่อเรียนรู้และพัฒนาระบบให้สามารถขยายผลได้ต่อไป
นอกจากนี้ ดร. กิริฎา ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของไทยในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน พ.ศ. 2569-2573 (ASEAN Intellectual Property Rights Action Plan 2026-2030) ซึ่งมุ่งพัฒนากรอบการประเมินมูลค่า IP ระดับภูมิภาค และโครงการนำร่อง IP-backed Financing ในประเทศสมาชิกอาเซียน
รวมถึงการร่วมผลักดันร่างคู่มืออาเซียนเพื่อความเข้าใจรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับสถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วภูมิภาคในการวิเคราะห์และตรวจสอบรายงานประเมินมูลค่า IP ข้ามพรมแดน
ทั้งนี้ บรรยากาศการอภิปรายดังกล่าวดำเนินไปอย่างเข้มข้นและได้รับข้อมูลที่น่าสนใจจากทุกภาคส่วน โดยผู้ร่วมอภิปรายต่างเห็นพ้องร่วมกันว่า การพัฒนาระบบการเงินจากฐานทรัพย์สินทางปัญญาเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อนร่วมกัน ทั้งในด้านการสร้างมาตรฐานการประเมินมูลค่า IP ที่เป็นสากล การบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน และสร้างความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค

