×

อย่าโทรมาได้ไหม…หรือจะยอมเปิดใจคุย (เรื่องประ) กัน

17.06.2021
  • LOADING...
ประกัน

เคยเบื่อแค่ไหนเวลารับโทรศัพท์แล้วพบว่าเบอร์แปลกที่โทรมาเป็นเบอร์คนขายประกัน มีใครไหมที่เคยฟังคนขายประกันเสนอประกันจนจบ มีคนไหนบ้างที่โทรหาบริษัทประกันเพื่อขอทำประกันด้วยตนเอง

 

เหล่านี้เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าประกันชีวิตไม่ได้เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นคุณค่าและความสำคัญนัก สาเหตุหลักๆ น่าจะเพราะคนทั่วไปเห็นว่าการเก็บเงินเองและไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการทำประกันชีวิต ด้วยเหตุนี้รัฐจึงช่วยสร้างแรงจูงใจให้เราสามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้จำนวนหนึ่ง

 

วันนี้เราจะมาเปิดใจคุยกันว่า ประกันชีวิตมีแง่มุมอะไรที่น่าสนใจ 

 

หากจะคิดดูถึงหลักการบริหารเงินทั่วไปที่นักการเงินบอกว่า เราควรจะแบ่งเงินที่ได้มาเป็นสามส่วน ส่วนแรกคือเงินออม ส่วนที่สองคือเงินลงทุน และส่วนที่สามคือเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในแต่ละเดือน (ซึ่งรวมถึงเงินจ่ายหนี้ต่างๆ ด้วย) การทำประกันชีวิตจะถูกจัดอยู่ในหมวดเงินออม ไม่ใช่เงินลงทุน ฉะนั้นประกันชีวิตจึงไม่ได้จัดอยู่ในเงินที่ประเภทที่คุณจะต้องไปคิดว่าเงินส่วนนี้จะงอกเงยขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ในระยะเวลา 10-20 ปี เพราะมันไม่ใช่เงินลงทุนค่ะ มันคือเงินออมที่ไม่ใช่เงินฝากธนาคาร คุณต้องแยกมันออกมาให้เคลียร์ 

 

เงินประกันชีวิตส่วนใหญ่จะถูกกำหนดมาให้จ่ายเบี้ยประกันปีละเป็นจำนวนที่เท่าๆ กันทุกปี เป็นระยะเวลาจำนวนหนึ่ง เช่น 5-20 ปี และเมื่อครบระยะเวลาประกัน เราก็จะได้เงินก้อนที่เรียกว่าเงินครบกำหนดตามสัญญาประกันภัยออกมาก้อนหนึ่ง จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าเราทำทุนประกันเท่าไร และส่งเบี้ยประกันปีละเท่าไร สิ่งสำคัญระหว่างทางสัญญาประกันชีวิต คือเราจะได้รับค่าความเสี่ยงภัย โดยหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ (ในบางชนิดกรมธรรม์) ผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันชีวิตจะได้เงินสินไหมทดแทนออกมาตามจำนวนทุนประกันทันที (เว้นแต่กรณีการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายหรือกรณีอื่นๆ ตามที่ระบุในแต่ละกรมธรรม์) ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ประกันชีวิตถือเป็นเงินออมประเภทหนึ่งที่มีความแตกต่างและข้อดีที่เพิ่มเติมกว่าการออมเงินในรูปแบบปกติทั่วไป เพราะเงินออมปกติที่เก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์หรือประจำไม่มีส่วนการทำประกันเพื่อโอนความเสี่ยงภัยต่างๆ ให้ แต่เราก็ต้องอย่าลืมว่าเงินที่เก็บไว้ในรูปแบบประกันชีวิตก็ไม่ใช่เงินฝากที่สามารถนำมาออกมาใช้ในกรณีฉุกเฉินที่เราต้องการทุกเวลา สมมติจากเหตุการณ์วิกฤตโควิด-19 รอบนี้มีผลกระทบกับกิจการส่วนตัวที่ทำอยู่ ต้องการเงินฉุกเฉินก้อนหนึ่งออกมาใช้จ่าย คุณก็ไม่ควรนำเงินออมส่วนของประกันออกมา เพราะการเวนคืนก่อนกำหนดมันจะไม่คุ้มเงินต้นที่ส่งไป (ถ้ายังไม่ถึงจำนวนปีที่คุ้มทุน) อย่างไรก็ตาม มีประกันบางประเภทที่สามารถกู้ยืมเงินในกรมธรรม์ออกมาใช้ได้ ซึ่งก็ต้องไปศึกษาดูว่าเข้ากับโจทย์และความต้องการในการออมของเราหรือไม่

 

ง่ายๆ ก็คือ คุณควรจะต้องกระจายเงินออมให้เป็นการออมที่ครบทุกประเภท และจากการคำนวณของนักคณิตศาสตร์ประกันพบว่า ยิ่งเริ่มทำประกันชีวิตเมื่ออายุยังน้อย ตัวเลขที่จะได้รับตอนจบสัญญาจะยิ่งดีกว่าเริ่มทำประกันตอนอายุมากๆ เพราะเบี้ยประกันของคนอายุน้อยจะต่ำ เมื่อเทียบกับความคุ้มครองของทุนประกันที่สูงกว่ามาก เช่น เริ่มทำประกันชีวิตให้ลูกตอนลูกอายุ 3 ขวบ ทุนประกันที่ 10,000,000 บาท จะจ่ายเบี้ยประกันที่ต่ำกว่าผู้ชายอายุ 35 ปี ทำประกันชีวิตทุนประกัน 10,000,000 บาท

 

วัยผู้ใหญ่เต็มตัวที่เป็นวัยเริ่มต้นทำงานมีรายได้ของตนเอง จะเริ่มเมื่อช่วงอายุเฉลี่ย 23 ปี หากคุณตั้งใจจะออม 30% ของเงินได้ต่อเดือน อาจจะแบ่งสัก 5-10% มาเป็นการทำประกันชีวิต ระยะเวลาสัญญา 20 ปี ซึ่งจะหมายความว่าคุณจะได้เงินเก็บก้อนใหญ่ก้อนแรกในวัย 43 ปี ซึ่งแน่นอนว่าเงินก้อนนี้จะเป็นเงินออมที่ความเสี่ยงต่ำ โดยระหว่างทางจะได้เงินลดหย่อนภาษีและค่าความเสี่ยงจากสัญญาประกันชีวิต นอกจากวัยทำงานที่ควรอย่างยิ่งที่จะแบ่งเงินออมส่วนหนึ่งมาเก็บเป็นประกันแล้ว เมื่อถึงเวลามีครอบครัว มีลูกตัวน้อยๆ การเริ่มออมให้ลูกด้วยประกันชีวิตชื่อลูก ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เรามีเงินออมก้อนหนึ่งไว้เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของลูกในยามที่เขาโต ยกตัวอย่าง ทำประกันชีวิตให้ลูกตอนลูก 1 ขวบ พอลูกอายุครบ 20 ปี เราก็สามารถนำเงินก้อนส่วนนี้มาเป็นเงินใช้จ่ายด้านการศึกษาต่อของลูกได้อีกด้วย

 

ประกันชีวิตนอกจากจะถือเป็นเงินออมส่วนหนึ่งแล้ว เงินส่วนนี้ยังไม่อยู่ภายใต้ภาษีมรดกอีกด้วย สมมติพ่อที่มีมรดกส่งต่อให้ลูกเป็นจำนวนมากกว่า 100 ล้านบาท อาจเลือกส่งต่อมรดกจำนวนหนึ่งให้ลูกด้วยการซื้อประกันชีวิตในชื่อตนเอง และใส่ชื่อลูกเป็นผู้รับประโยชน์ เมื่อพ่อจากไป เงินประกันชีวิตที่ลูกจะได้รับจากกรมธรรม์ของพ่อจำนวนนี้ไม่ถือเป็นทรัพย์มรดกที่ต้องเสียภาษีมรดกตามกฎหมาย

 

ตัวอย่างหลักการส่งต่อทรัพย์สินทางมรดกด้วยพินัยกรรม และการส่งต่อทรัพย์สินด้วยประกันชีวิต

 

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อประกันชีวิตเป็นเงินออม แต่ถ้าคุณคิดอยากจะลงทุนด้วย ในยุคนี้นักคณิตศาสตร์ประกันเขาได้คิดผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุนที่เรียกว่า ประกันแบบยูนิตลิงก์ (Unit Linked Insurance) ออกมา เพื่อตอบโจทย์กับคนที่คิดว่าอยากจะออมไปพร้อมๆ กับการลงทุน ซึ่งอาจจะให้ผลตอบแทนมากกว่าประกันชีวิตแบบดั้งเดิม ผู้ที่สนใจการลงทุนรูปแบบนี้ก็ต้องศึกษาในเรื่องของความเสี่ยงและผลตอบแทนเพิ่มเติมด้วย

 

สรุปง่ายๆ ได้ว่า ประกันชีวิตเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการออมแบบที่ไม่ใช่การฝากเงิน แต่เป็นการออมเพื่ออนาคต และเพื่อซื้อความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ใครที่คิดว่าตนเองชอบหลักการการออมแบบกระจายความเสี่ยง ก็สมควรอย่างยิ่งที่จะแบ่งเงินมาออมเพื่ออนาคตในส่วนนี้บ้าง

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising